‘โดช์คอยน์(DOGE)’ แชมป์ ‘มีมคอยน์’ ยังคงพาตลาดมีมคอยน์จมอยู่ในภาวะซบเซา ไม่สามารถดีดตัวออกจากหุบเหวขาลงได้เลย ‘ดัชนีมีมคอยน์(MEMECOIN)’ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของตลาดกลุ่มนี้ ร่วงลงมากกว่า 60% ภายใน 1 ปี ทำสถิติอ่อนแอในระดับประวัติการณ์ ขณะที่โดช์คอยน์ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของมีมคอยน์ ก็ยังไม่สามารถแสดง ‘พลังขาขึ้น’ ที่มากพอจะพลิกทิศทางตลาดได้
ดัชนีมีมคอยน์ของมาร์เก็ตเวคเตอร์(MarketVector) เป็นดัชนีที่ติดตามผลการเคลื่อนไหวของมีมคอยน์ 6 สกุลที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด โดยใช้น้ำหนักตามมาร์เก็ตแคป ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงตอนนี้อยู่ที่ราว -22.44% ส่วนผลตอบแทนย้อนหลัง 365 วันติดลบถึง -67.65% นับตั้งแต่เริ่มเปิดใช้ดัชนีเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2021 มูลค่าหายไปรวมแล้วมากกว่า 75% แม้ตลาดคริปโตทั้งตลาดจะอยู่ในช่วงปรับฐาน แต่ ‘มีมคอยน์’ กลับโดนขายหนักเกินหน้าเหรียญทั่วไปอย่างชัดเจน
ดัชนีมีมคอยน์ยังคงเคลื่อนไหวในรูปแบบ ‘ขาลงต่อเนื่อง’ หลังจากเดือนกรกฎาคม 2025 เป็นต้นมา รูปแบบกราฟชัดเจนว่า ‘ยอดสูงสุดใหม่ต่ำลงเรื่อย ๆ และจุดต่ำสุดก็ยิ่งต่ำลง’ ซึ่งเป็นสัญญาณเทคนิคของแนวโน้มขาลงแบบคลาสสิก ยิ่งสะท้อนว่าการดีดตัวแต่ละครั้งเป็นเพียงรีบาวด์สั้น ๆ ยังไม่ใช่จุดกลับตัวจริงจัง
ด้วยโครงสร้างแบบให้น้ำหนักตามมาร์เก็ตแคป การเคลื่อนไหวของดัชนีจึงผูกติดกับโดช์คอยน์ซึ่งเป็นมีมคอยน์เบอร์หนึ่งด้านมูลค่าตลาดอย่างเลี่ยงไม่ได้ การที่ดัชนีร่วงลงระดับ -66.80% ในรอบปีที่ผ่านมา แทบจะสะท้อนการอ่อนแรงพร้อมกันของโดช์คอยน์และเหรียญชั้นนำตัวอื่น ๆ ในกลุ่ม ขณะที่ปีนี้เพิ่งผ่านไปเพียง 2 เดือน แต่ดัชนีก็สะสมการปรับลงมากกว่า 20% แล้ว เป็นสัญญาณว่าเม็ดเงินใหม่ยังไม่อยากไหลเข้ามาในเซ็กเตอร์นี้มากนัก
สถานการณ์ของโดช์คอยน์ในฐานะ ‘ตัวกำหนดทิศทาง’ ดัชนีมีมคอยน์เองก็ไม่น่าประทับใจนัก ระดับราคา 0.1 ดอลลาร์ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็น ‘แนวรับเชิงจิตวิทยา’ ถูกเจาะลงมาเรียบร้อย ตอนนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 0.093 ดอลลาร์ แกว่งขึ้นลงในกรอบแคบ ๆ ไม่มีสัญญาณโมเมนตัมเชิงบวกที่ชัดเจน ทั้งในมุมมองระยะสั้นและการกลับตัวเป็นขาขึ้นในเชิงแนวโน้ม
แม้ด้าน ‘ภาพจำ’ และการรับรู้ในตลาด โดช์คอยน์จะยังถูกเรียกว่า ‘ราชาแห่งมีมคอยน์’ อยู่เสมอ ต่างจากมีมคอยน์หลายตัวที่ยังจำกัดอยู่ในตลาดเก็งกำไร โดช์คอยน์ไปไกลถึงขั้นมี ‘กองทุน ETF อ้างอิงราคาสปอต’ ออกมาซื้อขายในตลาดการเงินหลักได้แล้ว แต่ ‘ข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้าง’ เหล่านี้กลับยังไม่สามารถแปลผลเป็นทิศทางราคาขาขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ อย่างมากก็ช่วยดึงเม็ดเงินระยะกลาง-ยาวเข้ามาบ้าง ขณะที่ ‘จิตวิญญาณการเก็งกำไร’ ของมีมคอยน์และบรรยากาศ ‘หลบความเสี่ยง’ ในตลาดคริปโตโดยรวม กดทับราคาจนขาดแรงส่ง
ในมุมของ ‘ภาวะผู้นำด้านราคา’ จะบอกว่าโดช์คอยน์กำลังนำตลาดขึ้นไปก็ยังไม่ตรงนัก ทุกครั้งที่มองหาสัญญาณฟื้นตัวของดัชนีมีมคอยน์ นักวิเคราะห์จำนวนมากยังมองว่าต้องรอให้โดช์คอยน์กลับตัวอย่างชัดเจนก่อน เมื่อเหรียญตัวหลักยังไม่ยกฐานขึ้น เซ็กเตอร์มีมคอยน์ทั้งหมดจึงแทบไม่มีโอกาสพลิกบรรยากาศได้ในระยะสั้น
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนไม่น้อยมองว่าความอ่อนแรงของโดช์คอยน์ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะตัวโครงการเท่านั้น แต่เป็นผลสะท้อนจากภาพใหญ่ของตลาดคริปโตในตอนนี้ ทั้งความไม่แน่นอนด้านกฎเกณฑ์ การดูดสภาพคล่องออกจากระบบการเงินโลก และการที่นักลงทุนลดน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้เหรียญที่ ‘มีมจ๋า’ อย่างมีมคอยน์ถูกดันไปท้ายลำดับความสำคัญการลงทุน ‘ความคิดเห็น’ เหรียญที่ไม่มีการใช้งานจริงหรือโมเดลสร้างรายได้ชัดเจน มักถูกขายออกแรงกว่าในช่วงตลาดขาลง และรอบนี้ก็ยังคงทำซ้ำรูปแบบเดิม
อย่างไรก็ตาม ด้วย ‘พลังแบรนด์’ ของโดช์คอยน์ การมีคอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่น และการเป็นชื่อที่คนทั่วไปคุ้นเคยอยู่แล้ว นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเห็นตรงกันว่า หากตลาดกลับเข้าสู่โหมด ‘Risk-on’ หรือเริ่มกลับมาชอบความเสี่ยงอีกครั้ง โดช์คอยน์จะเป็นชื่อแรก ๆ ในกลุ่มมีมคอยน์ที่ถูกพูดถึง ดัชนีมีมคอยน์จะหันหัวขึ้นได้จริง ก็เกือบแน่นอนว่าจะต้องเริ่มจากสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนของโดช์คอยน์
ท้ายที่สุด ทุกอย่างยังผูกกับ ‘อารมณ์ภาพรวมของตลาดคริปโต’ โดช์คอยน์ยังมีศักยภาพจะพาตลาดมีมคอยน์กลับไปสู่ยุครุ่งโรจน์ได้ แต่ในสภาพตอนนี้ ยังไม่เห็นทั้งการเพิ่มขึ้นของปริมาณซื้อขาย หรือการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นที่ชัดเจน หากต้องการให้ดัชนีมีมคอยน์หลุดออกจากแนวโน้มขาลงระยะยาว คงต้องรอทั้ง ‘การเด้งกลับของโดช์คอยน์’ และ ‘การเปลี่ยนบรรยากาศการลงทุนในตลาดคริปโตทั้งระบบ’ มาหนุนพร้อมกันเสียก่อน จึงจะสร้างรอบขาขึ้นใหม่ได้อย่างยั่งยืน
ความคิดเห็น 0