วงการเทคโนโลยีและสตาร์ทอัปทั่วโลกกำลังถูกพลิกโฉมด้วยความก้าวหน้าของเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดด้วยปัญญาประดิษฐ์(AI) โดยเฉพาะในมุมของประสิทธิภาพการทำงานและโอกาสในการแข่งขัน เมื่อล่าสุด เชียโอ หวัง(Qiao Wang) ผู้ร่วมก่อตั้งเมซซาริ(Messari) ซึ่งปัจจุบันทำงานกับองค์กร AllianceDAO วิเคราะห์ว่า AI ไม่เพียงเปลี่ยนวิธีการทำงานของสตาร์ทอัป แต่ยังมีศักยภาพในด้านการลงทุนและมาร์เก็ตติ้งอย่างลึกซึ้งอีกด้วย
หวังกล่าวว่า ขณะนี้วงการเทคโนโลยีกำลังเข้าสู่ยุคที่ "การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาอังกฤษแทนโค้ด" กลายเป็นเรื่องปกติ โดยเครื่องมืออย่าง Opus 4.5 ได้กลายเป็นระบบที่ไม่เพียงช่วยเขียนโค้ด แต่ยังสามารถดึงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เช่น คอยน์เกกโก(CoinGecko) หรือคอยน์มาร์เก็ตแคป(CoinMarketCap) มาวิเคราะห์และใช้ตัดสินใจในกระบวนการพัฒนาด้วย อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าความก้าวหน้านี้ยังไม่สามารถล้มความได้เปรียบเชิงโครงสร้างของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิลหรือเมตาได้ เพราะองค์กรเหล่านี้มี ‘คูเมือง (Moat)’ ที่แข็งแกร่งจากระบบนิเวศนักพัฒนา ต้นทุนคงที่ และข้อมูลแบบผูกขาด
ในทางกลับกัน สตาร์ทอัปขนาดเล็กกำลังเห็น ‘โอกาสใหม่’ จากเครื่องมือ AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงถึง 3-4 เท่า โดยไม่ต้องพึ่งพาทีมใหญ่ หวังเห็นว่าในปี 2026 จะมี ‘ยูนิคอร์นแบบ 1-2 คน’ เกิดขึ้นจริง ซึ่งหมายความว่าการสร้างบริษัทพันล้านดอลลาร์ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานจำนวนมากอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า ในขณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีแบบเดียวกันได้ การสร้างกำแพงความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Moat) จะยากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อมองไปยังวงการเงินลงทุน หวังเชื่อว่า AI มีแนวโน้มแซงหน้ามนุษย์ในฐานะนักลงทุน โดยเฉพาะในกระบวนการ ‘ตรวจสอบสถานะ (Due Diligence)’ ที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่ง AI ทำได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ดี เขาระบุว่าความสัมพันธ์เชิงมนุษย์ยังคงจำเป็น โดยมองว่าในอนาคต ‘ความหายาก’ ทางการลงทุนจะอยู่ที่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า “มนุษยสัมพันธ์จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ามากที่สุด”
ในด้านมาร์เก็ตติ้ง แบรนด์ในอนาคตจะเปลี่ยนจาก ‘แบบเดียวกันสำหรับทุกคน’ สู่ประสบการณ์เฉพาะบุคคลมากขึ้น ผ่าน AI ที่สามารถจำลองพฤติกรรมและบุคลิกของลูกค้าแต่ละรายเพื่อสร้างแบรนด์ในแบบเฉพาะตัว หวังระบุว่าแนวทางนี้จะทำให้การโฆษณาแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะสามารถใช้ข้อมูลผู้ใช้มาสร้างแคมเปญที่ตรงเป้ามากขึ้นเรื่อย ๆ
แนวโน้ม AI เปลี่ยนแปลงถึงระดับ ‘โครงสร้างอุตสาหกรรม’ โดยหวังคาดการณ์ว่าอเมซอนจะกลายเป็น ‘บริษัทแรกที่มีพนักงานหลักเป็นหุ่นยนต์’ ซึ่งสะท้อนว่าการจ้างงานและโครงสร้างแรงงานจะเปลี่ยนไปในเชิงลึก เขายังยกตัวอย่าง อะโดบี(Adobe) ว่ายังมีศักยภาพแม้จะถูกมองว่าเสียเปรียบเรื่องโมเดล AI ด้านวิดีโอและภาพถ่าย พร้อมวิเคราะห์ว่า “กูเกิลแห่งปีนี้อาจกลายเป็นอะโดบีแทน”
ในแง่ภาพรวมตลาด หวังเตือนถึง ‘ความโลภ’ ในปัจจุบัน โดยชี้ว่าราคาสินทรัพย์สูงใกล้ระดับประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจไม่เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น พร้อมระบุว่า “ตอนนี้น่าลงทุนที่สุดมีเพียงดอลลาร์สหรัฐ” ด้านหุ้น เขายังมองว่า ‘การคัดเลือกเฉพาะราย’ ยังได้เปรียบ และชี้ว่า เทนเซ็นต์น่าสนใจกว่าอาลีบาบา ส่วนในภาคของคริปโต เขามองว่ายังไม่ใช่จังหวะน่าสนใจในตอนนี้ แต่จะมีช่วงเวลาสำคัญกลับมาอีกในอนาคต
ท้ายที่สุด หวังทิ้งท้ายว่า โลกอนาคตไม่มีที่สำหรับคนที่ไม่เข้าใจการเขียนโค้ดเลย เพราะความสามารถในการปรับแต่งและอัตโนมัติกระบวนการทำงานด้วย AI จะเป็นกุญแจสำคัญของ ‘ประสิทธิภาพบุคคล’ เขาย้ำว่า “ผู้ที่ใช้เครื่องมือได้คล่องจะได้เปรียบอย่างมหาศาล” พร้อมสรุปว่า ในยุคนี้ ไม่ใช่ ‘เทคโนโลยี’ ที่สำคัญที่สุด แต่คือ ‘ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี’ อย่างมีประสิทธิภาพต่างหาก ที่จะขับเคลื่อนความสำเร็จในโลก AI แห่งอนาคต
ความคิดเห็น 0