Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ร่วงแตะ 72,945 ดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบปี ท่ามกลางแรงกดดันจาก 'ฟองสบู่ AI' และตลาดหุ้นสหรัฐ

ราคาบิตคอยน์(BTC) ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในปี 2026 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยปรับตัวลงไปถึง 72,945 ดอลลาร์ (ประมาณ 10.58 ล้านบาท) นับเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าสู่ปีนี้ หลังจากที่ไม่สามารถรักษาระดับแนวรับที่ 80,000 ดอลลาร์ได้เมื่อต้นปี ส่งผลให้ราคาดรอปลงประมาณ 15% จากต้นปี และลดลงเกือบ 45% จากระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 126,267 ดอลลาร์ ท่ามกลางความวิตกว่าตลาดขาขึ้นของคริปโตอาจสิ้นสุดลงแล้ว

สาเหตุหลักของแรงเทขายในครั้งนี้มาจากความไม่แน่นอนของตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งเกิดคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนของกระแสพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์(AI) ที่เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2025 ซึ่งเริ่มส่งแรงกระเพื่อมไปยังตลาดคริปโตอย่างชัดเจน

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความกังวลเรื่อง ‘ฟองสบู่ AI’ ส่งผลให้เกิดแรงขายในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Magnificent 7 รวมถึงดัชนีหลักอย่าง S&P500, ดาวโจนส์ และแนสแด็ก ทั้งสามดัชนีดิ่งลงระหว่าง 0.70% ถึง 1.77% โดยราคาหุ้นของเอ็นวีเดียและไมโครซอฟท์(MSFT) ลดลง 3.4% และ 2.7% ตามลำดับ ขณะที่อเมซอนร่วง 2.67%

ยิ่งไปกว่านั้น สัปดาห์นี้มีบริษัทในดัชนี S&P500 กว่า 100 แห่งเตรียมประกาศงบการเงิน ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าผลประกอบการจะเป็นไปตามหรือแย่กว่าที่ตลาดคาด ทำให้ตลาดโดยรวมมีความผันผวนสูง และนักลงทุนคริปโตก็ไม่ได้อยู่เหนือแรงกดดันนี้

อีกปัจจัยที่ทวีความรุนแรงในการลดลงของราคาคือแรงเทขายจากการถูกบังคับปิดสถานะเลเวอเรจ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก CoinGlass พบว่า บิตคอยน์(BTC) ถูกปิดสถานะฝั่งซื้อคิดเป็นมูลค่า 127.25 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,848 ล้านบาท) ขณะที่อีเธอเรียม(ETH) ถูกบังคับปิดฝั่งซื้อกว่า 159.10 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,310 ล้านบาท)

แม้ภาพรวมจะดูเป็นลบ แต่ยังมีความเห็นในฝั่งบวกจากผู้เชี่ยวชาญบางราย โจ เบอร์เน็ต(Joe Burnett) รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ของสไตรฟ์(Strive) แสดงความคิดเห็นว่า “การร่วงลงของบิตคอยน์ในตอนนี้ยังอยู่ในระดับของความผันผวนเฉลี่ยในอดีต และการลดลง 45% ถือเป็นลักษณะปกติของสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินตราได้รวดเร็ว”

ถึงแม้จะเริ่มมีสัญญาณการเข้าซื้อปรากฏอยู่บ้าง โดยเฉพาะจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบันบางแห่ง เช่น Strategy แต่แรงซื้อนั้นยังไม่มากพอที่จะหยุดแนวโน้มขาลงของราคา

ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม TRDR.io ระบุว่าแรงขายยังคงเข้ามาในตลาด ขณะเดียวกันก็เริ่มมีคำสั่งซื้อสะสมในระดับราคา 71,800 ดอลลาร์ถึง 63,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 10.41 ล้าน – 9.14 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะเกิดแรงดีดตัวแรงในบริเวณนั้นหรือไม่

ในท้ายที่สุด ทิศทางราคาของบิตคอยน์ในช่วงนี้ดูจะขึ้นอยู่กับตัวแปรภายนอก เช่น ภาวะตลาดหุ้นสหรัฐ และภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค(Macro) มากกว่าปัจจัยในตลาดคริปโตโดยตรง โดยเฉพาะแนวโน้มทางการเมืองอย่างโอกาสการกลับมาของประธานาธิบดีทรัมป์ และทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเป็น ‘คำ’ ตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาในระยะต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1