Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สภาคองเกรสสหรัฐฯ สอบสวนเงินจากอาบูดาบี 7,300 ล้านเข้าโครงการคริปโตที่โยง 'ทรัมป์'

สภาคองเกรสสหรัฐฯ เปิดการสอบสวนกรณีเงินทุนกว่า 7,300 ล้านบาทจากอาบูดาบีไหลเข้าสู่โครงการคริปโตที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) มีรายงานว่าสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ได้เริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเงินทุนจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE) ที่ไหลเข้าสู่บริษัทคริปโตซึ่งมีความเชื่อมโยงกับประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนทางด้านความมั่นคงและการทูต ซึ่งนำมาสู่ความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสและผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติ

โร คานนา(Ro Khanna) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคในคณะกรรมการพิเศษเพื่อการแข่งขันเชิงกลยุทธ์ของสภาฯ เปิดเผยว่า ได้เริ่มสอบสวนบริษัท เวิลด์ลิเบอร์ตีไฟแนนเชียล(World Liberty Financial: WLFI) ซึ่งมีครอบครัวของทรัมป์เข้าไปเกี่ยวข้อง หลังพบว่ามีทุนจากกลุ่มที่เชื่อมโยงกับราชวงศ์อาบูดาบีไหลเข้ามากว่า *5 พันล้านดอลลาร์* หรือประมาณ *7,344 ล้านบาท*

คานนาได้ส่งจดหมายขอข้อมูลอย่างเป็นทางการถึงผู้ร่วมก่อตั้ง WLFI โดยขอรายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างกรรมสิทธิ์, ข้อมูลเงินทุน, การเคลื่อนไหวของเงินผ่านธนาคาร, เอกสารของคณะกรรมการบริษัท และบันทึกการสื่อสารภายใน พร้อมเน้นย้ำให้บริษัทเก็บรักษาหลักฐานทั้งหมด โดยเขาระบุว่า “ดีลนี้ก่อให้เกิดความกังวลอย่างรุนแรงต่อความสนใจของสาธารณชนและความโปร่งใสของนโยบายในสหรัฐฯ”

เขายังโพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลส่วนตัวว่า ได้เริ่ม *การสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อการลงทุนของเงินจาก UAE ใน WLFI* พร้อมเน้นว่าต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบคอบเพื่อรักษา *ความมั่นคงชาติ ความไว้วางใจของประชาชน และความโปร่งใสของนโยบาย*

การเชื่อมโยงกับนโยบายควบคุมการส่งออกชิป AI

การสอบสวนในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดแค่การไหลของเงินทุน แต่ยังมีนัยที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านการทูตและยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยคานนาได้ตั้งข้อสังเกตว่า การลงทุนดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่สหรัฐฯ ปรับเปลี่ยนนโยบายการอนุญาตส่งออกชิป AI ไปยัง UAE ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า *เงินทุนต่างชาติเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายหรือไม่* ซึ่งนำไปสู่การเรียกร้องให้ตรวจสอบความเชื่อมโยงในเชิงลึก

นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าสเตเบิลคอยน์ของ WLFI ที่ชื่อว่า *“USD1”* อาจถูกใช้ในการทำธุรกรรมคริปโตในปริมาณมาก ซึ่งอาจ *ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนหรือการตัดสินใจทางนโยบายในลักษณะที่เป็นอ้อม* โดยทีมงานของคานนายืนยันว่ากำลังตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดด้วยเช่นกัน

ทรัมป์ออกตัวปฏิเสธรู้เห็น

ท่ามกลางกระแสข่าวที่ร้อนแรง ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยระบุว่า *“ผมไม่รู้เรื่องกับดีลนั้น”* พร้อมชี้แจงว่า ธุรกิจดังกล่าวดำเนินการโดย *“ลูกชายของผม”* และแม้จะมีการลงทุนเกิดขึ้นจริง “แต่ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงทุน”

ด้าน WLFI ก็ออกแถลงการณ์ว่าการลงทุนดังกล่าวเป็นเพียง *กิจกรรมของบริษัทเอกชน* และไม่ได้เปิดเผยเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ได้รับจนกระทั่งสื่อมวลชนหยิบประเด็นนี้มาตีแผ่ ซึ่งยิ่งสร้างข้อสงสัยในหมู่ประชาชนและนักการเมือง

ขณะนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครตกว่า 12 คนแสดงความกังวลต่อกรณีนี้ และบางรายถึงขั้นเรียกร้องให้มี *การสืบสวนโดยอัยการกลาง* อีกทั้งยังมีรายงานว่าเกือบครึ่งหนึ่งของหุ้นใน WLFI ได้ถูกโอนผ่านดีลดังกล่าว ซึ่งยิ่งตอกย้ำต่อความไม่ชอบมาพากลในการทำธุรกรรม

ในขณะที่การเมืองและโลกคริปโตกำลังพัวพันกันอย่างซับซ้อน เหตุการณ์นี้กำลังกลายเป็นตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนว่า *เงินทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศที่มีผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ อาจส่งอิทธิพลต่อโครงสร้างนโยบายของสหรัฐฯ* ซึ่งไม่ใช่เพียงดีลการลงทุนธรรมดา แต่คือการทดสอบความโปร่งใสและความสามารถของระบบกำกับดูแลในยุคที่การเมืองและคริปโตผสานเป็นหนึ่งเดียว.

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1