Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เรนช์ แอทแทก พุ่ง 75% ในปี 2025: ฝรั่งเศสรั้งอันดับ 1 ประเทศเสี่ยงภัยปล้นคริปโต

เรนช์ แอทแทก พุ่ง 75% ในปี 2025: ฝรั่งเศสรั้งอันดับ 1 ประเทศเสี่ยงภัยปล้นคริปโต / Tokenpost

ปี 2025 การโจมตีแบบ ‘เรนช์ แอทแทก(wrench attack)’ ในโลกคริปโตไม่ได้เป็นเพียงภัยคุกคามด้านความมั่นคงข้อมูลอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น ‘ภัยเชิงโครงสร้างและทางกายภาพ’ อย่างเต็มรูปแบบ ตามรายงานล่าสุดจากเซอร์ติก รีเสิร์ช(CertiK Research) พบว่า กลุ่มอาชญากรรมได้พัฒนาเทคนิคการข่มขู่ทางร่างกายเพื่อปล้นทรัพย์สินดิจิทัลจนกลายเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะในยุโรปที่คิดเป็นมากกว่า 40% ของกรณีทั่วโลก โดย *ฝรั่งเศส* กลายเป็นประเทศที่ ‘อันตรายที่สุด’ เหนือกว่า *สหรัฐฯ*

ในปี 2025 มีเหตุการณ์เรนช์ แอทแทกเกิดขึ้นทั้งหมด 72 ครั้ง เพิ่มขึ้นเกือบ 75% จาก 41 ครั้งในปี 2024 ในจำนวนนั้น 25 ครั้งเป็นกรณีลักพาตัว คิดเป็นสัดส่วนถึง 35% และเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงทางร่างกายพุ่งขึ้นถึง *250%* เทียบกับปีก่อนหน้า โดยเซอร์ติกระบุว่าการโจมตีเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือเพียงเพื่อขโมยแบบทั่วไป แต่เป็น *การวางแผนอย่างเป็นระบบ* โดยมีเป้าหมายเฉพาะเจาะจง มีการเตรียมการล่วงหน้าอย่างละเอียด

กรณีที่สะเทือนขวัญคือในเดือนมกราคม ปี 2025 กับเหตุการณ์ลักพาตัว *ดาวิด บาล็อง (David Balland)* ผู้ร่วมก่อตั้ง Ledger ในฝรั่งเศส โดยคนร้ายเรียกค่าไถ่ถึง 10 ล้านยูโร และเผยแพร่คลิปความรุนแรง ก่อนที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษของฝรั่งเศสจะช่วยเหลือเขาได้ อีกทั้งยังมีกรณีในออสเตรียและยูเออีที่เกี่ยวพันกับการทรมานและฆาตกรรมเพื่อล้วงสินทรัพย์คริปโต ย้ำให้เห็นว่าแม้แต่การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพก็อาจไม่เพียงพอเมื่อเจอกับภัยระดับนี้

ลักษณะเฉพาะของ *เรนช์ แอทแทก* คือผู้ตกเป็นเป้าไม่ใช่แค่สินทรัพย์ดิจิทัล แต่คือ ‘เจ้าของสินทรัพย์’ เอง ยิ่งระบบรักษาความปลอดภัยของกระเป๋าเงินดิจิทัลซับซ้อนมากขึ้น อาชญากรก็ยิ่งเล็งเป้าหมายมาที่ตัวบุคคลแทน ตัวอย่างเทคนิคคือการแอบอ้างเป็นพนักงานขนส่ง หน่วยงานรัฐ หรือแม้แต่ใช้กลลวงทางความรักและการลงทุนผ่านรูปแบบ *ฮันนีพ็อต(Honey Pot)* เพื่อหลอกล่อเหยื่อให้อยู่ในพื้นที่เป้าหมาย ผู้ถูกเลือกมักเป็นผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางอารมณ์ เช่น ครอบครัว หรือตกเป็นเป้าเพราะมีข้อมูลเปิดเผยในที่สาธารณะโดยไม่ได้ตั้งใจ

มูลค่าทรัพย์สินคริปโตที่ถูกปล้นพุ่งแตะอย่างน้อย *40.9 ล้านดอลลาร์* ในปีเดียว ซึ่งเซอร์ติกประเมินว่า *ตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้มาก* หากนับรวมกรณีที่ไม่ได้ถูกแจ้งความหรือจบลงด้วยการตกลงลับ ทั้งนี้ ความเสียหายไม่ได้มีแค่ทรัพย์สิน ผู้รอดชีวิตยังเผชิญกับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง และกระทบต่อชื่อเสียงส่วนบุคคลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ผู้ก่อตั้งโครงการและนักลงทุนรายใหญ่หลายรายเลือกใช้นามแฝงหรือถอนตัวจากการเปิดเผยตัวตนในที่สาธารณะอย่างถาวร

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว วงการคริปโตจึงต้อง ‘เปลี่ยนแนวทางการรักษาความปลอดภัย’ อย่างเร่งด่วน รายงานชี้ว่า โมเดลแบบคีย์เดียวหรือซีดวลีเดียวไม่สามารถรับมือกับการใช้ความรุนแรงได้อีกต่อไป มาตรการเชิงป้องกันอย่าง *มัลติซิก(multi-sig)*, สัญญา *ไทม์ล็อก(time-lock)* และกระเป๋าเงินที่มีทรัพย์สินหลอก ต้องถูกนำมาใช้มากขึ้น นอกจากนี้ คำแนะนำยังเน้นเรื่องการจัดการความปลอดภัยระดับครอบครัวหรือองค์กร พร้อมลดร่องรอยดิจิทัลที่อาจถูกใช้เป็นเบาะแส

การโจมตี ‘เรนช์ แอทแทก’ ได้กลายเป็นปรากฏการณ์หลักในปี 2025 ที่เน้นโจมตีจุดอ่อนที่สุดของระบบนั่นคือ *ตัวมนุษย์* แม้ระบบบล็อกเชนจะมีความปลอดภัยสูงเพียงใด แต่ห่วงโซ่ของระบบกลับอ่อนไหวที่สุดที่ ‘ผู้ใช้งาน’ เซอร์ติกคาดการณ์ว่า ในปี 2026 เป็นต้นไป การโจมดีรูปแบบนี้จะผสานกับเทคโนโลยี *AI, ดีพเฟก และเครือข่ายฮันนีพ็อตอัตโนมัติ* ทำให้ภัยคุกคามยิ่งมีความซับซ้อนและขยายตัวได้กว้าง ดังนั้น จุดโฟกัสใหม่ของการรักษาความปลอดภัยในโลกคริปโต จึงต้องไม่ใช่แค่ในเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่ต้องรวมถึง ‘ตัวบุคคล’ ในฐานะจุดล้มเหลวเพียงหนึ่งเดียวที่อาจล้มทั้งระบบได้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1