Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

qLABS เปิดตัว qONE โทเคนป้องกันควอนตัมรายแรก ยกระดับความปลอดภัยคริปโตรับมือภัยไซเบอร์อนาคต

การแข่งขันรับมือภัยคุกคามจาก ‘คอมพิวเตอร์ควอนตัม’ กำลังพลิกโฉมวงการคริปโต โดย *qLABS* กำลังกลายเป็นผู้เล่นเบอร์แรกที่เปิดตัวโทเคนป้องกันควอนตัมชื่อว่า *qONE* อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ โครงการนี้เน้นการสร้างระบบ ‘ต้านทานควอนตัม’ ผ่านทางกระเป๋าเงินคริปโตและระบบธุรกรรม โดยชูจุดเด่นด้านความปลอดภัยที่ปกป้องผู้ใช้จากการถูกถอดรหัสโดยคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต

แทนที่จะสร้างบล็อกเชนใหม่ *qLABS* เลือกใช้แนวทางเชิงปฏิบัติโดยวางระบบต้านทานควอนตัมไว้บนเครือข่ายที่มีอยู่แล้ว เช่น *อีเธอเรียม(ETH)*, *โซลานา(SOL)* และ *ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)* จุดแข็งคือ ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องย้ายสินทรัพย์ไปยังแพลตฟอร์มใหม่ เพราะสามารถใช้เทคโนโลยีป้องกันได้ทันทีจากกระเป๋าที่ใช้อยู่เดิม

ระบบเข้ารหัสหลักของโครงการนี้พัฒนาโดยอิงมาตรฐานจากสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติของสหรัฐฯ(NIST) ผ่านโปรโตคอลชื่อว่า *IronCAP* ที่ออกแบบมาเพื่อต้านทานการโจมตีของควอนตัมโดยเฉพาะ แถมยังเพิ่มชั้นความปลอดภัยด้วยโครงสร้างการเซ็นชื่อธุรกรรมแบบ ‘สองชั้น’ หรือ *Double Signature* ซึ่งผสมผสานลายเซ็นแบบเดิมกับลายเซ็นที่กันควอนตัม

สำหรับ *qLABS* คอมพิวเตอร์ควอนตัมไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เป็น *ภัยคุกคามที่จับต้องได้* โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ไม่ประสงค์ดีบันทึกข้อมูลในวันนี้ แล้วค่อยใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมถอดรหัสในวันหน้า หรือที่เรียกว่า “เก็บเกี่ยวตอนนี้ ถอดรหัสทีหลัง” (*Harvest Now, Decrypt Later*) ซึ่งอาจส่งผลให้ทรัพย์สินดิจิทัลถูกขโมยเพราะระบบปัจจุบันพึ่งพาการเซ็นชื่อแบบดิจิทัลเป็นหลัก

ในส่วนของ *qONE* ตัวโทเคนไม่ได้ทำหน้าที่แค่ใช้จ่าย แต่เป็น ‘กุญแจ’ สำหรับใช้บริการธุรกรรมแบบมีความปลอดภัยระดับควอนตัม โดยใช้รูปแบบค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงแทนการสมัครสมาชิก จึงถือเป็นโทเคนที่มีความเป็น *ยูทิลิตี้* ที่จับต้องได้

การเปิดตัวของ *qLABS* ได้จุดกระแสตื่นตัวในวงกว้าง โดย *Coinbase* หนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาด ได้ตั้งทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยควอนตัมมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 แถมยังเตือนว่า *ประมาณหนึ่งในสามของบิตคอยน์(BTC)* อาจอยู่ในภาวะเสี่ยงโดยโครงสร้างหากโดนโจมตีโดยควอนตัม ทั้งยังมีโครงการลงทุนยาวอย่าง ‘Project 11’ ซึ่งเน้นการอัปเกรดมาตรการความปลอดภัยทีละขั้น

ขณะเดียวกัน *แอปโทส(APT)* ก็เลือกแนวทางเชิงรุก โดยลงทุนกับระบบลายเซ็นต้านควอนตัมที่อิงมาตรฐาน NIST แม้จะมีต้นทุนสูง ด้านมูลนิธิอีเธอเรียมเองก็เดินหน้าวิจัยลายเซ็นประเภท *แฮชเบส* พร้อมมอบเงินสนับสนุนผู้พัฒนาที่เข้าร่วมโครงการ

“ความคิดเห็น” จากนักวิชาการระบุว่า เดิมทีต้องใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มีคิวบิตเป็นล้านเพื่อโจมตีระบบดิจิทัล แต่ตอนนี้ข้อกำหนดนั้นกำลังลดลงเรื่อย ๆ และเทคโนโลยีลายเซ็นแบบ *256บิต* ซึ่งใช้กันทั่วไปในกระเป๋าบิตคอยน์อาจเริ่มเปราะบางได้ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2030 ซึ่งถือว่าอีกไม่นาน ความจำเป็นในการ “เตรียมตัวก่อนจะสาย” จึงเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน

ภายใต้บริบทนี้ *qLABS* ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้ทดสอบทางเทคนิค แต่เล็งที่จะเป็น *โครงสร้างพื้นฐานรุ่นแรก* ของยุคคริปโตที่รับมือควอนตัม ตัวโครงการ *Quantum-Sig* ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกระเป๋าต้านควอนตัม และโทเคน *qONE* จะเน้นการสร้างพื้นฐานให้มั่นคงแทนการสร้างรายได้ในระยะสั้น เพราะเมื่อวันที่การมาถึงของควอนตัมมาถึง ความพร้อมหรือไม่พร้อมของแต่ละระบบ คงไม่ใช่แค่คำถามเชิงเทคนิคอีกต่อไป แต่คือความอยู่รอดในโลกคริปโตยุคใหม่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1