ความเหนื่อยล้าจาก ‘เพเป้(PEPE)’ เพิ่มขึ้น ขณะที่ ‘แม็กซิโดจิ(MAXI)’ กลายเป็นดาวรุ่งในตลาดมีมคอยน์
ในขณะที่เพเป้(PEPE) เคยได้รับฉายาว่าเป็น ‘บิตคอยน์แห่งมีมคอยน์’ และเคลื่อนตลาดด้วยแรงซื้ออันร้อนแรง ล่าสุดความน่าสนใจที่เคยมีกลับเริ่มลดลงอย่างชัดเจน ขณะนี้นักลงทุนเริ่มสะท้อนความ ‘เหนื่อยล้า’ จากการไล่ราคาสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดเติบโตจนแตะระดับหลายพันล้านดอลลาร์ หรือหลายแสนล้านบาท ซึ่งส่งผลให้โอกาสของกำไรแบบทวีคูณแบบที่เคยเกิดขึ้นในช่วงแรกนั้นกลายเป็นเรื่องยากขึ้น ความผันผวนในกราฟและการลดลงของความเคลื่อนไหวจากนักลงทุนรายย่อยยิ่งตอกย้ำถึงแนวโน้มดังกล่าว
เมื่อเกิดภาวะเช่นนี้ เงินทุนในตลาดมีมคอยน์ไม่ได้ ‘ไหลออก’ แต่กลับหมุนเวียนภายใน โดยย้ายไปสู่เหรียญใหม่ที่มีมูลค่าตลาดเล็กกว่าและมีศักยภาพในการเติบโตแบบก้าวกระโดด ‘แม็กซิโดจิ(MAXI)’ จึงกลายเป็นเหรียญดาวรุ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนกลุ่มเสี่ยงสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่นิยมเทรดด้วย ‘เรเวอเรจสูง’
แม็กซิโดจิไม่ใช่แค่เหรียญที่เลียนแบบโดจคอยน์(DOGE) หากแต่สร้างตัวตนที่ชัดเจนขึ้นด้วยการจับกระแสนักเทรดสาย ‘ดีเจน’ ที่ชอบความท้าทายและการเดิมพันที่หนักหน่วง คอนเซ็ปต์ ‘นักกล้ามสายเทรด’ ที่ผสมผสานกับวัฒนธรรม ‘ยิมโบร’ กลายเป็นจุดขายที่แตกต่าง ทำให้เหรียญนี้ถ่ายทอดอารมณ์การลงทุนแบบดุดันและเน้นผลตอบแทนซ้ำๆ ได้อย่างแยบยล
แนวคิด ‘Lift, Trade, Repeat’ ของแม็กซิโดจิ ผสมผสานภาพลักษณ์ของมีมเข้ากับกลยุทธ์การตลาดแบบเกมิฟิเคชัน (Gamification) ได้อย่างลงตัว เหรียญนี้ไม่เพียงตั้งเป้าหมายให้ผู้ถือถือเหรียญไว้เฉยๆ แต่ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม เช่นการแข่งขันเทรดที่สงวนสิทธิเฉพาะผู้ถือเหรียญ โดยมีระบบรางวัลผ่านลีดเดอร์บอร์ดเพื่อกระตุ้นความคึกคักของคอมมูนิตี้ ทำให้ผู้ถือมีแรงจูงใจในการอยู่กับโปรเจกต์ต่อในระยะยาว
ด้านพัฒนาการทางการเงิน ตัวเลขล่าสุดระบุว่าแม็กซิโดจิสามารถระดมทุนผ่านการขายรอบพรีเซลได้กว่า 4.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 65.6 ล้านบาท สะท้อนถึงความสนใจจากทั้งรายย่อยและนักลงทุนรายใหญ่ ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าโปรเจกต์นี้อาจได้รับแรงสนับสนุนจาก ‘สมาร์ทมันนี่’ การกำหนดราคาพรีเซลที่ 0.0002802 ดอลลาร์ หรือราว 0.41 บาท พร้อมกับการจัดสรร 5% ของโทเคนไปสู่พูลสเตกกิ้งเพื่อถือครองระยะยาวสูงสุด 1 ปี และให้รางวัลอัตโนมัติ ก็ยิ่งตอกย้ำการออกแบบระบบที่ช่วยกระตุ้น ‘ไดมอนด์แฮนด์’ (ถือยาวโดยไม่ขาย) ซึ่งตรงข้ามกับความเฉื่อยชาในการถือครองเหรียญใหญ่อย่างเพเป้ในปัจจุบัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม็กซิโดจิกำลังฉายภาพมีมคอยน์รุ่นใหม่ที่ไม่ใช่แค่ ไอคอนขำขัน แต่เป็น ‘ซับคัลเจอร์ของการลงทุน’ ที่กำลังมาแรง เพราะรวมเอาโลกของมีม, การลงทุนเชิงกลยุทธ์ และวัฒนธรรมดิจิทัลเข้าไว้ด้วยกัน แม้จะอยู่ในช่วงพรีเซล แต่หากวัดจากการตอบรับทั้งด้านเงินทุนและการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ใช้งาน มีแนวโน้มว่าแม็กซิโดจิอาจกลายเป็นกระแสดังใหม่ในตลาด โดยเฉพาะในสายตาของนักลงทุนที่กำลังมองหา ‘เพเป้ถัดไป’
‘ความคิดเห็น’: กระแสของแม็กซิโดจิแสดงให้เห็นชัดว่าการลงทุนในโลกคริปโตไม่ได้ขึ้นกับพื้นฐานของโปรเจกต์อีกต่อไป แต่ขึ้นกับการเข้าใจจิตวิทยา, วัฒนธรรม และ ‘ความมันส์’ ในแบบที่นักลงทุนยุคใหม่ต้องการ
ความคิดเห็น 0