Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เซโล(Celo) เร่งขยาย Web3 บนมือถือ เจาะตลาดเกิดใหม่ด้วยระบบไร้ธนาคาร

**เซโล(Celo) เดินหน้าสู่ Web3 ด้วยกลยุทธ์ 'มือถือเป็นศูนย์กลาง' มุ่งเจาะตลาดเกิดใหม่**

เซโล(Celo) แพลตฟอร์มบล็อกเชนที่มุ่งเน้นการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ กำลังเร่งผลักดันการขยายตัวสู่ Web3 โดยเน้นตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก มาร์เร็ค อัลเชฟสกี้(Marek Olszewski) ผู้ร่วมก่อตั้ง ระบุว่า จุดแข็งของเซโลคือการเป็นบล็อกเชนที่ ‘เหมาะกับการชำระเงินในชีวิตประจำวัน’ มากที่สุด โดยมุ่งลดความยุ่งยากจากการใช้งานคริปโตเคอร์เรนซีแบบเดิม

*“เพียงแค่หมายเลขโทรศัพท์ก็โอนเงินได้ง่าย แบบไม่มีที่อยู่กระเป๋ายุ่งยาก”* คือหัวใจของการใช้งานบนเซโล แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถส่งเหรียญได้โดยไม่ต้องใช้ Public Address และยังสามารถชำระ 'ค่าธรรมเนียมก๊าซ (Gas Fee)' ด้วยเหรียญเสถียรได้อีกด้วย

อัลเชฟสกี้เผยว่า เซโลเริ่มต้นจากความพยายามในการสร้างกระเป๋าคริปโตบนอีเธอเรียม(ETH) แต่ต้องเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน จึงเลือกพัฒนาเชนของตัวเองแทน ทุกองค์ประกอบตั้งแต่ระบบระบุตัวตนด้วยหมายเลขโทรศัพท์ ไปจนถึงการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียม ถูกออกแบบ ‘เพื่อความใช้งานง่าย’ เป็นหลัก

แพลตฟอร์มยังเน้นต้นทุนการทำธุรกรรมที่ต่ำกว่า โซลานา(SOL) และประสบการณ์ในการใช้งานคล้ายแอป P2P อย่าง ‘แอปโอนเงินอย่างเวนโม(Venmo)’ อีกด้วย

**‘Minipay’ ขยายตัวอย่างรวดเร็วในแอฟริกา**

‘มินิเพย์(Minipay)’ กระเป๋าคริปโตที่พัฒนาบนเซโล ร่วมมือกับเว็บเบราว์เซอร์โอเปรา มินิ กลายเป็นเครื่องมือหลักในการใช้งานจริงทั่วแอฟริกา ผู้ใช้งานสามารถถือเหรียญเสถียรที่มีมูลค่าอิงกับดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสามารถแลกเป็นเงินตราท้องถิ่นผ่านบัญชีเสมือนแบบอัตโนมัติ

ตัวอย่างจากผู้ใช้งานที่เดินทางในเคนยาและไนจีเรีย แม้จะทำกระเป๋าหายแต่ก็ยังสามารถทำธุรกรรมได้ต่อผ่านมินิเพย์ ชี้ให้เห็นถึง ‘ความเชื่อถือได้’ และ ‘ความสะดวก’ ของระบบ โดยเฉพาะในประเทศที่ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตสูง เช่นอาร์เจนตินา ที่ผู้ใช้นิยมใช้เหรียญเสถียรในการทำธุรกรรมแบบ P2P เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

**เซโลแซงหน้า ‘TRX’ พร้อมปรับเปลี่ยนสู่ L2 บนเครืออีเธอเรียม**

ล่าสุด เซโลแซงหน้าเครือข่ายทรอน(TRX) ในแง่จำนวนผู้ใช้งานรายสัปดาห์ จุดเด่นสำคัญคือ “ฐานผู้ใช้ที่เป็นคนทั่วไป” แตกต่างจากเครือข่ายอื่นที่ส่วนใหญ่เป็น ‘วาฬคริปโต’ อัลเชฟสกี้กล่าว พร้อมยกตัวอย่างการใช้งาน เช่น การโอนเงินผ่านมินิเพย์ การแปลงเหรียญด้วยโทเคนเหรียญเสถียร ‘เมนโต (Mento)’ และระบบยืนยันตัวตนแบบกระจายศูนย์ ‘Self Protocol’

เดิมที เซโลเป็นเชนแบบเลเยอร์ 1 แต่ได้ตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็นเลเยอร์ 2 บนเครือข่ายอีเธอเรียม เน้นความเร็วในการยืนยันธุรกรรม แม้ต้องยอมลดเงื่อนไขเดิมที่สามารถยืนยันธุรกรรมด้วยบล็อกเดียว

อัลเชฟสกี้เชื่อว่า อีเธอเรียมจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบ Web3 และอาจรวมถึงระบบชำระเงินของอินเทอร์เน็ตทั้งหมดในอนาคต

**ระบบยืนยันตัวตนบนเชน รองรับมาตรฐานระดับโลก**

เซโลพัฒนาระบบพิสูจน์ตัวตนแบบอิงชีวมิติผ่าน ‘Self Protocol’ ซึ่งอาศัยข้อมูลจากภาครัฐและเทคนิค ‘Zero-Knowledge Proof’ (ZKP) ทำให้สามารถตรวจสอบคุณสมบัติเช่น อายุ และสถานะตามกฎหมายได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว

เทคโนโลยีนี้ถูกเชื่อมต่อเข้ากับบริการจากบริษัทระดับโลก เช่น กูเกิลคลาวด์ ที่นำระบบของเซโลมาใช้สำหรับแจกจ่ายคริปโตฟรีภายใต้ข้อกำหนด ‘ต่อต้านบัญชีปลอม’ (Sybil Resistance) และข้อปฏิบัติตาม OFAC ของสหรัฐฯ

**สร้างระบบการเงินใหม่ ผ่านมือถือและคริปโต**

เครือข่ายที่เซโลสร้างขึ้น โดยมีมินิเพย์เป็นศูนย์กลาง ถูกใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศ ชำระค่าจ้างฟรีแลนซ์ และลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน จุดหมายระยะยาวคือการสร้างระบบการเงินบนเชนที่สามารถทดแทนระบบธนาคารแบบเดิมได้เกือบทั้งหมด

อัลเชฟสกี้มั่นใจว่า *“อนาคตของฟินเทคคือการอยู่บนบล็อกเชนอย่างแท้จริง”* โดยเฉพาะตลาด FX ที่มีมูลค่าการซื้อขายต่อวันมากกว่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ – เมื่อเทียบกันแล้ว คริปโตเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

**คริปโตคือ 'เทคโนโลยีแห่งเสรีภาพ' และกลไกคานอำนาจรัฐ**

อัลเชฟสกี้มองว่า คริปโตไม่ใช่แค่เครื่องมือชำระเงิน แต่ยังเป็น ‘เทคโนโลยีแห่งอิสรภาพ’ ที่ช่วยสร้างดุลอำนาจกับธนาคารกลาง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอน ผู้คนจะยิ่งหันเข้าหาระบบที่กระจายศูนย์มากขึ้น

แม้รัฐและระบบการเงินเดิมยังพยายามควบคุมสกุลเงินในประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ด้านนโยบายการเงินและภาษี แต่คริปโตสามารถร่วมมือกับบริษัทต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อกฎระเบียบในแต่ละประเทศได้อย่างยืดหยุ่น

**เจาะตลาดเกิดใหม่ เซโลดัน ‘ไร้ธนาคาร’ ให้เป็นจริง**

ท้ายที่สุด เซโลต้องการสร้างระบบการเงินแบบ ‘ไร้ธนาคาร’ สำหรับทุกคน โดยใช้เหรียญเสถียรที่ยึดโยงกับเงินท้องถิ่น การยืนยันตัวตนที่เชื่อถือได้ และเครือข่ายชำระเงินที่รวดเร็วเป็นแกนหลัก

กลยุทธ์ของเซโลที่ตอบสนองต่อเทคโนโลยีใหม่อย่างรวดเร็ว ใช้แนวทาง ‘ผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง’ โดยมุ่งเน้นประเทศและกลุ่มคนที่คุ้นเคยกับการใช้งานผ่านมือถือ ถือเป็นจุดแข็งที่ชัดเจน พร้อมเดินหน้าอย่างมั่นคงสู่เป้าหมาย ‘ชำระเงินด้วยคริปโตสำหรับทุกคน’

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1