ไบแนนซ์ทุ่มซื้อบิตคอยน์(BTC) 1,315 เหรียญผ่านกองทุน SAFU มูลค่ากว่า 145,500 ล้านบาท เสริมพอร์ตสินทรัพย์ต้านความผันผวน
เมื่อวันที่ 2 ไบแนนซ์ (Binance) ประกาศผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการว่า ได้ดำเนินการซื้อบิตคอยน์(BTC) จำนวน 1,315 เหรียญด้วยเงินทุนจากกองทุนสำรองความปลอดภัยผู้ใช้ หรือ SAFU (Secure Asset Fund for Users) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 145,500 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดคริปโตที่ยังมีความผันผวนสูง
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการใช้กองทุน SAFU ซื้อบิตคอยน์ครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี และเป็นก้าวแรกของแผนยุทธศาสตร์ที่จะเปลี่ยนสินทรัพย์มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ซึ่งเดิมเป็นสเตเบิลคอยน์ ให้กลายเป็นบิตคอยน์ ภายในระยะเวลา 1 เดือน ตามที่ไบแนนซ์ได้เปิดเผยไว้ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา โดยไบแนนซ์ยังได้เปิดเผย ‘ที่อยู่กระเป๋าสตางค์คริปโต’ และ ‘เลขธุรกรรม’ สำหรับการทำธุรกรรมครั้งนี้เพื่อความโปร่งใส
SAFU เป็นกองทุนที่ไบแนนซ์จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2018 เพื่อเป็นทุนสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น การถูกแฮ็กหรือระบบล่ม ก่อนหน้านี้พอร์ตโฟลิโอของกองทุนนี้ประกอบด้วยสเตเบิลคอยน์เป็นหลัก แต่ครั้งนี้ไบแนนซ์ได้เริ่มปรับสมดุลพอร์ตใหม่ โดยเพิ่ม ‘สินทรัพย์พื้นฐาน’ อย่างบิตคอยน์เข้ามา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มรายใหญ่มองบิตคอยน์เป็น *สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์* มากขึ้น
ในเวลาไล่เลี่ยกัน จัสติน ซัน(Justin Sun) ผู้ก่อตั้งทรอน(TRX) ก็แสดงท่าทีพร้อมเดินตามแนวทางของไบแนนซ์ โดยให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk ว่า กำลังพิจารณาเข้าซื้อบิตคอยน์มูลค่าสูงสุดถึง 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมเงินคลังของโปรเจกต์ เขาให้ความเห็นว่า “บิตคอยน์กำลังตอกย้ำความเป็นสินทรัพย์สะสมมูลค่าในระยะยาว” และ "การเข้าซื้อสะสมต้องอิงกับความเชื่อมั่นไม่ใช่แค่เก็งกำไร"
การเข้าซื้อของทั้งไบแนนซ์และจัสติน ซัน เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดันจากการขายทำกำไร โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บิตคอยน์ร่วงแตะระดับ 74,600 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาประมาณ 77,700 ดอลลาร์ในเวลาต่อมา
นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการปรับสมดุลสินทรัพย์ในกองทุน SAFU ไม่ใช่เพียงแค่การลงทุน แต่เป็นการส่ง ‘สัญญาณชัดเจน’ ว่าไบแนนซ์กำลังจัดวางบิตคอยน์ให้เป็น *แกนนำของระบบการเงินดิจิทัล* ในอนาคต ขณะนี้มูลค่าสินทรัพย์ใน SAFU อยู่ที่ราว 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยไบแนนซ์วางแผนจะทยอยปรับพอร์ตให้เหมาะสมตามสภาวะตลาด
แม้ราคาบิตคอยน์จะลดลงกว่า 11% ตั้งแต่ต้นปี แต่การซื้ออย่างเป็นระบบจากแพลตฟอร์มขนาดใหญ่และบุคคลสำคัญ ยิ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่า การปรับฐานครั้งนี้อาจเป็น *โอกาสซื้อรอบใหญ่* โดยเฉพาะเมื่อกองทุนอย่าง SAFU เริ่มเปลี่ยนทิศจากสเตเบิลคอยน์มาสู่ “ทองคำดิจิทัล” อย่างจริงจัง
การเคลื่อนไหวของไบแนนซ์ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การป้องกันความเสี่ยง แต่สะท้อนแนวทาง ‘เลือกและเน้นจุดแข็งในวิกฤต’ อย่างชัดเจน หากการปรับพอร์ตอีก 900 ล้านดอลลาร์ที่เหลือยังคงดำเนินต่อไป อาจสร้างแรงสนับสนุนต่อราคาบิตคอยน์ได้ในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็น 0