บิตคอยน์(BTC) ยังคงเคลื่อนไหวอย่างยากลำบากใต้ระดับ 90,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดการเงินแบบดั้งเดิมและปัจจัยทางการเมืองที่เริ่มส่งผลกระทบต่อภาพรวมของตลาดคริปโต ความเชื่อมโยงระหว่างดัชนีความกลัวในตลาดหุ้น VIX และบิตคอยน์กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาตัวแปรมหภาคเพื่อประเมินทิศทางในระยะสั้น
แม้อเมริกาจะมีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ยตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในช่วงการประชุม FOMC เดือนมกราคม แต่ตลาดทั่วโลกยังคงแสดงความผันผวน โดยดัชนี VIX ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 16.89 จุด ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับ ‘ระมัดระวัง’ ไม่ใช่สัญญาณของความตื่นตระหนกเต็มรูปแบบ แต่สะท้อนถึงภาวะไม่แน่นอนที่กำลังกระทบกลยุทธ์ของนักลงทุน
หนึ่งในปัจจัยน่าสนใจที่เริ่มมีผลคือ *การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ* ซึ่งเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีผู้วิเคราะห์ชี้ว่าไม่ใช่เพียงเพราะนโยบายการเงินเท่านั้น แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประธานาธิบดีทรัมป์ก็เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญเช่นกัน ผลลัพธ์คือการไหลเข้าของเงินทุนไปยัง *สินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม* อย่างทองคำและเงิน ขณะที่บิตคอยน์ยังไม่สามารถแสดงเทรนด์ขาขึ้นที่ชัดเจนภายใต้สถานการณ์นี้
ข้อมูลจากบริษัทวิจัย *CryptoQuant* ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง VIX และราคาบิตคอยน์อาจช่วยเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงในตลาดคริปโต โดยไม่ได้นิยามว่าเป็น *จุดซื้อ* เสมอไป แต่ชี้ให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างความเสี่ยงในตลาดดั้งเดิมกับแรงกระเพื่อมในวงการคริปโต ตัวอย่างเช่น ในปี 2025 ระหว่างการประชุม FOMC 7 ครั้ง บิตคอยน์ปรับตัวลดลงเฉลี่ย 7.47% ใน 6 ครั้ง นั่นแสดงว่า *บิตคอยน์มีความไวต่อปฏิกิริยาของตลาดที่มีต่อนโยบายดอกเบี้ย* มากกว่าตัวดอกเบี้ยเอง
ขณะนี้ อัตราดอกเบี้ยของเฟดอยู่ในช่วง 3.50–3.75% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2022 แม้เฟดจะประกาศแผนซื้อพันธบัตรวงเงิน 40,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ถูกมองว่าเป็นเพียงมาตรการเสริมสภาพคล่อง ไม่ใช่การกลับมาใช้ *นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน* แบบเต็มรูปแบบ
จากมุมมองทางเทคนิค บิตคอยน์กำลังทรงตัวในช่วงประมาณ 89,000 ดอลลาร์โดยยังถูกกดไว้ใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 วัน และ 100 วัน ขณะที่เส้นค่าเฉลี่ย 50 วันเริ่มแสดงแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจนและทำหน้าที่เป็นแนวต้านหลัก เส้น 200 วันยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น แต่ระยะห่างจากราคาในปัจจุบันทำให้ผลต่อการพยุงราคานั้นมีจำกัด
โครงสร้างราคาหลังจากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคมเริ่มแสดงลักษณะของ *การกระจายตัวของแรงซื้อขาย* มากกว่าการสะสมตัว โดยบริเวณ 92,000–94,000 ดอลลาร์ มีแรงขายหนาแน่นเข้ามากดดันการฟื้นตัว ขณะเดียวกัน ปริมาณการซื้อขายก็ลดลงชัดเจน สะท้อนความลังเลของนักลงทุน
ระดับแนวรับสำคัญอยู่ที่โซน 86,000–87,000 ดอลลาร์ หากหลุดระดับนี้ ความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงต่ออาจขยายตัวเพิ่มขึ้น ด้านการฟื้นตัวต้องจับตาว่าราคาจะสามารถทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 50 และ 100 วันได้หรือไม่ หากไม่สำเร็จ แนวโน้มการดีดขึ้นจะยังเป็นเพียง *การปรับฐานชั่วคราวภายในขาลง*
ศูนย์กลางการตัดสินใจของตลาดในสัปดาห์นี้ยังอยู่ที่การประชุม FOMC ซึ่งถือเป็น ‘*บททดสอบใหญ่ของตลาดคริปโต*’ นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่าเฟดอาจส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในช่วงมีนาคมหรือกันยายน หากแต่ท่าทีล่าสุดยังคงเป็นการถ่วงน้ำหนักอย่างระมัดระวัง จึงไม่ใช่เพียงทิศทางดอกเบี้ยที่สำคัญ แต่การที่ตลาดจะ ‘ตีความความเสี่ยง’ อย่างไร และการจัดสรรเงินทุนของนักลงทุนต่างหากที่เป็นประเด็นหลัก
*บิตคอยน์ยังคงเคลื่อนไหวสอดคล้องกับความเสี่ยงในระบบการเงินแบบเดิม* มากกว่าการเป็นสินทรัพย์อิสระที่หลีกเลี่ยงความผันผวน นี่คือเหตุผลที่ตัวบ่งชี้เช่น ‘VIX–บิตคอยน์’ กลายเป็นเครื่องมือในการอ่านสัญญาณตลาดที่สำคัญ แม้อาจไม่ใช่สัญญาณซื้อหรือขายโดยตรง แต่ก็สะท้อนได้ว่าความเชื่อมโยงระหว่างคริปโตกับปัจจัยมหภาคยังคงแน่นแฟ้นกว่าที่หลายคนคาดคิด
ความคิดเห็น 0