คณะกรรมการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (CFTC) ได้ประกาศยอมรับ *สเตเบิลคอยน์* ที่ออกโดย ‘ธนาคารทรัสต์แห่งชาติ’ ให้สามารถใช้เป็นหลักประกันทางการเงินได้อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการตอกย้ำทิศทางนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการผนวก *คริปโตเคอร์เรนซี* เข้ากับระบบการเงินหลัก ทั้งยังเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สอดคล้องกับแนวนโยบายสนับสนุนคริปโตของทรัมป์อีกด้วย
เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) CFTC ได้เผยแพร่เอกสารเวอร์ชันอัปเดตชื่อว่า “ความเห็นเชิงนโยบายเกี่ยวกับการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกันเงินมาร์จิ้น” (Staff Letter 25-40) โดยระบุชัดเจนว่า *สเตเบิลคอยน์เพื่อการชำระเงิน* ที่ออกโดยธนาคารทรัสต์แห่งชาติ จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ที่สามารถใช้เป็นหลักประกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะในบัญชีของลูกค้าในบริษัทนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า (FCM) ที่ได้รับการจดทะเบียนกับ CFTC
นโยบายใหม่นี้แตกต่างจากก่อนหน้า ซึ่งจำกัดให้ใช้เฉพาะ *สเตเบิลคอยน์* ที่ออกโดยบริษัทโอนเงินหรือบริษัททรัสต์ภายใต้การกำกับของแต่ละรัฐเท่านั้น โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ธนาคารทรัสต์ระดับประเทศที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลาง ก็สามารถออก *สเตเบิลคอยน์* เพื่อใช้เป็นหลักประกันได้เช่นกัน CFTC ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในเอกสารฉบับเดิมไม่มีเจตนาที่จะตัดสิทธิ์ธนาคารทรัสต์แห่งชาติ เพียงแต่ยังไม่ชัดเจนเท่านั้น จึงได้ทำการปรับปรุงให้ตรงไปตรงมามากขึ้น
ธนาคารทรัสต์แห่งชาติ เป็นสถาบันการเงินที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลกลาง ซึ่งมีอำนาจในการถือครองและออกสินทรัพย์ดิจิทัล โดยสหรัฐฯ ได้อนุมัติธนาคารทรัสต์ประเภทนี้เป็นครั้งแรกในช่วงต้นทศวรรษ 2020 ในช่วงปลายวาระแรกของทรัมป์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการบรรจุ *สเตเบิลคอยน์* เข้าสู่กรอบกฎหมายและกลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบการเงินคริปโตในประเทศ
ไมเคิล เซลิก (Michael Sellick) กรรมาธิการ CFTC แสดงความเห็นว่าการขยายสิทธิ์นี้เป็นก้าวที่สำคัญ พร้อมกล่าวว่า “ผมยินดีที่ได้เห็นการยอมรับ *สเตเบิลคอยน์* ที่ออกโดยธนาคารทรัสต์แห่งชาติในฐานะหลักประกัน CFTC กำลังขับเคลื่อนสเตเบิลคอยน์ให้เดินหน้าตามกรอบกฎหมาย GENIUS และระบบหลักประกันใหม่อย่างแข็งแกร่ง” เขาเสริมด้วยว่า สหรัฐฯ กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในนวัตกรรมด้าน *สเตเบิลคอยน์* สำหรับการชำระเงิน
ขณะนี้ *บริษัทคริปโต* ชั้นนำหลายแห่งกำลังเร่งเดินหน้าขอใบอนุญาตเป็นธนาคารทรัสต์แห่งชาติอย่างจริงจัง เช่น คอยน์เบส(Coinbase), เซอร์เคิล(Circle), ริปเปิล(Ripple) และบิตโก(BitGo) โดยหลังจากที่บัญชีธนาคารแองเคอเรจ (Anchorage Digital) ได้รับอนุมัติเป็นเจ้าแรกเมื่อเดือนมกราคม 2025 ทั้งสี่บริษัทก็ได้รับอนุมัติแบบมีเงื่อนไขจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของสหรัฐฯ (OCC)
การได้รับใบอนุญาตในระดับประเทศ ทำให้บริษัทเหล่านี้สามารถดำเนินบริการทางการเงินได้กว้างขวางขึ้นภายใต้การกำกับของรัฐบาลกลาง ซึ่งช่วยขยายฐานพันธมิตรเชิงสถาบันและสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดได้มากขึ้น พวกเขายังสามารถพัฒนาโมเดลธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่เน้น *สเตเบิลคอยน์* เป็นหัวใจหลัก
*สเตเบิลคอยน์เพื่อการชำระเงิน* กำลังกลายเป็นสกุล ‘ดอลลาร์ดิจิทัล’ อย่างไม่เป็นทางการ โดยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของสภาพคล่องและความเชื่อมั่นในระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi) การสนับสนุนล่าสุดจาก CFTC จึงอาจแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวเชิงนโยบายของสหรัฐฯ ที่ตั้งเป้าใช้สกุลเงินดิจิทัลในระดับรัฐมากขึ้น เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของตลาดคริปโตภายในประเทศ ความเห็น: ทิศทางดังกล่าวอาจมีผลบวกต่อนักลงทุนในสหรัฐฯ รวมถึงสนับสนุนตำแหน่งผู้นำของประเทศในตลาดโลก
ความคิดเห็น 0