Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ชาร์ปเรชิโอดิ่งเร็วกว่าราคาบิตคอยน์(BTC) ผู้เชี่ยวชาญเตือนสัญญาณขาลงเริ่มชัด

‘ชาร์ปเรชิโอ’ ดิ่งเร็วกว่าราคาบิตคอยน์(BTC) สัญญาณเสี่ยงเริ่มก่อตัว

ราคาของบิตคอยน์(BTC)ที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับประมาณ 81,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,176,000 บาท) กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จุดกระแสความกังวลในตลาดคริปโต โดยเฉพาะเมื่อ ‘ชาร์ปเรชิโอ’ (Sharpe Ratio) ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือชี้วัดความเสี่ยงทางการเงิน ลดลงเร็วกว่าราคาบิตคอยน์เสียอีก ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่านี่อาจเป็นสัญญาณของภาวะขาลงที่ชัดเจน

ชาร์ปเรชิโอ เป็นดัชนีที่ใช้วัด ‘ผลตอบแทนต่อหน่วยความเสี่ยง’ การที่ค่าชี้วัดนี้มีค่าลบ หรือปรับตัวลดลงมากกว่าราคา แปลว่า ตลาดกำลังให้ผลตอบแทนที่ต่ำ ในขณะที่ความเสี่ยงกลับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่ผู้ติดตามข้อมูลเชิงลึกอย่างสายวิเคราะห์ ‘ออนเชน’ มักจับตามอง

โจอาโอ เวดสัน(Joao Wedson) ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มวิเคราะห์คริปโต Alphractal เปิดเผยผ่าน X (เดิมชื่อทวิตเตอร์) เมื่อวันที่ 30 ว่า *“ตลาดกำลังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ผลตอบแทนกลับน้อยลง”* พร้อมชี้ว่าชาร์ปเรชิโอของบิตคอยน์เข้าสู่แดนลบ ซึ่งน่าสังเกตว่าอัตราการลดลงของตัวชี้วัดนี้เร็วกว่าราคาเสียอีก โดยเขาอธิบายเพิ่มเติมว่า *“ชาร์ปเรชิโอมักจะนำหน้าราคาเสมอ”* หากไม่มีสัญญาณการปรับตัวในด้านผลตอบแทนต่อความเสี่ยง ก็ยากที่ราคาจะฟื้นตัวไปในทิศทางบวกได้

นักวิเคราะห์ยังเตือนว่า ตัวเลขชี้วัดนี้เคยสร้างแรงกดดันในอดีตมาแล้ว โดยแม้ว่าในช่วงต้นปี ราคาบิตคอยน์เคยพุ่งขึ้นสู่ระดับ 97,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,408,000 บาท) แต่ด้วยการเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนจากชาร์ปเรชิโอ ตลาดก็เข้าสู่ช่วงปรับฐานในทันที

เวดสันระบุเพิ่มเติมว่า จุด ‘แนวรับสำคัญ’ ที่ตลาดต้องจับตาคือระดับ 81,000 ดอลลาร์ หากหลุดแนวนี้ อาจทำให้เกิดภาวะ ‘เทขายตื่นตระหนก’ (Capitulation) อย่างที่เคยเห็นในปี 2022 โดยชี้ว่าระดับแนวรับถัดไปอยู่ที่ 65,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 949,900 บาท) จากการประเมินตามโมเดลราคาเฉลี่ยที่อิงจากฟีโบนักชี

แม้ราคาบิตคอยน์จะดีดขึ้นเล็กน้อยมาที่ราว 83,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,203,700 บาท) หลังทดสอบแนวรับ แต่ในภาพรวมรายสัปดาห์ก็ยังลดลงเกือบ 8% ซึ่งสะท้อนถึงภาวะตลาดที่ยังอ่อนแอ ขณะที่ทั้งราคากับเครื่องมือชี้วัดต่างก็ส่อเค้าลงพร้อมกัน ทำให้นักวิเคราะห์บางรายคาดว่า ช่วงเวลานี้อาจต้องเผชิญกับภาวะซื้อขายตึงตังและการปรับฐานที่ยาวนานขึ้น

ปัจจัยกดดันราคารวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์, ผลประกอบการที่น่าผิดหวังของ ไมโครซอฟท์(MSFT) รวมถึงแรงเทขายในตลาดอนุพันธ์ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทั้งข้อมูล ‘ทางเทคนิค’ และ ‘ออนเชน’ ต่างส่งสัญญาณ ‘ลบ’ อย่างพร้อมเพรียง จึงมี “ความคิดเห็น” ว่าการรีบเข้าซื้ออาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในขณะนี้ และควรรอจังหวะที่ตลาดแสดงสัญญาณฟื้นที่ชัดเจนกว่านี้ก่อน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1