‘ธนาคารใหม่แห่งแรก’ ภายใต้รัฐบาลสมัยที่สองของทรัมป์ เตรียมให้บริการคริปโต-บล็อกเชน
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) The Wall Street Journal รายงานว่า รัฐบาลกลางสหรัฐได้อนุมัติการจัดตั้งธนาคารฉบับใหม่เป็นครั้งแรกในรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ โดยธนาคารน้องใหม่รายนี้มีชื่อว่า *เอเรบอร์(Erebor)* ซึ่งมีเป้าหมายสนับสนุนวงการ *คริปโตเคอร์เรนซี* และ *เทคโนโลยีล้ำสมัย*
สำนักงานควบคุมเงินตราสหรัฐ(OCC) ได้ออกใบอนุญาตการดำเนินการระดับประเทศให้แก่เอเรบอร์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นด้วยทุนเบื้องต้นประมาณ 635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9310 ล้านบาท โดยธนาคารแห่งนี้เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งได้รับผลกระทบจากการล่มสลายของธนาคารซิลิคอนวัลเลย์(SVB) ได้แก่ สตาร์ทอัพ นักลงทุนรายใหญ่ และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี
เอเรบอร์ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทลงทุนรายใหญ่ในซิลิคอนวัลเลย์ เช่น แอนดรีซีนโฮโรวิตซ์, ฟาวเดอร์สฟันด์, ลักซ์แคปิตอล, 8VC และเอลาด กิล ขณะที่พาล์มเมอร์ ลัคกี ผู้ร่วมก่อตั้งออคูลัส ก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งธนาคาร แต่ระบุว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารในระยะยาว
เอเรบอร์ตั้งเป้าเป็นที่พึ่งของอุตสาหกรรมเกิดใหม่ด้าน *AI*, หุ่นยนต์, อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง และ *เทคโนโลยีกลาโหม* โดยมีแผนปล่อยสินเชื่อให้แก่บริษัทที่ดำเนินการในพื้นที่ชายขอบของเทคโนโลยี เช่น การผลิตยาในสภาพไร้น้ำหนัก, การออกแบบโรงงาน AI และการสำรวจอวกาศ
“ให้คิดว่าเราคือธนาคารของวงการเทคโนโลยี” ลัคกีกล่าว พร้อมชี้ว่าธนาคารแบบเดิมไม่สามารถประเมินมูลค่าทรัพย์สินของบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม
หนึ่งในกลยุทธ์ที่โดดเด่นของเอเรบอร์คือการเปิดให้บริการ *ระบบชำระเงินผ่านบล็อกเชนตลอด 24 ชั่วโมง* ซึ่งต่างจากธนาคารทั่วไปในสหรัฐที่จำกัดเวลาให้บริการ โดยจะใช้ *สมาร์ตคอนแทรกต์* เพื่อรองรับธุรกรรมแบบไม่หยุดพัก
ธนาคารยังวางแผนปล่อยกู้โดยใช้ *คริปโตเคอร์เรนซี*, *หลักทรัพย์นอกตลาด*, หรือแม้แต่สนับสนุนเงินทุนสำหรับการจัดซื้อ *ชิป AI ประสิทธิภาพสูง* ซึ่งถือเป็นแนวทางใหม่ที่แตกต่างจากระบบสินเชื่อดั้งเดิม
ปีที่ผ่านมา OCC ได้ให้ใบอนุญาตชั่วคราวแก่เอเรบอร์ ขณะที่ในเดือนพฤศจิกายน FDIC ก็ได้อนุมัติการคุ้มครองเงินฝาก ทำให้ธนาคารได้รับความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วงปีเดียวกัน เอเรบอร์มีมูลค่าบริษัททะลุ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ก่อนจะพุ่งขึ้นเป็น 4 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 5.8 แสนล้านบาท) หลังสามารถระดมทุนรอบใหม่จากลักซ์แคปิตอลได้กว่า 5100 ล้านบาท
ด้วยสถานะเป็นธนาคารแรกที่ถือกำเนิดขึ้นในรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์สมัยที่สอง และยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม *คริปโต*, *AI*, และ *บล็อกเชน* เอเรบอร์จึงกลายเป็นที่จับตามองของวงการฟินเทคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
*ความคิดเห็น*: หากแนวคิดของเอเรบอร์ประสบความสำเร็จ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างระบบการเงินของสหรัฐ โดยเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง *ซิลิคอนวัลเลย์* กับระบบธนาคารแบบใหม่ที่เปิดรับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
ความคิดเห็น 0