บล랙ร็อกโอนคริปโตมูลค่ารวมกว่า 9,700 ล้านบาทเข้าไปยัง Coinbase Prime
บล랙ร็อก ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลกได้โอนคริปโตเคอร์เรนซีจำนวนมากไปยังแพลตฟอร์ม Coinbase Prime โดยมีการย้ายบิตคอยน์(BTC) จำนวน 6,918 เหรียญ และอีเธอเรียม(ETH) อีก 58,327 เหรียญในวันจันทร์ที่ผ่านมา รวมมูลค่าราว 6.72 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9,765 ล้านบาท ตามข้อมูลจาก Arkham Intelligence
แม้ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อขายเป็นเงินสด แต่ก็ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกิดขึ้นหลังจากที่ราคาบิตคอยน์ร่วงลงต่ำกว่า 75,000 ดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอต IBIT ของบล랙ร็อกบันทึกเงินไหลออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 528 ล้านดอลลาร์ หรือราว 7,674 ล้านบาท ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ข้อมูลจาก Farside Investors ระบุว่า ETF บิตคอยน์ที่จดทะเบียนในสหรัฐมีเงินไหลออกถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 21,795 ล้านบาท ในสัปดาห์เดียว
แหล่งข่าวอธิบายว่า การโอนสินทรัพย์ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการกองทุน ETF โดยตรง ซึ่งต้องใช้ระบบ ‘รับฝากโดยตรง’ (Direct Custody) ทำให้เกิดการโอนเหรียญจำนวนมากเข้าสู่แพลตฟอร์มซื้อขายในระดับสถาบันอย่าง Coinbase Prime
ไบแนนซ์เปลี่ยนแนวทางบริหารความเสี่ยง ซื้อบิตคอยน์ 1,315 เหรียญ เสริม SAFU Fund
ในอีกด้านหนึ่ง ไบแนนซ์ แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ของโลก ได้ตัดสินใจซื้อบิตคอยน์(BTC) จำนวน 1,315 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 1.45 พันล้านบาท เพื่อเติมสินทรัพย์ในกองทุน SAFU (Secure Asset Fund for Users) ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ โดยเป็นการซื้อครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี
ข้อตกลงในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 มกราคม ซึ่งไบแนนซ์ประกาศความตั้งใจที่จะเปลี่ยน Stablecoin มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ในกองทุน SAFU ให้กลายเป็นบิตคอยน์ภายใน 30 วัน เพื่อปรับพอร์ตสินทรัพย์รับมือกับความผันผวนของตลาด
ไบแนนซ์ยังได้เปิดเผยที่อยู่กระเป๋าหลักของ SAFU พร้อมให้สามารถตรวจสอบได้ผ่านลิงก์บนบล็อกเชน ด้วยจุดประสงค์เพื่อสร้างความโปร่งใส กองทุน SAFU ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2018 เพื่อลดผลกระทบจากภัยคุกคาม เช่น การแฮ็ก โดยก่อนหน้านี้เน้นถือครอง Stablecoin เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ‘บิตคอยน์’ กำลังถูกนำกลับมาเป็นสินทรัพย์หลักเพื่อคงมูลค่ากองทุนให้อยู่เหนือ 1 ล้านล้านวอน หรือกว่า 27,000 ล้านบาท
ราคาบิตคอยน์ในช่วงต้นสัปดาห์หล่นลงไปที่ระดับ 74,600 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ราว 77,700 ดอลลาร์ในปัจจุบัน
จัสติน ซันเตรียมเข้าซื้อบิตคอยน์เพิ่ม มูลค่าสูงถึง 1.45 พันล้านบาท เพื่อเสริมสินทรัพย์ของทรอน
ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของบล랙ร็อกและไบแนนซ์ จัสติน ซัน ผู้ก่อตั้งเครือข่ายทรอน(TRX) ก็ได้ออกมาประกาศแผนเข้าซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติมมูลค่าสูงสุดถึง 100 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,453 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเติบโตของสินทรัพย์ในคลังของทรอน
เขาระบุผ่านแถลงการณ์ที่ส่งถึง CoinDesk ว่า มีมุมมองตรงกับกลยุทธ์ของไบแนนซ์ และเชื่อมั่นใน ‘คุณค่าระยะยาว’ ของบิตคอยน์ โดยเชื่อว่าการซื้อของ SAFU Fund จำนวน 1,315 BTC นั้น เป็นข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพของสกุลเงินนี้
ความเคลื่อนไหวของทรอนไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงแค่การลงทุน แต่สะท้อนถึงความพยายามเพิ่มบทบาทในตลาดโลก โดยเฉพาะในช่วงที่แพลตฟอร์มระดับใหญ่ต่างหันมาใช้ ‘บิตคอยน์’ เป็นสินทรัพย์หลักในการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์
บิตคอยน์ในช่วงนี้มีราคาปรับลดลงจากต้นปีถึงประมาณ 11% ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าอาจเป็นโอกาสสำคัญในการเข้าซื้อก่อนเกิดการฟื้นตัวอีกครั้ง ในสภาวะตลาดที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ ‘การเลือกและการตอบสนอง’ คือปัจจัยชี้วัดความได้เปรียบของผู้เล่นในระยะยาว ความเห็นจากนักลงทุนในตลาดต่างมองตรงกันว่า ยุคใหม่ของคริปโตจะถูกขับเคลื่อนจากกลยุทธ์ของสถาบันขนาดใหญ่ ไม่ใช่เพียงแรงซื้อขายรายย่อยอีกต่อไป
ความคิดเห็น 0