เกิดเหตุฟิชชิ่งรูปแบบใหม่ที่ใช้ ‘ฟีเจอร์แชต’ ในกระเป๋าเงินแฟนทอม(Phantom) เป็นเครื่องมือโจมตี โดยเหยื่อรายหนึ่งสูญเงินไปราว 3.8 พันล้านวอน หรือประมาณ 3.86 ล้านบาทไทยจากการส่งบิตคอยน์ห่อ(wBTC) ไปยังที่อยู่ที่เป็นอันตราย ตามข้อมูลที่เปิดเผยโดยนักวิเคราะห์บล็อกเชน แซคเอ็กซ์บีที(ZachXBT)
เมื่อวันที่ 24 แซคเอ็กซ์บีทีรายงานผ่านข้อมูลบล็อกเชนว่า เหยื่อได้ทำธุรกรรมส่งเหรียญ wBTC กว่า 3.5 เหรียญ หรือประมาณ 264,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไปยังที่อยู่ ‘0x4b7’ ซึ่งได้รับการระบุว่าเป็น ‘กระเป๋าที่ถือสินทรัพย์จำนวนมาก’ จากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลอย่างแนนเซ็น(Nansen) โดยเขาเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างของการโจมตีประเภท ‘Address Poisoning’ หรือ ‘การปนเปื้อนของที่อยู่’
*คำ*ว่า Address Poisoning หมายถึง กลยุทธ์ที่แฮกเกอร์จะส่งเหรียญจำนวนน้อยเข้าไปยังกระเป๋าของเหยื่อเพื่อให้ที่อยู่ของตนเองปรากฏในประวัติธุรกรรม จากนั้นผู้ใช้ที่ไม่ระวังอาจคัดลอกที่อยู่ดังกล่าวโดยเข้าใจผิดและส่งคริปโตไปโดยไม่ตั้งใจ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการขโมยกุญแจส่วนตัว
ผู้ใช้รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า *ฆิลโฟร์เอช(Kill4h)* ก็ออกมาเผยว่า เขาตกเป็นเหยื่อกลโกงลักษณะเดียวกัน ผ่านฟีเจอร์แชตของกระเป๋าแฟนทอม โดยเสียเหรียญ USDคอยน์(USDC) ราว 136 ดอลลาร์ และ 101 ดอลลาร์ ตามลำดับ พร้อมแนบภาพหน้าจอแสดงหลักฐาน
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคม 2023 ก็เคยมีกรณีที่นักลงทุนรายหนึ่งสูญเงินไปกว่า 50 ล้านดอลลาร์หรือราว 731 ล้านบาท จากเทคนิคฟิชชิ่งรูปแบบ Address Poisoning เช่นกัน ซึ่งในตอนนั้น *ชางเผิง จ้าว(Changpeng Zhao)* ผู้ร่วมก่อตั้งไบแนนซ์ ได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินเข้ารหัสทุกค่าย ตรวจสอบและบล็อกที่อยู่รับเงินที่ไม่น่าไว้วางใจ
แฟนทอมเองเคยออกคำเตือนมาก่อนว่า “*โทเคนหรือนิเอฟทีที่ถูกส่งแบบสุ่มมายังกระเป๋าผู้ใช้อาจเป็นการหลอกลวง*” และยังเตือนให้หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์แอร์ดรอปจากโฆษณาหรือโซเชียลมีเดีย
ทางด้านผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ *แฮคเคน(Hacken)* แนะนำให้ผู้ใช้เปลี่ยนพฤติกรรม โดยจัดเก็บที่อยู่สำหรับโอนเงินไว้ในรูปแบบสมุดรายชื่อ และหลีกเลี่ยงการคัดลอกที่อยู่จากประวัติธุรกรรม ด้านบริษัทซีเบอร์(Cyvers) โดยซีอีโอ *เดดี ราวิด(Dedi Raviv)* เสริมว่า "การป้องกันจริงๆ ต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนยืนยันธุรกรรม เช่น ระบบตรวจจับความคล้ายคลึงของที่อยู่และการเตือนล่วงหน้า" พร้อมแนะนำให้เลือกใช้กระเป๋าเงินที่มีฟีเจอร์จำลองธุรกรรมก่อนส่งจริง อย่าง *ราวีวอลเล็ต, เซนโกวอลเล็ต* และอื่นๆ
*ความคิดเห็น*: เหตุการณ์นี้เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ใช้คริปโตที่จำเป็นต้องตรวจสอบทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่รับเงินหรือฟีเจอร์ที่ใช้งาน แม้ว่าจะดูปลอดภัยในตอนแรก แต่หากมีช่องโหว่ก็อาจถูกแฮกเกอร์หาประโยชน์ได้ จึงควรเลือกใช้งานกระเป๋าเงินที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และต้องมีวินัยในการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
ความคิดเห็น 0