บิตคอยน์(BTC) ร่วงลงอยู่อันดับที่ 13 ในการจัดอันดับมูลค่าทรัพย์สินทั่วโลก โดยมูลค่าตลาดรวมหดตัวลงอย่างรุนแรงมาอยู่ที่ประมาณ 2,240 ล้านล้านวอน หรือราว 1.55 ล้านล้านดอลลาร์ การปรับฐานราคาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เคยไต่ระดับสูงจนแซงหน้า ‘เงิน’ และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างอัลฟาเบต(GOOGL) ได้สำเร็จเมื่อกลางปี
เมื่อวันที่ 2 ตามเวลาท้องถิ่น เว็บไซต์ข้อมูลทรัพย์สิน CompaniesMarketCap รายงานว่า มูลค่าตลาดรวมของบิตคอยน์ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 1.55 ล้านล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าหลายสินทรัพย์และบริษัทขนาดใหญ่ เช่น ‘เงิน’ ที่มีมูลค่าตลาดราว 4.62 ล้านล้านดอลลาร์, เทสลา(TSLA), และบรอดคอม(AVGO) ทั้งที่เพียงไม่กี่เดือนก่อนเคยไต่ขึ้นสู่อันดับที่ 6 ของโลกเมื่อราคาทะลุ 119,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
การร่วงหลุด 10 อันดับแรกครั้งนี้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน เพราะแรงขายหนักทั่วตลาดคริปโตและการขาดสภาพคล่องในตลาดสินทรัพย์แบบดั้งเดิม ราคาบิตคอยน์ ณ วันเดียวกัน ร่วงลงต่ำกว่า 75,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.09 ล้านบาทต่อเหรียญ ถือว่าเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2025 ขณะที่มูลค่าตลาดรวมลดลงจาก 2.35 ล้านล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 1.55 ล้านล้านดอลลาร์ หายไปกว่า 800 ล้านล้านวอนในช่วงสั้นๆ
ข้อมูลจาก CoinGecko ชี้ว่า ในรอบสัปดาห์เดียว ราคาบิตคอยน์ลดลงมากกว่า 11% และหากดูตัวเลขสะสมตลอดสองสัปดาห์จะอยู่ที่ราว 16% ส่วนอีเธอเรียม(ETH) ร่วงลงยิ่งกว่า โดยภายในหนึ่งสัปดาห์ลดลงถึง 21% ทำให้อันดับมูลค่าตลาดร่วงไปอยู่อันดับ 66 และมูลค่าลดลงถึง 25% ภายใน 30 วัน
แม้ว่าสินทรัพย์ดั้งเดิมจะไม่ได้รับผลกระทบน้อยไปกว่ากัน แต่บางสินทรัพย์ยังสามารถรักษาสถานะไว้ได้ โดยเฉพาะ ‘เงิน’ ที่สามารถฟื้นตัวกลับมามีมูลค่าสูงกว่าบิตคอยน์อีกครั้ง หลังจากราคาต่อออนซ์ร่วงจาก 122 ดอลลาร์ไปแตะระดับต้น 70 ดอลลาร์ ก่อนที่จะรีบาวด์กลับมายืนที่ 87 ดอลลาร์ หรือประมาณ 126,430 วอน ขณะที่บิตคอยน์กลับไม่สามารถพลิกฟื้นตามได้ แม้จะมีลักษณะเป็นสินทรัพย์แบบ ‘ไร้ศูนย์กลาง’
มูลค่าทรัพย์สินอันดับต้นๆ ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ ‘ทองคำ’ ที่ยังครองอันดับหนึ่งด้วยมูลค่ากว่า 33 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 4.79 แสนล้านล้านวอน ส่วนหุ้นกลุ่มบิ๊กเทคอย่าง เอ็นบีเดีย(NVDA), ไมโครซอฟท์(MSFT), แอปเปิล(AAPL), อัลฟาเบต, อเมซอน(AMZN) รวมถึงบริษัทพลังงานอย่างซาอุดี อารามโก ยังคงยึดตำแหน่งบนอย่างเหนียวแน่น
ณ เวลานี้ อัลฟาเบตมีมูลค่าตลาดที่ 4 ล้านล้านดอลลาร์ ตามด้วยแอปเปิลที่ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบกับเพียงหกเดือนก่อนที่บิตคอยน์เคยไต่ขึ้นสูงกว่าสองบริษัทนี้ ปัจจุบันช่องว่างระหว่างกันกลับกว้างเกินหลายพันล้านล้านวอน
คำถามสำคัญคือ การร่วงลงครั้งนี้เป็นแค่การ ‘ปรับฐานชั่วคราว’ หรือเป็นสัญญาณของ ‘การปรับโครงสร้างตลาด’ ที่ใหญ่กว่านั้น หากเป็นอย่างหลัง อาจหมายความว่าเม็ดเงินกำลังไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม สภาวะที่ทั้งตลาดคริปโตและตลาดดั้งเดิมต่างเผชิญกับการปรับตัวพร้อมกัน แสดงถึง ‘แรงขายคู่ขนาน’ ที่สะท้อนภาวะไม่แน่นอนในวงกว้าง ความเร็วและพลังของการฟื้นตัวในช่วงถัดไปอาจเป็นตัวชี้วัดว่า ตลาดไหนจะกลายเป็นศูนย์กลางของเงินทุนในอนาคต ความเห็นจากนักวิเคราะห์บางรายมองว่า นักลงทุนกำลังรอดูทิศทางใหม่ ก่อนตัดสินใจย้ายสินทรัพย์อีกครั้งในปลายปีนี้
ความคิดเห็น 0