บิตคอยน์(BTC) กำลังเข้าใกล้แนวรับสำคัญที่ระดับ 62,000 ดอลลาร์(ประมาณ 8.87 ล้านบาท) โดยนักลงทุนเริ่มวิตกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ราคาอาจทะลุระดับดังกล่าว ซึ่งอาจสื่อถึงการเข้าสู่ช่วงตลาดขาลงอย่างเต็มรูปแบบ ตัวชี้วัดออนเชนระยะยาวของ Binance ชี้ว่า จุดราคานี้คือ ‘เส้นแบ่งระหว่างภาวะตลาดกระทิงและตลาดหมี’ ซึ่งยังไม่เคยถูกทดสอบเลยนับตั้งแต่สหรัฐฯ อนุมัติ ETF บิตคอยน์แบบสปอตเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์คริปโตชื่อ บุรัก เคสเมจิ เปิดเผยว่า ดัชนี Reserve RP ของ Binance ที่อ้างอิงราคาซื้อเฉลี่ยของบิตคอยน์ในตลาด กำลังชี้ไปที่ระดับ 62,000 ดอลลาร์ ว่าเป็นแนวรับหลักของรอบตลาดนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อยังไม่มี ETF จุดรองรับดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 42,000 ดอลลาร์(ประมาณ 6.01 ล้านบาท) แต่หลังจากการหลั่งไหลของนักลงทุนสถาบัน ราคาต้นทุนเฉลี่ยกลับยกระดับขึ้น เคสเมจิเสริมว่า หากราคาบิตคอยน์ร่วงต่ำกว่าจุดนี้ จะเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้มครั้งสำคัญ
ด้านข้อมูลออนเชนล่าสุดจากบริษัทวิเคราะห์คริปโตชื่อ CryptoQuant เผยว่า จำนวนเหรียญที่อยู่ในสถานะขาดทุน(Supply in Loss) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เคยปรากฏในช่วงต้นของตลาดขาลงปี 2014, 2018 และ 2022 จากตัวอย่างในอดีตนี้ ราคามักจะปรับตัวลดลงในวงกว้างเมื่อผู้ถือระยะสั้นเริ่มขาดทุน ตามมาด้วยผู้ถือระยะยาว ฮูลิโอ โมเรโน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CryptoQuant ชี้ว่า "ตลาดยังไม่พบจุดต่ำสุดที่แท้จริง" ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ
โมเรโนยังกล่าวอีกว่า ราคาบิตคอยน์อาจร่วงลงถึงระดับต่ำสุดระหว่าง 56,000 ดอลลาร์(ประมาณ 8.02 ล้านบาท) ถึง 60,000 ดอลลาร์(ประมาณ 8.58 ล้านบาท) อ้างอิงจากตัวชี้วัดราคาที่ผู้ใช้ทุกคนถือครองเฉลี่ย(Realized Price) ซึ่งในรอบตลาดก่อน ๆ ราคามักย้อนกลับสู่ระดับนี้เสมอหลังสิ้นสุดช่วงขาขึ้น ความร่วงลงนี้คิดเป็นประมาณ 55% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 125,000 ดอลลาร์(ประมาณ 17.88 ล้านบาท) ซึ่งน้อยกว่ารอบก่อน ๆ ที่เคยลดลงเกินกว่า 70% ความคิดเห็นจึงมีทั้งด้านบวกและลบ
ด้านเทคนิคก็ยังไม่ส่งสัญญาณบวก ล่าสุดเกิดปรากฏการณ์ ‘เดธครอส’ ระหว่างค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบชี้นำ 21 สัปดาห์และ 50 สัปดาห์ ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นสัญญาณเปลี่ยนแนวโน้มจากตลาดกระทิงสู่ตลาดหมี โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาแล้วในไตรมาสสุดท้ายของปี 2014, ไตรมาส 3 ปี 2018 และไตรมาส 2 ปี 2022
แม้จะมีมุมมองเชิงลบบ้าง แต่ไม่ใช่ทุกฝ่ายที่มองตลาดจะเข้าสู่ช่วงตกต่ำถาวร ผู้ก่อตั้ง Binance อย่าง จางเผิง จ้าว มองว่าบิตคอยน์อาจเข้าสู่ ‘ซูเปอร์ไซเคิล’ ขณะที่ทีมนักวิเคราะห์ของ Grayscale ก็เริ่มตั้งคำถามว่า ทฤษฎีรอบ 4 ปีของตลาดบิตคอยน์อาจไม่ทันสมัยอีกต่อไป ฝั่งบริษัทการลงทุนอย่าง Bernstein ยังมองโลกในแง่ดี และตั้งเป้าราคาในปี 2026 ไว้ที่ 150,000 ดอลลาร์(ประมาณ 21.46 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม ในภาวะปัจจุบัน ราคาบิตคอยน์ยังคงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์ที่ประมาณ 100,988 ดอลลาร์(ประมาณ 14.52 ล้านบาท) ซึ่งหมายความว่าแรงกดดันด้านลบยังคงอยู่ ตามการประเมิน บิตคอยน์สูญเสียมูลค่าสูงถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์(ประมาณ 64,400 ล้านบาท) นับตั้งแต่ร่วงต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์(ประมาณ 12.88 ล้านบาท) ความคิดเห็นจึงเชื่อว่า ทิศทางของราคาขาขึ้นระยะยาวในครั้งต่อไปอาจขึ้นอยู่กับว่าราคาต่ำสุดจะแตะที่จุดใด
ในระยะสั้น ดูเหมือนว่านักลงทุนจะให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงขาลงมากกว่าการแสวงหากำไร โดยเรื่องสำคัญที่ต้องจับตาคือ บิตคอยน์จะรักษาระดับเหนือแนวรับ 62,000 ดอลลาร์ไว้ได้หรือไม่ เพราะนี่อาจเป็นจุดชี้ขาดทิศทางของตลาดในช่วงที่เหลือของปีนี้
ความคิดเห็น 0