Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เมอร์เคิล เทรด(Merkle Trade) ยุติบริการหลังดำเนินงาน 1 ปี แม้มียอดเทรดสะสมทะลุ 30,000 ล้านดอลลาร์

เมอร์เคิล เทรด(Merkle Trade) แพลตฟอร์มซื้อขายอนุพันธ์ถาวรแบบกระจายอำนาจ (Perpetual DEX) บนเครือข่ายแอพโทส(APTOS) ประกาศยุติการให้บริการอย่างเป็นทางการ หลังดำเนินการเพียง 1 ปี แม้จะเคยทำสถิติยอดซื้อขายสะสมกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท) แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาวะชะลอตัวของระบบนิเวศแอพโทสได้

เมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) ทางทีมงานเมอร์เคิล เทรดได้เผยแพร่ประกาศบนแพลตฟอร์ม X (เดิมคือทวิตเตอร์) ระบุว่า “นี่เป็นการตัดสินใจหลังการพิจารณาอย่างรอบคอบ” พร้อมขอบคุณผู้ใช้งานที่อยู่ร่วมในการเดินทางครั้งนี้ รวมถึงย้ำว่าขณะนี้กำลังดำเนินการยุติระบบอย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากการปิดการเปิดโพซิชันใหม่ในวันที่ 6 และจะมีการปิดโพซิชันทั้งหมดในวันที่ 10 นอกจากนี้ โทเคนภายในแพลตฟอร์ม MKL จะสามารถถอนได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมตั้งแต่วันที่ 6 และมีแผนจ่ายผลกำไรสุดท้ายในวันที่ 12 ก่อนเปิดให้ถอน MKL ที่ถูกนำไปสเตกไว้

แม้โทเคน MKL จะปรับตัวขึ้นราว 11.5% ภายใน 24 ชั่วโมงหลังประกาศข่าว แต่ราคาปัจจุบันยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อเดือนธันวาคม 2024 กว่า 90%

เมอร์เคิล เทรดเคยได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานอย่างมาก ด้วยการผสมผสานแนวคิด *เกมไฟ (GameFi)* ที่นำ ‘ภารกิจซื้อขาย’ และ ‘รูทบ็อกซ์’ มาใช้ดึงดูดผู้เล่น ภายในเดือนเมษายน 2024 ช่องทางนี้สามารถระดมเงินทุนแบบ Seed Round ได้ถึง 2.1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 70 ล้านบาท) จากนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Hashed, Arrington Capital และ Aptos Labs

ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน TVL (มูลค่าทรัพย์สินรวมในระบบ) ของเมอร์เคิล เทรด เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 7.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 250 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมูลค่าได้ลดลงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียง 3.47 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 120 ล้านบาท) แม้ตัวเลขนี้จะสะท้อนภาพการชะลอตัว แต่เมอร์เคิล เทรดยังคงถือว่ามี ‘ปริมาณการซื้อขายรายวัน’ สูงสุดในเครือข่ายแอพโทส ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 13.68 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 470 ล้านบาท)

ภาวะถดถอยของเครือข่ายแอพโทสถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเสถียรภาพของเมอร์เคิล เทรด ข้อมูลจาก DeFiLlama ระบุว่า TVL รวมของระบบนิเวศแอพโทสลดลงมากกว่า 70% จากระดับ 1.2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 42,200 ล้านบาท) ในเดือนธันวาคม 2024 เหลือเพียง 3.3 ร้อยล้านดอลลาร์ (ประมาณ 11,500 ล้านบาท) ในเวลาล่าสุด เทียบเท่ากับระดับช่วงกลางปี 2023

ในด้านผลประกอบการแอพ แอพบนแอพโทสก็ยังทำรายได้ไม่สูงนัก โดย PancakeSwap(CAKE) เป็นผู้นำด้วยรายได้รายสัปดาห์ราว 44,396 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.5 ล้านบาท) ตามด้วยเมอร์เคิล เทรดที่มีรายได้ราว 29,575 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.03 ล้านบาท) เปรียบเทียบกับเชนหลักอย่างโซลานา(SOL), อีเธอเรียม(ETH), ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid), และเอดจ์เอ็กซ์(EdgeX) ซึ่งมียอดขายรายวันมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 35 ล้านบาท) แสดงให้เห็นถึง ‘ความเหลื่อมล้ำ’ อย่างชัดเจน

ในขณะเดียวกัน ตลาดอนุพันธ์แบบกระจายอำนาจยังคง *เติบโตต่อเนื่อง* และมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะการที่โปรเจกต์รุ่นใหม่อย่าง ไฮเปอร์ลิควิด, ไลทเตอร์(Lighter), และแอสเตอร์(Aster) เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดได้อย่างรวดเร็ว ตลาดนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตมาทัดเทียมหรือมากกว่าการซื้อขายจากกระดานเทรดแบบรวมศูนย์

กรณีของเมอร์เคิล เทรดจึงกลายเป็น *บทเรียนสำคัญ* ในการสร้าง DEX ที่ไม่เพียงแต่ต้องมีเทคโนโลยีหรือกลยุทธ์ดึงดูดผู้ใช้ แต่ยังจำเป็นต้องสร้างบน *เครือข่ายที่มั่นคง* เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ในระยะยาว ทั้งนี้ ความสามารถของแอพโทสในการพลิกฟื้นระบบนิเวศกลับมาอาจกลายเป็นหนึ่งในตัวกำหนดอนาคตของโครงการอื่น ๆ ภายในเชนนี้เช่นกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1