กาแล็กซี่ดิจิทัล เผยผลขาดทุนปี 2023 มากกว่า 3.5 พันล้านบาท จากวิกฤตตลาดคริปโต
สถานการณ์ซบเซาในตลาดคริปโตยังคงสร้างแรงกดดันต่อผลประกอบการของบริษัทด้านการเงินในอุตสาหกรรมนี้ โดยกาแล็กซี่ดิจิทัล(Galaxy Digital) เปิดเผยว่า บริษัทขาดทุนสุทธิประมาณ 3,536 พันล้านวอน หรือราว 2.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอดปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้าย บริษัทขาดทุนเป็นจำนวนมากถึง 7,067 พันล้านวอน หรือประมาณ 4.82 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ตลาดคาดการณ์ไว้มาก
ผลขาดทุนดังกล่าวมาจากการปรับตัวลดลงของมูลค่า *บิตคอยน์(BTC)* และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ รวมถึงปริมาณการซื้อขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการปรับโครงสร้างองค์กรและการเลิกกิจการในภาคการขุดคริปโตยังช่วยผลักดันตัวเลขขาดทุนให้สูงขึ้น บริษัทกาแล็กซี่ดิจิทัลดำเนินธุรกิจด้านการจัดการสินทรัพย์ การซื้อขายคริปโต การขุดเหรียญ และการลงทุนในสตาร์ทอัพ
ในรายงานผลประกอบการ บริษัทระบุว่าส่วนใหญ่ของผลขาดทุนเกิดขึ้นจากการลดลงของมูลค่าสินทรัพย์และพอร์ตการลงทุน โดยรายได้จากค่าธรรมเนียมการซื้อขายก็ลดลงตามไปด้วย ทำให้เกิดแรงกดดันอย่างหนักต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ซึ่งราคาคริปโตหลายตัวเริ่มทรงตัวหรือลดลง ส่งผลให้กำไรจากการซื้อขายหดตัวอย่างชัดเจน
ในขณะเดียวกัน บริษัทพยายามกระจายรายได้ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในรัฐเท็กซัส เช่นโครงการแคมปัสเฮลิออส(Helios) ที่สามารถรองรับการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่า 1.6 กิกะวัตต์ กาแล็กซี่ดิจิทัลวางแผนว่าโครงการเหล่านี้ รวมถึงความร่วมมือกับภาคคลาวด์ จะเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว แม้ว่าตลาดคริปโตจะยังไม่ฟื้นตัวในเร็ววันก็ตาม
นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดเผยว่า ณ สิ้นปี 2023 ยังคงถือครองเงินสดและ *สเตเบิลคอยน์* รวมมูลค่าราว 2.18 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์ โดยฝ่ายบริหารมองว่าเงินก้อนนี้สามารถใช้เป็น “บัฟเฟอร์” รับมือกับความผันผวนรุนแรงในตลาดได้ พร้อมกันนี้ยังได้เพิ่มทุนและขยายช่องทางการกู้ยืมผ่านตลาดตราสารหนี้เพื่อเสริมสภาพคล่อง
แม้ว่าราคาหุ้นของกาแล็กซี่ดิจิทัลจะร่วงลงต่อเนื่องหลังการประกาศผลประกอบการ เนื่องจากนักลงทุนแสดงความกังวลต่อการขาดทุนหลายพันล้านและการลดลงของมูลค่าทรัพย์สิน แต่นักวิเคราะห์บางรายก็ยังมองในแง่บวก โดยให้ความสนใจไปที่การขยายธุรกิจศูนย์ข้อมูลซึ่งสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงเตือนว่าหากปริมาณซื้อขายคริปโตยังไม่ฟื้น ความเสี่ยงต่อผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะสั้นยังคงอยู่
กรณีของกาแล็กซี่ดิจิทัลสะท้อน *เงาของช่วงขาลง* ที่ยังปกคลุมอุตสาหกรรมคริปโตอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็บ่งชี้ถึงความพยายามของบริษัทในการหาทางอยู่รอดท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดในปัจจุบัน
ความคิดเห็น 0