บิตคอยน์(BTC) ยังคงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง โดยราคาล่าสุดร่วงลงมาต่ำกว่าระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,161,300 บาท ส่งผลให้ตลาดคริปโตโดยรวมอยู่ในภาวะไม่มั่นคง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่มีเม็ดเงินใหม่เข้ามาสนับสนุนราคา ซึ่งทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวกลับสู่ขาขึ้นเป็นไปได้ยาก
เมื่อวันที่ 1 (เวลาท้องถิ่น) ราคาบิตคอยน์เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 76,674 ดอลลาร์ หรือราว 1,113,800 บาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าราคายังไม่พบ ‘จุดต่ำสุด’ ที่ชัดเจน และตลาดกำลังก้าวเข้าสู่โครงสร้างขาลง
จู กี-ยอง ซีอีโอของบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอย่างคริปโตควอนต์ เปิดเผยว่าปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาบิตคอยน์ร่วงลงคือ ‘ขาดเม็ดเงินใหม่’ เขาอธิบายว่า ‘มูลค่าตามราคาที่รับรู้แล้ว (Realized Cap)’ ของบิตคอยน์แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง บ่งชี้ว่าไม่มีนักลงทุนรายใหม่เข้ามาซื้อเพิ่มในตลาด
เขาระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อ Realized Cap ไม่เพิ่มขึ้น จะมีเพียงการซื้อขายภายในกลุ่มผู้ถือเหรียญเดิม ซึ่งไม่สามารถพยุงราคาขึ้นได้ เพราะขาดแรงสนับสนุนจากเงินทุนภายนอก “ขณะนี้ แรงขายมีมากเกินอุปสงค์ และไม่มีแนวรับทางด้านการซื้อที่ชัดเจนรองรับแรงขายเหล่านั้น” จู กล่าว
อีกด้านหนึ่ง บรรดาสถาบันลงทุนเองก็เริ่มชะลอการเข้าซื้อ และหันมาทำกำไรหลังจากที่ตลาดบิตคอยน์ได้รับปัจจัยบวกจากการเปิดตัวกองทุน ETF ที่ลงทุนในบิตคอยน์แบบสปอตในช่วงก่อนหน้านี้ จู เสริมว่า แม้การขายโดย ‘Strategy’ ซึ่งเป็นผู้ถือรายใหญ่จะไม่ทำให้เกิดการดิ่งจากเดิมถึง -70% เหมือนที่ผ่านมา แต่สัญญาณของแรงขายยังคงมีอยู่ ทำให้การหาจุดต่ำสุดของตลาดเป็นเรื่องยาก และบ่งชี้ถึงแนวโน้ม ‘ออกข้าง’ มากกว่าการตกต่ำในระยะสั้น
แม้จะมีแรงขายอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เริ่มมีสัญญาณว่าการขายกำลังลดลง CW นักวิเคราะห์ข้อมูลตลาด เผยว่าจำนวนการขายสุทธิของบิตคอยน์ ณ วันที่ 31 มกราคม ลดลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ความผันผวนยังคงมีอยู่ โดยราคายังคงแกว่งตัวแรงระหว่างการซื้อ-ขาย
ข้อมูลจากเครือข่ายบล็อกเชนยังเผยให้เห็นว่า บรรดา ‘วาฬคริปโต’ หรือผู้ถือรายใหญ่ เริ่มเข้าซื้อในช่วงที่ราคาตก ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยกลับเร่งขายเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ความเห็นของนักวิเคราะห์ชี้ว่า หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อเนื่อง กลุ่มวาฬอาจใช้โอกาสนี้ในการดึงราคาลงต่อ เพื่อชำระล้างตำแหน่งเลเวอเรจที่อ่อนไหวของนักลงทุนรายย่อย
สถานการณ์ในตอนนี้สะท้อนภาพของ ‘การยืนมองดู’ มากกว่าการเข้าซื้อ หรือขายอย่างก้าวร้าว ด้วยแรงเทขายยังคงอยู่ การฟื้นตัวของราคาในระยะสั้นจึงยังไม่มีแนวโน้มชัดเจน แต่ในทางกลับกัน การเข้าซื้อของวาฬรวมไปถึงแรงขายจากรายย่อยอาจนำไปสู่การเคลื่อนไหวของราคาที่ผันผวนไปในกรอบแคบ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดว่า ตลาดอาจอยู่ในช่วงของ ‘การปรับฐานแบบไซด์เวย์’ อย่างต่อเนื่อง ก่อนเกิดขาขึ้นรอบใหม่อีกครั้งในอนาคต
ความคิดเห็น 0