บิตคอยน์(BTC) ร่วงทะลุแนวรับสำคัญที่ 85,000 ดอลลาร์ สะท้อนภาพรวมตลาดการเงินโลกที่กำลังเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนัก สินทรัพย์ประเภทอื่นอย่างทองคำ และเงิน ก็ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเช่นกัน สร้างความไม่แน่นอนทั่วทั้งตลาด
เมื่อวันที่ 30 (เวลาท้องถิ่น) จากข้อมูลของเว็บไซต์เทรดดิ้งวิว(TradingView) ราคาบิตคอยน์ในการซื้อขายบนแพลตฟอร์มบิตสแตมป์(Bitmstamp) ลดลงมาแตะระดับ 83,156 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการปรับตัวลงกว่า 6% ภายในวันเดียว ถือเป็นระดับต่ำสุดของปี 2026 ในช่วงเวลา 4 ชั่วโมงมีการล้างพอร์ตในตลาดคริปโตมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 7,100 ล้านบาท
ไม่ใช่แค่บิตคอยน์ที่เจอวิกฤต ราคาทองคำที่เคยทะยานขึ้นไปทะลุระดับ 5,600 ดอลลาร์ กลับร่วงลงถึง 400 ดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 30 นาที นักวิเคราะห์ระบุว่า มูลค่าที่หายไปจากตลาดทองคำในวันเดียวมีมากกว่ามูลค่าตลาดรวมของบิตคอยน์เสียอีก
จากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและคาดเดายาก นักลงทุนจำนวนมากเริ่มวิตกว่านี่อาจไม่ใช่แค่ ‘การปรับฐานตามปกติ’ แต่อาจเป็นสัญญาณของคลื่นวิกฤตในวงกว้าง มิคาเอล แวนเดอป็อป นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง แสดงความคิดเห็น ว่า “ในเมื่อทองคำและเงินสามารถสูญเสียมูลค่าหลายล้านล้านบาทภายในเวลาไม่กี่นาที มันยากที่บิตคอยน์จะยืนหยัดเพียงลำพังได้ แต่ในทางกลับกัน นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่บิตคอยน์จะแสดงพลังที่แท้จริง”
ทางด้านนิค เพิร์คลิน ซีอีโอของโครงการข้อมูลคริปโตอย่างโคอินบูโร(Coin Bureau) ชี้ว่า ความเคลื่อนไหวของทองคำและเงินในช่วงนี้ ถือว่า ‘ไม่ปกติอย่างชัดเจน’ และส่งสัญญาณเตือนถึงภาวะสูญเสียความเชื่อมั่นในตลาดการเงินโลก เขายังมองว่าการที่สถาบันการเงินและธนาคารกลางหลายแห่งเข้าซื้อทองคำในปริมาณมาก เป็นการ ‘สะสมเพื่อป้องกันความเสี่ยง’ มากกว่าการเก็งกำไร
นอกจากนี้ ระดับราคาที่ 87,500 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาปิดเดือนแรกของปี 2026 กำลังกลายเป็นเส้นแบ่งสำคัญทางจิตวิทยา คีธ อัลเลน ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มวิเคราะห์คริปโต ‘เมเทอเรียล อินดิเคเตอร์(Material Indicators)’ กล่าวว่า “ถ้าราคาบิตคอยน์ไม่สามารถกลับปิดเหนือระดับ 87,500 ดอลลาร์ ภายในสิ้นเดือนนี้ได้ ตลาดอาจเข้าสู่ช่วง ‘นรกของตลาดหมี’ อย่างเต็มตัว”
เขายังเสริมว่า หากราคาปิดเดือนสามารถกลับมายืนเหนือระดับดังกล่าว ความหวังในการฟื้นตัวในเดือนถัดไปยังพอมีอยู่ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น บรรยากาศการลงทุนอาจเปลี่ยนเป็น ‘กำลังใจถดถอย’ มากขึ้นเรื่อยๆ
แม้ปัจจัยบวกหลายอย่าง เช่น นโยบายส่งเสริมคริปโตของประธานาธิบดีทรัมป์, การผ่อนคลายสภาพคล่องโดยธนาคารกลางสหรัฐ, ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และการเข้ามาของนักลงทุนสถาบัน จะเคยถูกมองว่าเป็น ‘แรงหนุน’ ให้บิตคอยน์พุ่งขึ้น แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ปัจจัยเหล่านี้กลับไม่สามารถพยุงราคาได้อย่างที่คาดไว้
หนึ่งในเทรดเดอร์ถึงกับตั้งคำถามว่า “ตอนนี้ยังเหลือข่าวดีอะไรอีกที่มีพลังมากพอจะผลักดันบิตคอยน์ได้บ้าง?” เป็นภาพสะท้อนถึงความรู้สึก ‘หมดแรง’ ของตลาดโดยรวม ท่ามกลางภาวะที่ทั้งเทคนิคทางกราฟและปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคกำลังกดดันราคาอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนต่างจับตาว่าบิตคอยน์จะสามารถพลิกกลับมากู้คืนโมเมนตัมได้หรือไม่ ในท่ามกลางความโกลาหลของสินทรัพย์ทั่วโลก
ความคิดเห็น 0