มหาเศรษฐีด้านการลงทุนชื่อดังยืนยัน ‘อีเธอเรียมแตะจุดต่ำสุดแล้ว’ มองตอนนี้คือโอกาสทองของนักลงทุนรายใหญ่
ทอม ลี(Tom Lee) นักลงทุนมหาเศรษฐีและนักวิเคราะห์ตลาดชื่อดัง ให้ความเห็นในรายการของ CNBC เมื่อวันจันทร์ว่า *อีเธอเรียม(ETH)* ได้แตะ ‘จุดต่ำสุด’ ไปแล้ว พร้อมระบุว่า “เงินอัจฉริยะ (Smart Money)” เริ่มเข้าสะสมในช่วงราคานี้ ซึ่งอาจเป็นโอกาสซื้อครั้งใหญ่
ลีอธิบายว่า ตลาดคริปโตโดยรวมได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ หลังจากสภาพคล่องหดตัวอย่างกะทันหัน ส่งผลให้เกิดการบีบลดเลเวอเรจออกจากระบบตามกลไกของตลาด หรือที่เรียกว่า ‘การลดเลเวอเรจ (Deleveraging)’ พร้อมชี้ว่า ตอนนี้ *ระดับเลเวอเรจเกือบหมดไป* แล้ว และการปรับฐานราคาที่รุนแรงส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาวะ ‘หลีกเลี่ยงความเสี่ยง’ ที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุน
แม้ว่าสถาบันจำนวนมากจะย้ายเงินลงทุนจากคริปโตไปสู่ทรัพย์สินที่ปลอดภัยกว่าอย่างทองคำและเงิน แต่ ลีแสดงความเชื่อมั่นว่า *กิจกรรมบนเครือข่ายอีเธอเรียมยังคงเติบโตต่อเนื่อง* โดยอ้างข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลคริปโตอย่าง CryptoQuant ที่ระบุว่าจำนวนที่อยู่ผู้ใช้งานรายสัปดาห์ของอีเธอเรียมได้ทะลุ 825,000 ที่อยู่แล้ว ซึ่งสูงกว่าจุดสูงสุดช่วงปี 2021
สะท้อนความมั่นใจในตลาด ลีในฐานะผู้ก่อตั้งและนักลงทุนของบริษัทการเงิน BitMine ได้เข้าซื้ออีเธอเรียมเพิ่มเติมถึง 20,000 เหรียญในช่วงเวลาซื้อขายวันอังคาร คิดเป็นมูลค่าราว *46 ล้านดอลลาร์ (ราว 673 ล้านบาท)* ตามราคาตลาดที่ประมาณ *2,300 ดอลลาร์ต่อ ETH* แม้ว่าพอร์ตของ BitMine จะยังมี ‘ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง’ สูงถึง *7,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.2 แสนล้านบาท)* เขายังคงเดินหน้าซื้อสุทธิซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มของอีเธอเรียมในระยะต่อไปอย่างชัดเจน
สัญญาณทางเทคนิคชี้ อีเธอเรียมกำลังเตรียมตัวดีดกลับ
ข้อมูลเชิงเทคนิคสนับสนุนมุมมองของลี โดยราคา *ETH* ปัจจุบันอยู่ในจุดสำคัญที่แนวรับของ ‘รูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้น’ ซึ่งควบคุมการเคลื่อนไหวของราคาในรอบนี้ ดัชนี RSI รายสัปดาห์ลดลงใกล้ระดับ 30 ซึ่งเข้าข่าย ‘ขายมากเกินไป’ สะท้อนว่าแรงขายเริ่มคลายตัวลง และราคามีโอกาสฟื้นตัว
แม้ว่าการปรับฐานจะทำให้ดัชนี MACD ยังไม่สามารถสร้างสัญญาณ *‘โกลเดนครอส’* ได้ แต่ลีเชื่อว่าโมเมนตัมของแนวโน้มขาขึ้น *ยังคงอยู่ในระบบ* หาก ETH สามารถดีดกลับจากแนวรับปัจจุบันได้สำเร็จ ก็อาจทะลุผ่านแนวต้านด้านบนของสามเหลี่ยม พร้อมเป้าหมายการรีเทสต์ระดับสูงสุดเดิมที่ *5,000 ดอลลาร์ (ราว 7.3 ล้านบาท)* ซึ่งหมายถึง upside สูงถึง 130%
ไม่เพียงแค่นั้น หากแนวรับนี้กลายเป็นฐานที่มั่นคง อีเธอเรียมอาจเข้าสู่ *‘เฟสค้นหามูลค่าใหม่ (Price Discovery)’* โดยเป้าหมายแรกในระยะกลางอยู่ที่ *10,000 ดอลลาร์ (ราว 14.6 ล้านบาท)* และหากเข้าสู่รอบขาขึ้นแรง มีการประเมินว่าราคาอาจพุ่งแตะสูงสุดถึง *30,000 ดอลลาร์ (ราว 43.8 ล้านบาท)* ได้ หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 1,300% จากระดับปัจจุบัน
เลเยอร์ 2 พลังใหม่ ‘ไฮเปอร์’ เร่งขยายขีดจำกัดของบิตคอยน์
ขณะที่อีเธอเรียมได้รับแรงซื้อจากนักลงทุนระดับบิ๊ก โปรเจกต์บิทคอยน์(BTC) ใหม่อย่าง *บิตคอยน์ไฮเปอร์(Hyper, $HYPER)* ก็เริ่มถูกจับตา โปรเจกต์นี้คือ *เครือข่ายเลเยอร์ 2* ที่นำเอาความปลอดภัยของบิตคอยน์มาผนวกกับเทคโนโลยีของ *โซลานา(SOL)* เพื่อแก้ปัญหาจุดอ่อนด้าน ‘การขยายตัว’ ของบิตคอยน์
ทีมพัฒนาโปรเจกต์วางแผนรุกตลาด *DeFi และการโทเคนสินทรัพย์จริง (RWA)* โดยในรอบพรีเซลก่อนหน้า สามารถระดมทุนได้แล้วถึง *31 ล้านดอลลาร์ (ราว 453 ล้านบาท)* ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
‘ไฮเปอร์’ มุ่งแก้ปัญหาพื้นฐานของบิตคอยน์ เช่น ความเร็วการทำธุรกรรมต่ำ ค่าธรรมเนียมสูง และสภาพแวดล้อมการพัฒนาแบบจำกัด โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมพรีเซลได้ด้วยจำนวนเงินขั้นต่ำ ผ่านเว็บไซต์ทางการด้วยคริปโตหรือบัตรธนาคาร
เมื่อโปรเจกต์หน้าใหม่เดินหน้าท้าทายขีดจำกัดเดิม พร้อมเทคโนโลยีที่ ‘เล่าความใหม่’ และออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเก่า นักลงทุนบางส่วนเริ่มทบทวนกลยุทธ์พอร์ตของตน โดยเปรียบเทียบศักยภาพระหว่าง *อีเธอเรียมกับบิตคอยน์เลเยอร์ 2* อย่างไฮเปอร์ ที่กำลังเป็นที่จับตามองในตลาดคริปโตเวลานี้
ความคิดเห็น 0