บิตคอยน์(BTC)กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างชัดเจน ขณะที่ตลาดทองคำและหุ้นสหรัฐกลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ส่งสัญญาณ ‘การลดความเชื่อมโยง’ ระหว่างสินทรัพย์ โดยเฉพาะในภาวะที่นักลงทุนเลือกเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความมั่นคงและสภาพคล่องมากกว่า ตามรายงานจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนคริปโตควอนต์(CryptoQuant) ระบุว่า ตลาดในขณะนี้กำลังแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งคือทองคำและหุ้นอเมริกันที่ยังรับกระแสเงินเข้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนอีกฝั่งอย่างบิตคอยน์กลับแสดงสัญญาณอ่อนแรง ทั้งในแง่ของความต้องการและการมีส่วนร่วมในเครือข่าย
ข้อมูลจากคริปโตควอนต์เผยว่า ดัชนี Coinbase Premium Index ซึ่งสะท้อนความต้องการจากนักลงทุนสถาบันในสหรัฐ ลดลงสู่ระดับ -0.169% ช่วงที่ผ่านมา ตัวเลขติดลบนี้หมายความว่า บิตคอยน์ที่ซื้อขายในช่วงเวลาสหรัฐมีราคาถูกกว่าตลาดอื่น สะท้อนแรงขายจากสถาบันที่ชัดเจนมากขึ้น และในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ดัชนีดังกล่าวมีค่าเป็นบวกเพียง 2 ครั้งเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่นักลงทุนรายใหญ่เลือกจะลดพอร์ตหรือถือเงินสด แทนที่จะเข้าลงทุนเพิ่มเติม ความคิดเห็นของคริปโตควอนต์ชี้ว่า ภาวะนี้สะท้อนถึง ‘ช่วงกระจายตัว’ มากกว่าการฟื้นตัวในเบื้องต้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดบิตคอยน์แข็งแรงน้อยลงคือ การหดตัวของสภาพคล่อง โดยมูลค่าตลาดรวมของเหรียญสเตเบิลคอยน์ 12 อันดับแรก ลดลงราว 2,240 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.23 แสนล้านวอน) จากช่วงก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับจุดสูงสุด ตัวเลขนี้ลดลงไปแล้วกว่า 5,600 ล้านดอลลาร์ การไหลออกของเงินทุนจากสเตเบิลคอยน์กลับไปยังสกุลเงินพื้นฐาน ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงตลาดขาลง เพราะโดยทั่วไปนักเทรดมักจะเปลี่ยนเงินคริปโตเป็นสเตเบิลคอยน์ก่อนจะถือเงินสด การเคลื่อนย้ายเงินทุนในลักษณะนี้ทำให้ตลาดขาดสภาพคล่องรอการซื้อ ส่งผลต่อความสามารถในการดีดตัวของราคาในระยะสั้น
ในด้านเทคนิค บิตคอยน์ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและระยะกลาง ทั้งระดับ 50 วันและ 100 วัน ขณะเดียวกันระดับแนวต้านระยะยาวอย่างเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 105,000 ดอลลาร์ (ราว 1.51 พันล้านวอน) ราคาในปัจจุบันอยู่ใกล้ระดับ 88,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.27 พันล้านวอน) และมีแนวรับที่บริเวณ 85,000–87,000 ดอลลาร์ พื้นที่ที่เคยมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงหลังการปรับฐานก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซื้อขายในขณะนี้กลับลดลงต่อเนื่อง ทำให้ตลาดไม่สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนการฟื้นตัวได้ชัดเจน
เมื่อพิจารณาจากปัจจัยทั้งหมด บิตคอยน์กำลังเป็นสินทรัพย์ที่ถูกมองข้ามในการหมุนเวียนเงินทุน(เงินร้อน)ในตลาด นักลงทุนให้ความสำคัญกับทองคำและหุ้นที่ดูมีความปลอดภัยมากกว่า รายงานระบุว่า การกลับมากู้ภาพลักษณ์ของบิตคอยน์ต้องอาศัยการกลับเข้ามาของเงินทุนใหม่ เช่น การเพิ่มขึ้นของมูลค่ารวมสเตเบิลคอยน์ และความสามารถในการดูดซับแรงขายในระดับราคาล่าง โดยมีระดับ 95,000 ดอลลาร์ (ราว 1.37 พันล้านวอน) เป็นเป้าหมายสำคัญในการกลับมายืนได้อย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมองว่าในระยะสั้น บิตคอยน์ยังคงมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะ ‘ทรงตัวแต่โน้มเอียงไปทางขาลง’ ทั้งจากโครงสร้างพื้นฐานของตลาดและแรงกดดันทางเทคนิค
ความคิดเห็น 0