เมตะแมสก์เปิดให้ผู้ใช้นอกสหรัฐซื้อขาย ‘หุ้น-ETF-โลหะมีค่าแบบโทเคน’
เมตะแมสก์ ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลบนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) เริ่มให้บริการซื้อขายสินทรัพย์แบบโทเคน เช่น หุ้นสหรัฐ, กองทุน ETF และโลหะมีค่ากว่า 200 รายการสำหรับผู้ใช้นอกสหรัฐ โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานจากโครงการ *ออนโดอบลิก* (Ondo Finance) ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนทิศทางของกระเป๋า ‘รวมทุกอย่าง’ ที่สามารถรองรับทั้งคริปโตและทรัพย์สินดั้งเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ
เมื่อวันที่ 4 โครงการเมตะแมสก์เปิดเผยว่า ได้เริ่มให้บริการผ่านแอปมือถือก่อน โดยผู้ใช้นอกสหรัฐสามารถแลกเปลี่ยนสเตเบิลคอยน์ยูเอสดีซี(USDC) เป็นโทเคน GM ของออนโด เพื่อทำการซื้อขายทรัพย์สินต่างๆ เช่น หุ้น กองทุน ETF ทองคำ และเงิน โดยมีแผนจะขยายสู่เวอร์ชันเบราว์เซอร์ภายในสิ้นเดือนนี้
บริการนี้ใช้กลไก ‘เมตะแมสก์สวอป’ เพื่อทำธุรกรรม แลกเปลี่ยนเหรียญระหว่างยูเอสดีซีและโทเคน GM ซึ่งเป็นโทเคนที่ออกมาเพื่อสะท้อนมูลค่าของสินทรัพย์ดั้งเดิมแบบ 1:1 โดยให้ ‘ความผันผวนใกล้เคียงของจริง’ รวมถึงความมั่นคงของราคาในระดับเทียบเท่าหุ้นทั่วไป
ความสัมพันธ์กับโครงการ ‘ทรัมป์’ และข้อจำกัดด้านกฎหมาย
โครงการออนโดเคยเป็นที่พูดถึงเมื่อปีที่แล้วจากการเป็นพันธมิตรกับโครงการ World Liberty Financial (WLFI) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับประธานาธิบดีทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ในข้อมูลล่าสุดจาก CoinGecko ราคาโทเคน GM ลดลงแล้วราว 80% ภายในหนึ่งปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเมตะแมสก์กำหนดให้บริการนี้มีเฉพาะผู้ใช้นอกกลุ่มประเทศที่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย ไม่รองรับสหรัฐ, แคนาดา, สหราชอาณาจักร และกลุ่ม EEA รวมแล้วกว่า 30 ประเทศ
บริษัทคอนเซนซิส (Consensys) ผู้พัฒนาเมตะแมสก์ ระบุว่า ได้ใช้ระบบจำแนกตำแหน่ง IP เพื่อจำกัดการเข้าถึง และหากผู้ใช้มาจากประเทศในกลุ่มจำกัด จะได้รับข้อความแจ้งว่าไม่สามารถใช้งานได้ พร้อมเสริมว่า “ขณะนี้กำลังพิจารณาวิธีการขยายบริการให้ครอบคลุมมากขึ้นตามข้อกำหนดกฎระเบียบท้องถิ่น”
กระเป๋าคริปโตยุคใหม่ ที่เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมกับดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ
ทิศทางการพัฒนาในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มการเชื่อมโยง ‘สินทรัพย์บนโลกจริง’ (RWA: Real World Assets) เข้ากับโลกคริปโต โดยมุ่งสร้างแอปการเงินแบบครบวงจรที่ทำให้ผู้ใช้สามารถถือและซื้อขายทั้งคริปโตและสินทรัพย์ดั้งเดิมในกระเป๋าเดียว โจ ลูบิน (Joe Lubin) ซีอีโอของคอนเซนซิส และผู้ร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม กล่าวว่า “การเงินดั้งเดิมมีข้อจำกัดทั้งด้านประสบการณ์และเวลา การบูรณาการสินทรัพย์จากออนโดเข้ากับเมตะแมสก์ คือวิวัฒนาการสู่การเงินที่นำโดยผู้ใช้”
ไม่เพียงแค่เมตะแมสก์ โครงการ RWA กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรม คอยน์เบส(COIN) เคยเปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘Tokenize’ เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่กระเป๋าทรัสต์วอลเล็ต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ซีแซด (Changpeng Zhao) ผู้ร่วมก่อตั้งไบแนนซ์ ก็ได้พัฒนาการรองรับสินทรัพย์ผ่านออนโดมาตั้งแต่กันยายนปีก่อน
ปัจจุบัน เมตะแมสก์และทรัสต์วอลเล็ตยังจับมือกับมายริแอด(Myriad) และโพลีมาร์เก็ต(Polymarket) เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการซื้อขายในตลาดคาดการณ์ (Prediction Market) เข้าไปในตัวแอปอีกด้วย
*ความคิดเห็น:* การเติบโตของกระเป๋าเงินดิจิทัลที่สามารถจัดการ RWA อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโต ไม่เพียงส่งสัญญาณถึงการยอมรับ ‘การถือครองทรัพย์สินแบบไร้ตัวกลาง’ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการให้ผู้คนทั่วโลกเข้าถึงตลาดการเงินอย่างเสรีและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
ความคิดเห็น 0