Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เดโมแครตจี้สอบรองปลัดยุติธรรมสหรัฐ ปมยุบหน่วยปราบอาชญากรรมคริปโตเอื้อบิตคอยน์(BTC)

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ 6 คนออกโรงวิจารณ์รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกรณีสั่งยุบทีมปราบปรามอาชญากรรมคริปโต หวั่นขัดจริยธรรม-เอื้อประโยชน์ทรัมป์

เมื่อวันที่ 29 ตามเวลาท้องถิ่น กลุ่มวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐฮาวาย แมสซาชูเซตส์ อิลลินอยส์ โรดไอแลนด์ เดลาแวร์ และคอนเนตทิคัต ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง ท็อด บล랑ช์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจยุบทีมปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมสินทรัพย์ดิจิทัล (NCET) ซึ่งเป็นหน่วยพิเศษที่ก่อตั้งขึ้นในสมัยรัฐบาลไบเดนเมื่อปี 2022 เพื่อจัดการกับการทุจริตในวงการคริปโต

ประเด็นความขัดแย้งเกิดจากการที่ *บล랑ช์* ถูกเปิดเผยว่าเคยถือครอง *บิตคอยน์(BTC)* และ *อีเธอเรียม(ETH)* รวมเป็นมูลค่าระหว่าง 158,000 ถึง 470,000 ดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 2.2-6.7 ล้านบาท) ในช่วงก่อนประธานาธิบดีทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2025 เพียงไม่กี่วัน โดยแม้ว่าบล랑ช์จะให้คำมั่นว่าจะขายคริปโตเหล่านี้ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ แต่กระบวนการขายเสร็จสิ้นจริงในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน หรือหลังจาก *NCET* ถูกยุบอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 7 เมษายน

วุฒิสมาชิกกลุ่มนี้ชี้ว่า บล랑ช์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 มีนาคม กลับมีบทบาทในการออกคำสั่งยุบหน่วยงานซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสินทรัพย์ที่ตนถือครอง ถือเป็นการขัดต่อกฎหมาย 18 U.S.C. 208(a) ที่ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจตัดสินใจในเรื่องใด ๆ ที่อาจสร้างผลประโยชน์ทางการเงินให้กับตนเอง พวกเขาได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานผู้ตรวจการของกระทรวงยุติธรรม และเรียกร้องให้บล랑ช์เก็บรักษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งดังกล่าว พร้อมเปิดเผยกระบวนการตรวจสอบจริยธรรมภายใน

NCET ถือเป็นองค์กรสำคัญที่มีบทบาทอย่างมากในการตรวจสอบอาชญากรรมคริปโต โดยเฉพาะกรณีดังอย่าง *ไบแนนซ์* และซีอีโอ *ชางเผิง เจา(CZ)* อย่างไรก็ตาม ภายหลังทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง ผู้นำคนใหม่ได้เปลี่ยนนโยบายไปสู่ท่าที *เอื้ออุตสาหกรรมดิจิทัล* มากขึ้น ซึ่งนำไปสู่คำสั่งของบล랑ช์ให้ยุติแนวทาง ‘ฟ้องเพื่อคุมกำกับ’ หรือ *regulation by prosecution* โดยมุ่งเป้าการสอบสวนไปยังผู้กระทำผิดที่ชัดเจน แทนการตรวจสอบแพลตฟอร์มเป็นวงกว้าง

สมาชิกวุฒิสภามองว่าผลกระทบที่ตามมาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ จากรายงานของบริษัท *TRM Labs* พบว่าในปี 2025 ยอดรวมของธุรกรรมคริปโตที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายทั่วโลกพุ่งสูงถึง *158 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ 227.4 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง *145%* จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะ *การแฮ็ก* และ *อาชญากรรมทางไซเบอร์* ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 28.7 พันล้านดอลลาร์(ราว 41.2 ล้านล้านบาท) นอกจากนี้ยังมีการใช้คริปโตในความผิดร้ายแรง เช่น การค้ามนุษย์ และความรุนแรง

สมาชิกวุฒิสภากล่าวว่า *นโยบายที่ไม่แสดงจุดยืน* ต่อการปราบปรามอาชญากรรมคริปโตมีส่วนทำให้ปัญหาบานปลาย พร้อมเรียกร้องให้บล랑ช์ออกมาแสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

*ความคิดเห็น*: กรณีนี้ไม่เพียงเป็นการตั้งคำถามต่อจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รายบุคคลอย่างบล랑ช์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงที่นโยบายเชิงสนับสนุนคริปโตของรัฐบาลทรัมป์ อาจแลกมาด้วยการลดทอนมาตรฐานการตรวจสอบอาชญากรรม และเพิ่มช่องว่างให้เกิดการขัดกันของผลประโยชน์ระหว่างภาครัฐกับวงการสินทรัพย์ดิจิทัล

จากแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทั้งจากรัฐสภาและสาธารณชน ยังต้องติดตามว่ากรณีนี้จะนำไปสู่การเปิดตัวกระบวนการตรวจสอบเชิงลึกโดยองค์กรอิสระ หรืออาจนำมาซึ่งการจัดตั้งกลไกพิเศษภายใต้ทำเนียบขาวเพื่อจัดการข้อขัดแย้งเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมคริปโตในอนาคต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1