**ทรัมป์ไฟเขียวธนาคารใหม่ครั้งแรกในวาระที่สอง ‘เอเรบอร์ แบงก์’ ได้รับอนุมัติจาก OCC**
รัฐบาลสหรัฐได้อนุญาตจัดตั้งธนาคารใหม่เป็นครั้งแรกภายใต้การดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ โดย ‘เอเรบอร์ แบงก์’ สตาร์ทอัพที่เป็นมิตรต่อคริปโต ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารระดับประเทศจากสำนักงานควบคุมเงินตรา (OCC) พร้อมทุนจดทะเบียน 635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,300 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 7 ตามเวลาท้องถิ่น Wall Street Journal รายงานว่า OCC อนุมัติให้เอเรบอร์ แบงก์ ให้บริการในวงกว้างทั่วสหรัฐ โดยมุ่งเป้ากลุ่มลูกค้าการเงินทางเลือก เช่น สตาร์ทอัพ นักลงทุนร่วมทุน และผู้มีสินทรัพย์สูง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการล่มสลายของซิลิคอนแวลลีย์แบงก์
ธนาคารแห่งนี้ก่อตั้งโดย พาล์มเมอร์ ลัคกี้ (Palmer Luckey) ผู้ร่วมก่อตั้ง Oculus โดยเจ้าตัวเป็นเพียงกรรมการ ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำ ส่วนผู้ลงทุนรายสำคัญประกอบด้วยบริษัทร่วมทุนสายเทคชื่อดังอย่าง Andreessen Horowitz, Founders Fund, Lux Capital, 8VC และ อีลัด กิล(Eliad Gil)
การอนุมัติครั้งนี้นับเป็น ‘อินฟราสตรักเจอร์ทางการเงิน’ ครั้งแรกที่สหรัฐออกให้กับสตาร์ทอัพสายคริปโตภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ซึ่งถือว่ามี ‘นัยสำคัญ’ ต่อทิศทางนโยบายในวงการสินทรัพย์ดิจิทัล
**จีนแบนสเตเบิลคอยน์ผูกค่าเงินหยวนและโทเคนสินทรัพย์จริงอย่างเด็ดขาด**
รัฐบาลจีนประกาศห้ามการออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ที่อิงกับเงินหยวน รวมถึงโทเคนที่เชื่อมโยงกับสินทรัพย์จริง (RWA) อย่างเด็ดขาด โดยคำสั่งนี้ครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการในจีนและต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 7 ธนาคารกลางจีนร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลอีก 7 แห่ง ออกแถลงการณ์ชี้ว่า สเตเบิลคอยน์ที่อิงเงินหยวนจากต่างประเทศก็ถือว่า ‘ไม่ได้รับอนุญาต’ เช่นกัน ทำให้โครงสร้างที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์จากจีนผ่านทางคริปโตถูกปิดกั้นทั้งหมด
ทางการเน้นย้ำว่า การโทเคนสินทรัพย์ที่ไม่ได้รับการควบคุม อาจนำไปสู่ ‘กิจกรรมทางการเงินผิดกฎหมาย’ และตำแหน่งนโยบายนี้ยังคงปักธงลงทุนในการผลักดันระบบการเงินที่ใช้ดิจิทัลหยวน (e-CNY) เป็นแกนกลาง
*ความคิดเห็น* นโยบายนี้ตอกย้ำท่าทีแข็งกร้าวต่อสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่นอกเหนือการควบคุม และส่งสัญญาณว่า จีนจะเร่งสร้าง Ecosystem ที่ยึดดิจิทัลหยวนเป็นศูนย์กลางควบคู่กับการกีดกันโมเดลคริปโตแบบเสรีจากต่างประเทศ
**Trend Research เทขาย ETH กว่า 400,000 รายการ เตรียมรับมือความเสี่ยงถูกชำระบัญชี**
บริษัทลงทุนด้านอีเธอเรียม(ETH) ‘Trend Research’ ได้ขาย ETH ออกจากพอร์ตอย่างเร่งด่วนมากกว่า 400,000 เหรียญ ท่ามกลางแรงกดดันจากตลาดที่ผันผวน
ข้อมูลจาก Arkham บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน พบว่า Trend Research โอน ETH 411,075 เหรียญไปยังบัญชี Binance ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ ณ สุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ บริษัทถือ Wrapped ETH (AETHWETH) อยู่ราว 650,000 เหรียญ แต่ภายในวันศุกร์ เหลือเพียง 247,000 เหรียญ
ETH ราคาร่วงกว่า 30% ภายในสัปดาห์เดียว ลงแตะจุดต่ำสุดที่ 1,748 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.56 ล้านบาท) ทำให้บริษัทต้องรีบปรับโครงสร้างสินทรัพย์
บริษัทนี้เกี่ยวข้องกับ แจ็ค อี้(Jack Yi) ผู้ก่อตั้งบริษัทคริปโตในฮ่องกงชื่อ Liquid Capital ซึ่งมีพฤติกรรมใช้ ETH เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันใน AAVE เพื่อกู้ยืมสเตเบิลคอยน์กลับมาลงทุนเพิ่ม อันเป็นโมเดลเลเวอเรจที่เสี่ยงสูง
เมื่อมีความเสี่ยงถูก ‘ชำระบัญชีอัตโนมัติ’ บริษัทจึงต้องลดพอร์ตสินทรัพย์อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบทำลายสภาพคล่องโดยอัตโนมัติ *ความคิดเห็น* การขายครั้งนี้อาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคา ETH และกระทบตลาดโดยภาพรวม หากนักลงทุนรายใหญ่อื่นเริ่มทำตาม
ความคิดเห็น 0