โทเคนใหม่ ‘ซามา(ZAMA)’ ซึ่งพัฒนาบนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) และใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัส Fully Homomorphic Encryption (FHE) กำลังได้รับความสนใจจากสายตาทั่ววงการคริปโตหลังเปิดตัว อย่างไรก็ตาม ราคาในวันแรกของการซื้อขายกลับร่วงลงถึง *30%* จากราคาตั้งต้น สะท้อนความผันผวนที่ยังมีอย่างมากในตลาด
ซามาถูกเสนอว่าเป็นโปรเจกต์แรกที่นำเทคโนโลยี FHE มาใช้จริงบน *เมนเน็ตของอีเธอเรียม* ซึ่งถือเป็นก้าวใหม่ในด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยการระดมทุนครั้งนี้สามารถกวาดเม็ดเงินได้มากถึง 118.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว *1,722* ล้านบาท และยังได้นำวิธีการประมูลแบบ ‘ดัตช์ลับ (private Dutch auction)’ เข้ามาใช้เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ซื้อ — ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่สร้างความน่าสนใจ
แม้จะมีโปรไฟล์ที่แข็งแรง แต่ ZAMA กลับเริ่มต้นด้วยราคาต่ำกว่าคาด โดยเปิดตลาดที่ 0.35 ดอลลาร์ หรือประมาณ *509* บาท ลดลงจากราคาที่ใช้ใน ICO ถึง 30% คิดเป็นมูลค่าตลาดเบื้องต้นราว *5812* ล้านบาท ซึ่งราคาดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความวิตกจากนักลงทุนเกี่ยวกับทิศทางตลาดโดยรวม รวมถึงความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจโลก
ZAMA ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำธุรกรรมด้วยข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสโดยไม่ต้องถอดรหัสก่อน ทำให้สามารถดำเนินการคำสั่งในสมาร์ตคอนแทรกต์ได้โดยไม่เปิดเผยข้อมูลต้นฉบับ ฟีเจอร์นี้ถือเป็นการให้อิสระให้กับการใช้งานบนบล็อกเชนในด้านที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง โดย *ทีมพัฒนา* ตั้งเป้าว่าจะผลักดันให้ FHE ถูกนำไปใช้งานในโปรโตคอล DeFi และระบบบล็อกเชนสำหรับองค์กรในอนาคต
*ความคิดเห็น*: การเปิดตัวของซามานับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาระดับโครงสร้างพื้นฐานในโลกคริปโต โดยเฉพาะในแง่การคุ้มครองข้อมูลบนบล็อกเชน อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาที่ตกต่ำกว่าคาดมาตั้งแต่ต้น โครงการนี้คงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ให้เห็นถึงการใช้งานจริงและความน่าเชื่อถือในระยะยาว
ท่ามกลางความไม่แน่นอน ซามาอาจกลายเป็นกรณีศึกษาใหม่ของโปรเจกต์ที่นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาปรับใช้ในโลกเงินดิจิทัล โดยที่เงื่อนไขความสำเร็จไม่ได้พึ่งเพียงแค่ *แนวคิดที่ดี* เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้เช่นกัน
ความคิดเห็น 0