แรงเทขายถล่มสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ‘บิตคอยน์-ทองคำ’ ร่วงแรง นักลงทุนเทขายเลเวอเรจ
ตลาดการเงินทั่วโลกต่างเผชิญกับแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรุนแรง หลังความวิตกจากการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์(AI) ส่งผลให้เกิดการ ‘หนีจากความเสี่ยง’ (Risk-off) ในวงกว้าง โดยราคาทองคำและคริปโตเคอร์เรนซีต่างดิ่งลงพร้อมกัน ขณะที่ *บิตคอยน์(BTC)* แม้จะปรับลงไม่มากนักเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น แต่ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์กลับชี้ถึงความเชื่อมั่นที่หายไปในหมู่นักลงทุน หลังการ *청산 (Forced Liquidation)* แบบเร่งด่วนพุ่งสูงขึ้น
ต้นตอของความวุ่นวายนี้มาจากข่าวการลงทุนใน AI ของ *ไมโครซอฟท์(MSFT)* ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนทั่วตลาด เมื่อราคาหุ้นร่วงกว่า 12% ภายในวันเดียว ก่อให้เกิดการขายต่อเนื่องในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโตของสหรัฐ ขณะที่ดัชนี S&P500 และแนสแด็กต่างปิดลบถ้วนหน้า ความเคลื่อนไหวนี้นำไปสู่ ‘การเทขายทั่วกระดาน’ ทั้งในตลาดหุ้น โลหะมีค่า และคริปโตเป็นวงจรเดียวกัน
ในฝั่งคริปโต *BTC* ร่วงแตะระดับ 82,800 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.2 ล้านบาท) ลดลงกว่า 9% ภายในวัน ขณะที่ทองคำและเงินร่วงกว่า 8% และ 12% ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าแม้กระทั่งสินทรัพย์ที่มักถูกใช้เป็น ‘ที่หลบภัย’ ก็ไม่สามารถต้านทานแรงขายได้
ด้านข้อมูลตลาดอนุพันธ์พบว่า ในช่วงการร่วงหนัก มีการ *청산 (forced liquidation)* ของฝั่ง Long Position มากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,353 ล้านบาท) โดยตลาด *ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)* มีการปิดสถานะเกือบ 87.1 ล้านดอลลาร์ และ *ไบแนนซ์(Binance)* ราว 30 ล้านดอลลาร์ สถิตินี้ตอกย้ำว่าตลาดยังคงใช้ ‘เลเวอเรจสูง’ เพื่อเก็งกำไร ซึ่งเปิดช่องให้เกิดคลื่นการล้างพอร์ตรวดเร็วเมื่อราคาผันผวน
นักวิเคราะห์คริปโต *ดาร์กโพสต์(Darkfost)* เตือนว่า “การใช้เลเวอเรจสูงมากเกินไป ทำให้เกิดการล้างพอร์ตแบบโดมิโนแม้เพียงราคาปรับลงเล็กน้อย” ขณะเดียวกัน หลังเหตุการณ์ล้างพอร์ตครั้งใหญ่มื่อวันที่ 10 ตุลาคม ระดับความเสี่ยงในตลาดที่เคยลดลงกลับพุ่งขึ้นอีกครั้ง โดยปริมาณสัญญา Long ในบิตคอยน์ฟิวเจอร์ส (Open Interest) จากเดิม 93,600 BTC พุ่งสู่ 123,500 BTC ในเวลาเพียงสองเดือนครึ่ง เพิ่มขึ้นกว่า 31% สะท้อนพฤติกรรม ‘กลับมาเสี่ยงอีกครั้ง’ ของนักลงทุน
จากมุมมองเทคนิค ราคาบิตคอยน์เปลี่ยนเข้าสู่โครงสร้างขาลง หลังไม่สามารถฝ่าแนวต้านบริเวณ 95,000-100,000 ดอลลาร์ได้ โดยปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่าทั้งเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน และ 100 วัน ขณะเดียวกันเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันก็ยังอยู่เหนือระดับราคา สะท้อนแนวโน้มระยะยาวที่ยังไม่แข็งแรง
ระดับแนวรับที่น่าจับตาต่อไปคือตั้งแต่ช่วง 82,000-85,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.19-1.23 ล้านบาท) หากหลุดลงไปได้ อาจเห็นแรงขายต่อเนื่องสู่ 78,000-80,000 ดอลลาร์ ส่วนหากแนวโน้มฟื้นตัวกลับมา ระดับ 88,000-90,000 ดอลลาร์จะกลายเป็นแนวต้านสำคัญทันที
*ความคิดเห็น*: การล่มของสินทรัพย์เสี่ยงในรอบนี้ไม่ใช่แค่การระบายกำไรธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาด โดยเฉพาะความไม่สมดุลระหว่าง *อารมณ์นักลงทุน* และ *ระดับหนี้ (เลเวอเรจ)* ที่สะสมไว้มากเกินไป เมื่อใดที่เกิดอารมณ์ตื่นตกใจอีกครั้ง ความเสี่ยงจากการถูกล้างพอร์ตเป็นวงกว้างก็อาจหวนกลับมา
ในระยะสั้น ตลาดคริปโตน่าจะยังผันผวนสูงและตอบสนองอย่างอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับ AI, ความเคลื่อนไหวของหุ้นเทคสหรัฐ และนโยบายของรัฐบาล *ทรัมป์* นักลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวังอย่างมากหากมีการใช้เลเวอเรจในช่วงเวลาแบบนี้
ความคิดเห็น 0