จำนวนกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ถือครองริปเปิล(XRP) อย่างน้อย 1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นอีกครั้งในเดือนมกราคม ซึ่งถือเป็นการพลิกกลับของแนวโน้มที่ลดลงตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่านี่อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักลงทุนขนาดใหญ่
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนอย่างแซนติเมนต์(Santiment) รายงานว่า ตัวชี้วัด ‘การกระจายของอุปทาน(Supply Distribution)’ ที่ติดตามจำนวนกระเป๋าเงินที่ถือเหรียญในระดับหนึ่งขึ้นไป แสดงให้เห็นว่าจำนวนกระเป๋าที่ถือครองอย่างน้อย 1 ล้านริปเปิลเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม โดยมูลค่าตามราคาปัจจุบันคิดเป็นประมาณ 1.87 ล้านดอลลาร์ หรือราว 26.9 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ ระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคมปีที่ผ่านมา จำนวนกระเป๋าเงินระดับวาฬลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 784 กระเป๋า ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางตลาดคริปโตที่อ่อนตัวลงในช่วงดังกล่าว นักวิเคราะห์จึงคาดว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อน ‘ความต้องการลดความเสี่ยง’ ของนักลงทุนขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคมที่ผ่านมากระแสดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไป โดยแซนติเมนต์ระบุว่า “แม้ราคา XRP จะลดลงประมาณ 4% ในช่วงต้นปี 2026 แต่จำนวนกระเป๋าที่ถือ XRP มากกว่า 1 ล้านเหรียญกลับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2023” โดยในเดือนมกราคมมีจำนวนกระเป๋าวาฬเพิ่มขึ้นราว 42 กระเป๋า แม้จะยังไม่ถือเป็นตัวเลขที่น่าตื่นเต้น แต่ *ความคิดเห็น* จากผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของแนวโน้มการกลับเข้ามาของนักลงทุนรายใหญ่
ในขณะเดียวกัน สินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ กลับมีพฤติกรรมตรงกันข้าม โดยเฉพาะโดชคอยน์(DOGE) ที่ปริมาณธุรกรรมระดับวาฬลดลงอย่างรุนแรง *ความคิดเห็น* ของนักวิเคราะห์อาลี มาร์ติเนซ(Ali Martinez) อ้างอิงจากข้อมูลแซนติเมนต์ ระบุผ่านโพสต์บน X (ชื่อเดิมคือ Twitter) ว่า “จำนวนธุรกรรมจากกระเป๋าระดับวาฬในเครือข่ายโดชคอยน์ลดลงถึง 94.6% ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์” จากเดิมกว่า 109 ธุรกรรม เหลือเพียง 6 ธุรกรรมในปัจจุบัน
เทรนด์ดังกล่าวสะท้อนระดับความไม่แน่นอนในตลาดคริปโตที่ยังสูง นักลงทุนรายใหญ่เริ่มหันไปจับตาสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำกว่า ส่งผลให้กระเป๋าเงินขนาดใหญ่ในบางโปรเจกต์ลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน ริปเปิลซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 1.87 ดอลลาร์ หรือราว 2,688 บาท ลดลงประมาณ 22% จากจุดสูงสุดเมื่อช่วงต้นเดือน แม้ราคาจะอ่อนตัว แต่การกลับมาของกระเป๋าระดับวาฬอาจกลายเป็น ‘สัญญาณฟื้นตัวทางความเชื่อมั่น’ ของนักลงทุนที่น่าจับตาในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0