ในช่วงที่ตลาดคริปโตกำลังเผชิญกับแรงเทขายต่อเนื่อง ARK อินเวสต์ ภายใต้การบริหารของแคธี วูด(Cathie Wood) ได้เพิ่มการขายหุ้น *คอยน์เบส(COIN)* ออกไปอีก โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ARK อินเวสต์ได้ขายหุ้นคอยน์เบสรวมกว่า 134,472 หุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 21.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านกองทุน ETF ทั้ง 3 กอง ได้แก่ ARK Innovation (ARKK), Next Generation Internet (ARKW) และ Fintech Innovation (ARKF) แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังมากขึ้นในการลงทุนในตลาดคริปโตช่วงนี้
ในวันก่อนหน้า ARK ยังเพิ่งขายหุ้นคอยน์เบสไปแล้วถึง 119,236 หุ้น หรือประมาณ 25.5 ล้านดอลลาร์ ดังนั้นเพียงสองวันบริษัทได้ขายหุ้นรวมแล้วกว่า 46.6 ล้านดอลลาร์ แม้จะมีการซื้อเล็กน้อยเมื่อต้นสัปดาห์ แต่แนวโน้มโดยรวมชี้ว่า ARK กำลังลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่างต่อเนื่อง
‘ความคิดเห็น’: การขายครั้งนี้สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังแม้จะยังไม่ใช่การเทขายทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ ARK อินเวสต์กลับเลือกเพิ่มการถือครองในแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ‘*Bullish*’ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ที่อาจตอบสนองต่อตลาดในรูปแบบที่แตกต่างจากบริษัทที่มีอยู่เดิม
ในวันเดียวกับที่ ARK ขายหุ้น คอยน์เบส กลับรีบาวน์ขึ้นมาราว 13% ปิดการซื้อขายที่ราว 165 ดอลลาร์ แต่ในภาพรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ราคาหุ้นคอยน์เบสยังคงลดลงกว่า 26%
ขณะเดียวกัน เครือข่าย *บิตคอยน์(BTC)* ก็กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนที่สำคัญ โดยล่าสุด *ความยากในการขุด (Mining Difficulty)* ลดลงถึง 11.1% ซึ่งถือว่าเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 ช่วงที่รัฐบาลจีนออกคำสั่งแบนการขุดคริปโตทั่วประเทศ ตามข้อมูลจาก CoinWarz ระดับความยากใหม่อยู่ที่ 125.86 เทราเฮช ซึ่งส่งผลให้เวลาเฉลี่ยในการสร้างบล็อกเร็วขึ้นจากกว่า 11 นาที เหลือเพียง 9 นาที 28 วินาที
‘ความคิดเห็น’: การลดลงนี้สะท้อนผลกระทบจากทั้งราคาตลาดที่ตกต่ำและสภาพอากาศสุดขั้วในสหรัฐที่ทำให้เหมืองขุดชะลอกำลังผลิต
CoinWarz คาดว่าในรอบการปรับครั้งถัดไปวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ความยากจะกลับขึ้นมาแตะที่ 132.9 เทราเฮช สะท้อนว่าระบบยังมีการปรับสมดุลอัตโนมัติเพื่อตอบสนองภาวะเครือข่าย
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาในสายการเงินคือ *ธนาคาร Erebor* สตาร์ทอัพด้านคริปโต ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารระดับประเทศจากกรมธนารักษ์สหรัฐผ่านสำนักงานกำกับธนาคาร (OCC) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกภายใต้การบริหารของ *ประธานาธิบดีทรัมป์* ที่มีการอนุมัติธนาคารในลักษณะนี้
Erebor Bank ก่อตั้งโดย พาร์มเมอร์ ลัคกี้(Palmer Luckey) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Oculus พร้อมเงินทุนตั้งต้นกว่า 635 ล้านดอลลาร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Andreesen Horowitz, Founders Fund และ Lux Capital แผนดำเนินการของธนาคารจะเน้นให้บริการกลุ่มสตาร์ทอัพและนักลงทุนระดับสูง ทดแทนพื้นที่ที่ขาดแคลนหลัง SVB ล่มในปีที่ผ่านมา
‘ความคิดเห็น’: ใบอนุญาตนี้ไม่เพียงปลดล็อกการเข้าถึงระบบชำระเงินและเงินฝากคุ้มครองจากรัฐบาลกลาง แต่ยังชี้ว่า ทิศทางใหม่ของสหรัฐอาจเปิดกว้างมากขึ้นต่อบริษัทในอุตสาหกรรมคริปโต
แม้ภาพรวมตลาดจะอยู่ในช่วงปรับฐาน แต่การเคลื่อนไหวทั้งในเชิงกลยุทธ์ของนักลงทุนอย่าง ARK อินเวสต์, การเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคของบิตคอยน์ และการปฏิรูปทางกฎหมายกับธนาคารใหม่นี้ ต่างก็บ่งชี้ว่า อุตสาหกรรมคริปโตยังไม่หยุดนิ่ง และกำลังเข้าสู่ช่วงสรรค์สร้างโอกาสใหม่ภายใต้โครงสร้างที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็น 0