Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) เสี่ยงเข้าสู่ตลาดขาลง หลังอุปทานในสถานะขาดทุนพุ่งสูงอีกครั้ง

บิตคอยน์(BTC) อยู่ในช่วงความไม่แน่นอนอีกครั้ง หลังพยายามทะยานกลับไปที่แนวต้าน 90,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังไม่สามารถสร้างทิศทางที่ชัดเจนได้ ท่ามกลางภาวะตลาดที่เงียบเหงาและทั้งแรงซื้อแรงขายต่างอยู่ในโหมด ‘สังเกตการณ์’ ล่าสุดข้อมูลออนเชนเปิดเผยว่า ‘อุปทานในสถานะขาดทุน’ หรือจำนวนบิตคอยน์ที่ถูกถือครองในราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน กำลังเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งในอดีตเป็นสัญญาณเริ่มต้นของตลาดขาลง

ตามรายงานจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน ‘คริปโตควอนต์(CryptoQuant)’ ระบุว่า สัดส่วนของบิตคอยน์ที่ผู้ถือขาดทุนเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากย้อนกลับไปดูในปี 2014, 2018 และ 2022 ตัวชี้วัดนี้มักพุ่งสูงก่อนที่ราคาจะทรุดตัวลงอย่างหนัก ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงอาจบ่งชี้ถึงความกังวลที่กำลังก่อตัวขึ้นในกลุ่มนักลงทุน โดยเฉพาะเมื่อการขาดทุนเริ่มแพร่กระจายจากนักลงทุนระยะสั้นไปยังผู้ถือครองระยะยาว

สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของบิตคอยน์ในสถานะขาดทุนถือเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า โดยในอดีต ตัวเลขดังกล่าวเร่งตัวขึ้นในช่วงแรกของตลาดหมี และกลายเป็นตัวเร่งให้กลุ่มผู้ถือครองระยะยาวเริ่มตัดสินใจขายออก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางจิตวิทยาของตลาดในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน คริปโตควอนต์ให้ความเห็นว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่ระดับตัวเลข แต่คือ *แนวโน้มที่กำลังเพิ่มขึ้น* ซึ่งอาจสะท้อนถึงจุดเปลี่ยนของตลาดไปสู่ภาวะขาลงในเชิงโครงสร้าง

หากพิจารณากราฟราคา บิตคอยน์เริ่มเข้าสู่แนวโน้มร่วงตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา หลังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 125,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง จากนั้นราคาทะลุต่ำกว่า 50 และ 100 วันของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ จนกระทั่งตกลงมาแกว่งตัวในกรอบ 85,000 ถึง 92,000 ดอลลาร์ในช่วงท้ายเดือนพฤศจิกายน ปัจจัยที่น่าจับตาคือ อัตรา *ปริมาณการซื้อขายที่หดตัวลง* ไปพร้อมกับเส้นค่าเฉลี่ยที่ยังคงลาดลง ซึ่งหมายความว่าทั้งแรงขายและแรงซื้ออยู่ในระดับต่ำขณะนี้ โดยระดับ 92,000 ดอลลาร์กลายเป็นแนวต้านสำคัญที่จะต้องผ่าน หากบิตคอยน์ต้องการกลับสู่ฤดูกาลขาขึ้น ขณะที่หากหลุด 85,000 ดอลลาร์ ความเสี่ยงจากการปรับฐานซ้ำอีกรอบก็จะเพิ่มขึ้น

แม้ว่าบางฝ่ายจะมองว่าการเคลื่อนไหวในปัจจุบันเป็นเพียง ‘การพักฐาน’ ในตลาดขาขึ้น แต่ *ความต่อเนื่องของแนวโน้มขาดทุนในข้อมูลออนเชน* รวมถึงผลกระทบต่อผู้ถือระยะยาว อาจสะท้อนภาพที่แตกต่าง ตลาดอาจฟื้นตัวในระยะสั้น แต่หากยังไม่เกิดการขายทิ้งอย่างหนัก (‘capitulation’) ในเชิงประวัติศาสตร์ การสร้างจุดต่ำสุดที่แท้จริงก็ยังคงห่างไกล ความเห็นส่วนใหญ่จึงเอนเอียงไปทางว่า นักลงทุนควรเตรียมตัวรับมือกับ *การอ่อนตัวลงเพิ่มเติมมากกว่าจะหวังการดีดกลับอย่างมั่นคง* ในช่วงนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1