รัฐบาลอังกฤษเดินหน้าทดสอบ ‘ดิสรัปต์’ ตลาดพันธบัตร ด้วยการเลือกแพลตฟอร์มบล็อกเชนของเอชเอสบีซี(HSBC) เป็นพาร์ตเนอร์หลักในโครงการออก ‘ตราสารกิลต์ดิจิทัล (Digital Gilt Instrument, DIGIT)’ หรือพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษแบบดิจิทัลบนเชน นับเป็นครั้งแรกที่พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษถูกนำมาทดลองออกและบริหารจัดการแบบ ‘ออนเชน’ อย่างเป็นระบบในระดับโครงสร้างตลาด
ตามรายงานจากสื่อต่างประเทศ ฝ่ายการคลังของอังกฤษและสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เตรียมออกพันธบัตรรัฐบาลอายุสั้นในรูปแบบดิจิทัล ภายใต้สภาพแวดล้อม ‘แซนด์บ็อกซ์กำกับดูแล’ ที่หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินดูแลโดยตรง โครงสร้างการทดลองจะไม่ไปแตะระบบโครงสร้างพื้นฐานพันธบัตรเดิม แต่ใช้ ‘เทคโนโลยีกระจายบัญชี (DLT)’ รันกระบวนการออก โอน และชำระราคาแบบขนาน เพื่อเปรียบเทียบแบบละเอียด ที่ปรึกษากฎหมายคือสำนักงานกฎหมาย แอชเชิร์สต์(Ashurst LLP) ซึ่งจะช่วยออกแบบโครงสร้าง ‘พันธบัตรโทเคนไรซ์’ ให้สอดคล้องกับกรอบกฎหมายที่มีอยู่
แพลตฟอร์มหลักที่ใช้คือ ‘ออไรออน(Orion)’ โครงสร้างพื้นฐานโทเคนไรซ์ที่เอชเอสบีซีพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งเคยถูกใช้รองรับดีลพันธบัตรโทเคนไรซ์ในต่างประเทศหลายครั้งแล้ว จนได้รับการมองว่ารองรับธุรกรรมขนาดใหญ่ได้ทั้งด้านปริมาณและเสถียรภาพ รัฐบาลอังกฤษตั้งใจใช้โครงการนำร่อง ‘Digital Gilt Instrument’ เพื่อสำรวจอย่างเป็นรูปธรรมว่า โมเดลใดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้จริง ส่วนไหนช่วย ‘ลดต้นทุน’ ได้ และโครงสร้างพันธบัตรรูปแบบใหม่จะชนหรือไปด้วยกันได้ดีกับกฎหมายและระเบียบที่ใช้กับตลาดตราสารหนี้ในปัจจุบัน
ลูซี ริกบี(Lucy Rigby) รัฐมนตรีเศรษฐกิจประจำกระทรวงการคลังอังกฤษ กล่าวว่าการตัดสินใจครั้งนี้คือ “ก้าวสำคัญสู่การออกตราสารกิลต์ดิจิทัลครั้งแรกของอังกฤษ” และย้ำว่าจะเดินหน้าผลักดันโครงการ DIGIT อย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับเอชเอสบีซีและพาร์ตเนอร์รายอื่น ๆ ต่อไป
หัวใจของโครงการนี้คือการทดสอบ ‘การชำระราคาออนเชน (on-chain settlement)’ ในสภาพแวดล้อมตลาดพันธบัตรรัฐบาลจริง ว่าจะนำมาใช้ได้โดยไม่รบกวนระบบเดิมอย่างไร ภายใต้กรอบแซนด์บ็อกซ์ พันธบัตรดิจิทัลจะถูกบันทึกตลอดวงจร ตั้งแต่การออกจนถึงการไถ่ถอนบนบล็อกเชน ขณะเดียวกันก็ยังคงพึ่งพาระบบชำระราคาพันธบัตรของเดิมไปพร้อมกัน เพื่อลดแรงกระแทกต่อโครงสร้างตลาดในระยะแรก
โครงสร้างของตราสารกิลต์ดิจิทัลจะถูกออกแบบให้ “ใกล้เคียงของจริงที่สุด” ทั้งด้านเงื่อนไขและรูปแบบการออก แต่จะมีการควบคุม ‘ปริมาณการออก อายุพันธบัตร และระดับดีมานด์’ อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบเสถียรภาพของตลาด แหล่งข่าวระบุว่า ปริมาณที่ออกจะถูกกำหนดให้อยู่ในระดับที่ ‘สมจริง’ พอจะสะท้อนระบบจริง แต่ใหญ่พอให้ทดสอบความสามารถในการรองรับธุรกรรมและการจัดการความเสี่ยงของระบบได้อย่างจริงจัง
แพลตฟอร์มออไรออนของเอชเอสบีซีมีผลงานรองรับโครงการโทเคนไรซ์พันธบัตรของภาครัฐและเอกชนในต่างประเทศมาแล้ว ทำให้รัฐบาลอังกฤษมองว่าเป็น ‘อินฟราฯ ที่ผ่านการพิสูจน์’ ช่วยลดความเสี่ยงจากการลองผิดลองถูกในช่วงต้น หากในอนาคตตราสารกิลต์ดิจิทัลถูกใช้งานจริง รัฐบาลเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารหนี้ภาครัฐ และในระยะยาวอาจช่วยเสริม ‘ความสามารถในการแข่งขัน’ ของตลาดพันธบัตรอังกฤษในเวทีโลกได้ด้วย
แผนออกพันธบัตรดิจิทัลถูกพูดถึงในตลาดมาหลายเดือนแล้ว แต่การเริ่มโครงการนำร่องจริงกลับล่าช้ากว่าที่หลายฝ่ายคาด ช่วงเวลาดังกล่าว กระทรวงการคลังอังกฤษไม่ได้คุยเฉพาะกับเอชเอสบีซี แต่ยังรวมถึงตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนและฟินเทคหลายรายที่เสนอโซลูชันเข้ามาให้เปรียบเทียบด้วย
แหล่งข่าวหลายรายระบุว่า การตัดสินใจที่ล่าช้านี้สะท้อน ‘แนวทางแบบอนุรักษนิยม’ ของผู้กำกับดูแลอังกฤษอย่างชัดเจน แม้ตลาดจะคาดหวังว่าพันธบัตรโทเคนไรซ์อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานตลาดตราสารหนี้โลกในอนาคต แต่หากในการทดลองช่วงต้นเกิด ‘เหตุไม่คาดคิด’ ทั้งเชิงเทคนิคหรือกฎหมาย ก็อาจสั่นคลอน ‘ความเชื่อมั่น’ ในตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั้งระบบได้
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลจึงโฟกัสไปที่การออกแบบ ‘ตราสารนำร่อง’ ให้จำลองสภาพจริงของการออกพันธบัตรมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ แต่ต้องมี ‘ระบบกันชน’ ที่ป้องกันไม่ให้เสถียรภาพตลาดได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ผลลัพธ์ก็คือแม้โครงการจะเริ่มช้ากว่ากำหนด แต่ผู้เล่นในตลาดจำนวนหนึ่งมองว่า โครงสร้างของดิจิทัลกิลต์และกรอบการจัดการความเสี่ยงได้ผ่านการกลั่นกรองอย่างละเอียดรอบคอบกว่าปกติ
โครงการตราสารกิลต์ดิจิทัลไม่ได้เป็นแค่การทดลองเชิงเทคโนโลยี แต่ถูกออกแบบให้วัด ‘ตัวชี้วัดด้านการใช้งานจริง’ ที่ตลาดพันธบัตรต้องการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจับตาดูเป็นพิเศษทั้ง ‘ความเร็วในการชำระราคา’ โครงสร้างการรับฝาก (คัสโตดี) ความสะดวกในการเข้าถึงตลาดรอง และความสอดคล้องระหว่างข้อมูลบนเชนกับ ‘เล่มทะเบียนกลาง’ ของระบบเดิม
ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือ การดูว่าเมื่อทำให้วงจรชีวิตของพันธบัตร—ตั้งแต่จ่ายดอกเบี้ย การไถ่ถอน จนถึงการโอนกรรมสิทธิ์—ทำงานแบบอัตโนมัติบนเชนแล้ว จะ ‘เร็วและแม่นยำ’ กว่าระบบเดิมแค่ไหน ขณะเดียวกันต้องตรวจสอบด้วยว่า ระบบดังกล่าวสามารถ ‘ระบุและรายงาน’ เหตุการณ์ทางภาษี เช่น ดอกเบี้ยรับ หรือกำไรจากส่วนต่างราคา ได้ครบถ้วนหรือไม่ หน่วยงานกำกับจะดูอย่างละเอียดว่า ‘ระบบอัตโนมัติ’ จะไม่กลายเป็นช่องโหว่ใหม่ในมุมการปฏิบัติตามกฎระเบียบและภาษี
ธนาคารและนักลงทุนสถาบันจำนวนมากกำลังจับตาโครงการนี้อย่างใกล้ชิด เพราะพันธบัตรรัฐบาลถือเป็น ‘สินทรัพย์ฐาน’ ของระบบการเงินแต่ละประเทศ คำถามคือ โครงสร้างอินฟราฯ ออนเชนจะเชื่อมต่อกับระบบของกระทรวงการคลัง เดินคู่ไปกับระบบชำระราคาและเคลียริ่งเดิมได้อย่างกลมกลืน โดยไม่เพิ่ม ‘ความเสี่ยงชุดใหม่’ เข้ามาหรือไม่ ผู้เล่นในตลาดจำนวนมากเชื่อว่า ‘โทเคนไรซ์’ จะเริ่มถูกใช้จริงอย่างกว้างขวาง ก็ต่อเมื่อมีตัวเลขชัด ๆ ว่า ‘ช่วยลดต้นทุนและยกระดับประสิทธิภาพ’ ในการปฏิบัติงาน ไม่ใช่แค่การโชว์เทคโนโลยี
โครงการดิจิทัลกิลต์ครั้งนี้ ยังถูกมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญของยุทธศาสตร์ ‘เสริมความแข็งแกร่งตลาดทุน’ ของอังกฤษด้วย หากสามารถใช้เทคโนโลยีโทเคนไรซ์กับสินทรัพย์ที่ถือว่า ‘อนุรักษนิยมที่สุด’ อย่างพันธบัตรรัฐบาลได้อย่างราบรื่น อังกฤษก็มีโอกาสต่อยอดไปสู่ ‘ตราสารหนี้เอกชน พันธบัตรแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (ABS) และหน่วยลงทุนกองทุน’ ในรูปแบบโทเคน (Digital Securities / Tokenized Securities) ได้ง่ายขึ้น
ในบริบทที่ ‘ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก’ กำลังขยายตัว อังกฤษใช้โครงการพันธบัตรโทเคนไรซ์นี้แสดงท่าทีชัดว่า ต้องการผลักดันให้ลอนดอนกลับมาเป็น ‘ฮับการระดมทุนระดับโลก’ อีกครั้ง ‘ความคิดเห็น’ ของผู้เล่นบางส่วนคือ ปัจจัยชี้ขาดจะไม่ใช่คำว่า ‘โทเคนไรซ์’ เอง แต่เป็นคำตอบเชิงตัวเลขว่า การชำระราคาปลอดภัยขึ้น ความเสี่ยงลดลง ต้นทุนดำเนินการถูกลง และ ‘ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบกับภาษี’ ถูกเคลียร์ชัดแค่ไหน สัญญาณว่าจะขยายโครงการดิจิทัลกิลต์ก็ขึ้นอยู่กับผลทดสอบในเฟสนี้โดยตรง
ไม่ว่าอย่างไร การเริ่มเดินหน้าโครงการ ‘ตราสารกิลต์ดิจิทัล’ ด้วยแพลตฟอร์มออไรออนของเอชเอสบีซี ทำให้อังกฤษกลายเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่นำ ‘บล็อกเชนและโทเคนไรซ์’ เข้าไปทดสอบในการออกหนี้ภาครัฐอย่างเป็นทางการ ‘ความคิดเห็น’ ของหลายฝ่ายคือ ผลลัพธ์จากการทดลองครั้งนี้อาจไม่เพียงกำหนดทิศทางของตลาดพันธบัตรและตราสารหนี้ภาครัฐของอังกฤษเอง แต่ยังอาจเป็นตัวเร่งให้ประเทศใหญ่ ๆ อื่น ๆ เร่งพิจารณาโครงสร้าง ‘พันธบัตรดิจิทัล’ และ ‘โทเคนไรซ์หนี้สาธารณะ’ มากขึ้นในช่วงต่อไปด้วย
ความคิดเห็น 0