Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ซิลเวอร์ร่วง 35% ในวันเดียว ดิ่งแรงสุดเป็นประวัติการณ์ กดดันทองคำร่วงตาม 12%

ราคาซิลเวอร์ร่วงหนักในวันเดียวกว่า 35% จารึกประวัติศาสตร์ใหม่ ขณะที่ราคาทองคำร่วงตามทะลุ 12% ท่ามกลางแรงขายทำกำไรกระทันหัน และความไม่แน่นอนในตลาดการเงิน หลังการเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่โดยทรัมป์ส่งผลให้ตลาดเปลี่ยนทิศอย่างฉับพลัน

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ราคาซิลเวอร์ร่วงเฉียบจากจุดสูงสุดในช่วงต้นเดือนที่ 120 ดอลลาร์ มาแตะระดับต่ำสุดในวันเดียวที่ 74 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะฟื้นกลับมาที่ 82 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำดิ่งลงถึง 12% แตะระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงจากจุดสูงสุดเดิมที่ 5,500 ดอลลาร์ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนแรงขายทำกำไรจำนวนมาก หลังจากการพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงตลอดเดือนที่ผ่านมา

สาเหตุหลักของการร่วงแรงในครั้งนี้มาจาก ‘ความเหนื่อยล้าของตลาด’ จากราคาที่พุ่งไม่หยุด ประกอบกับแรงเทขายจากนักลงทุนที่มองเห็นเวลาทำกำไรเหมาะสม ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยมหภาคก็ยิ่งกระตุ้นให้ตลาดหวาดระแวงมากขึ้น

หนึ่งในจุดเปลี่ยนใหญ่คือ การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเสนอชื่อ เควิน วอร์ช(Kevin Warsh) เป็นประธานเฟดคนถัดไป วอร์ชถือเป็นแนวคิดสายเหยี่ยวซึ่งนิยมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด จึงบั่นทอนความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยในระยะสั้น ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรตอบสนองทันที โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีในวันนั้นพุ่งกลับขึ้นมาอยู่ที่ 4.25%

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐก็ฟื้นตัวเช่นกัน ดัชนีดอลลาร์ที่ก่อนหน้านี้ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี กลับฟื้นขึ้น 0.7% ซึ่ง ‘ดอลลาร์แข็งค่า’ นี้เป็นปัจจัยลบสำคัญต่อ ‘ทองคำ’ และ ‘ซิลเวอร์’ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีการซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์

จากการร่วงของราคาซิลเวอร์ในครั้งนี้ ทำให้มูลค่าตลาดหายไปถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 2,611.8 ล้านล้านวอน แม้มีการฟื้นตัวบางส่วน แต่มูลค่าตลาดยังคงห่างจากระดับสูงสุด โดยปัจจุบันอยู่ที่ราว 4.2 ล้านล้านดอลลาร์ การถดถอยในตลาดซิลเวอร์เปิดโอกาสให้บริษัทผู้ผลิตชิปกราฟิกอย่าง เอ็นวิเดีย(NVDA) แซงขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับสองของโลก ด้วยมูลค่าประเมินล่าสุดราว 4.6 ล้านล้านดอลลาร์

ปรากฏการณ์การขายทำกำไรอย่างกว้างขวางยังกระทบตลาดโลหะมีค่าอื่น ๆ ด้วย เช่น แพลทินัมร่วงลง 15.5% สู่ระดับ 2,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่พัลลาเดียมปรับตัวลงกว่า 12% มาอยู่ที่ระดับ 1,764 ดอลลาร์ สินทรัพย์เสี่ยงอื่นอย่างคริปโตเคอร์เรนซีและหุ้นต่างก็เผชิญแรงเทขายเช่นกัน แต่ ‘โลหะ’ นับเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การร่วงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ ‘การพักฐานเทคนิค’ แต่เป็น ‘การระเบิดของฟองสบู่’ จากความคาดหวังเกินจริงและการใช้เลเวอเรจเกินพอดี โดยเฉพาะ ‘ซิลเวอร์’ ที่ในเดือนเดียวดันตัวสูงขึ้นกว่า 50% ทำให้ตลาดเรียกคืนแรงส่งอย่างรวดเร็ว

*ความคิดเห็น:* ตลาดโลหะมีค่าเข้าสู่ภาวะ ‘หลังแผ่นดินไหว’ เรียบร้อยแล้ว และคงใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะนิ่ง นักลงทุนจึงควรระมัดระวังและจับตาทิศทางนโยบายการเงินและความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์อย่างใกล้ชิดในช่วงต่อจากนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1