อเมซอนเดินหน้าหารือโอเพนเอไอ พัฒนา ‘โมเดล AI เฉพาะทาง’ อาจทุ่มลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญ
อเมซอนกำลังเปิดฉากเจรจากับโอเพนเอไอ(OpenAI) เพื่อร่วมพัฒนา *โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบเฉพาะทาง* สำหรับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัท โดยเฉพาะผู้ช่วยอัจฉริยะ อเล็กซา(Alexa) โดยมีรายงานว่า มีความเป็นไปได้ที่จะลงทุนสูงถึง *5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ* หรือราว 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของอเมซอนในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ AI อย่างจริงจัง
รายงานจาก The Information เมื่อวันที่ 24 ระบุว่า อเมซอนได้เริ่มต้นเจรจากับโอเพนเอไอเพื่อพัฒนา *โมเดล AI แบบปรับแต่งเฉพาะ* ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้กับบริการ AI ภายในของอเมซอน โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าและเสริมประสิทธิภาพอเล็กซาให้สามารถ *ตอบสนองตามบริบท* ได้อย่างแม่นยำและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ในช่วงที่ผ่านมา เทคโนโลยีด้านผู้ช่วยเสียงของอเมซอนเผชิญการแข่งขันอย่างหนักจากทั้งแอปเปิลและกูเกิล การดึงโอเพนเอไอเข้ามาเสริมจึงถูกมองว่าเป็นความพยายามในการเพิ่มขีดความสามารถของอเล็กซาให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างแข็งแกร่งมากขึ้น ความร่วมมือนี้ยังจะช่วยให้ระบบ AI *เข้าใจความต้องการของผู้ใช้ในเชิงลึก* และตอบสนองได้อย่างตรงจุดมากขึ้น
ปัจจุบันโอเพนเอไอมีความร่วมมือกับ *อเมซอนเว็บเซอร์วิส (AWS)* แล้ว โดยใช้โครงสร้างพื้นฐาน AWS ในการประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ตามสัญญามูลค่ากว่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ การเจรจาครั้งนี้จึงถือเป็นการยกระดับความร่วมมือนั้นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม อเมซอนยังคงมีพันธมิตรสำคัญอีกรายคือ *แอนโทรปิก (Anthropic)* ซึ่งพัฒนา AI ให้กับแพลตฟอร์มด้านช้อปปิ้ง การเขียนโค้ด และการค้นหาของอเมซัน
หากอเมซอนเดินหน้าร่วมมือกับโอเพนเอไอจริง บริษัทอาจต้องบริหารจัดการระบบ AI จากหลากหลายผู้ให้บริการ ซึ่งจะส่งผลให้โครงสร้าง AI ภายในซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ด้านโอเพนเอไอเองก็กำลังเผชิญ *ต้นทุนด้านระบบคลาวด์* ที่สูงลิ่ว โดยมีมูลค่ารวมเฉพาะสัญญาระยะยาวถึงปี 2030 กว่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ความร่วมมือกับอเมซอนจึงอาจเป็นอีกช่องทางในการเสริมสภาพคล่อง
เมื่อมองในภาพรวมของ ‘การแข่งขันด้าน AI ระดับโลก’ ความเคลื่อนไหวนี้ของอเมซอนถือเป็น *การเดินหมากเชิงรุก* เพื่อทวงคืนตำแหน่งผู้นำ หลัง *ไมโครซอฟท์(MSFT)* ทุ่มงบกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อเป็นพันธมิตรหลักกับโอเพนเอไอ และอเมซอนได้ลงทุนในแอนโทรปิกไปแล้ว 4 พันล้านดอลลาร์ การจับมือกับโอเพนเอไอครั้งนี้จึงอาจเป็นการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มตัวเลือกใน ‘ห่วงโซ่อุปทานของโมเดล AI’
ในท้ายที่สุด ทั้งอเมซอนและโอเพนเอไอต่างมีแนวโน้มได้รับประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญจากความร่วมมือนี้ ซึ่งอาจขยับจากแค่การร่วมมือเชิงเทคนิค ไปสู่ ‘การเกื้อกูลเชิงกลยุทธ์’ ที่จะกำหนดทิศทางของ AI ในระดับอุตสาหกรรมต่อไป *ความคิดเห็น: หากความร่วมมือนี้สำเร็จ อาจพลิกโฉมแวดวงผู้ช่วยดิจิทัลครั้งใหญ่ พร้อมเร่งสปีดการแข่งขันด้าน AI ให้รุนแรงยิ่งขึ้นในปี 2024*
ความคิดเห็น 0