ราคาบิตคอยน์(BTC) ปรับตัวลงแรงเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นแค่ ‘พักฐานเทคนิค’ หลังตลาดเริ่มตอบสนองต่อประเด็น ‘ยูเรืองจ็อบ(phantom jobs)’ จากการปรับแก้ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ สะท้อนอีกครั้งว่าสิ่งที่ตลาดเกลียดที่สุดไม่ใช่ข่าวร้าย แต่คือ ‘ข้อมูลที่เชื่อไม่ได้’ และความไม่แน่นอนที่ตามมา
เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ภายใต้สำนักสถิติแรงงาน (Bureau of Labor Statistics·BLS) ได้ปรับทบทวนตัวเลขจ้างงานปีที่ผ่านมาแบบครั้งใหญ่ โดยระบุว่าตัวเลขตำแหน่งงานที่เคยประกาศก่อนหน้าเกือบ 9 แสนตำแหน่ง ‘ไม่เคยมีอยู่จริง’ การจ้างงานใหม่เดือนมกราคมเพิ่มขึ้นราว 130,000 ตำแหน่ง ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นตัวเลขที่รับได้ แต่เมื่อรวมผลจากการปรับทบทวนทั้งปี 2025 แล้ว ภาพ ‘ตลาดแรงงานร้อนแรง’ ที่เคยเป็นเนื้อหาหลักของตลาดเริ่มสั่นคลอนอย่างชัดเจน
ประเด็น ‘ยูเรืองจ็อบ’ มาจากข้อจำกัดของโมเดล ‘birth–death’ ที่ BLS ใช้ประเมินผลกระทบจากการเกิดใหม่และการปิดตัวของธุรกิจในแต่ละเดือน โมเดลนี้มีแนวโน้มประเมิน ‘การสร้างงาน’ สูงเกินจริงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวัฏจักรเศรษฐกิจ ทำให้มีโอกาสสูงที่ปีที่แล้วเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่ตัวเลขเคยบอกไว้ แต่เป็นเพราะแบบจำลองตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจจริงมากกว่า
ปัญหาคือการปรับตัวเลขครั้งนี้ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่การ “แก้เทคนิคเล็กน้อย” แต่ไปกระทบความเชื่อมั่นของตลาดเต็ม ๆ ทั้งตลาดหุ้น บิตคอยน์ และแม้แต่ตลาดพันธบัตรต่างสั่นคลอนพร้อมกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีดีดขึ้นจากราว 4.15% สู่แถว 4.20% ส่งสัญญาณว่าความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ ของเฟดเริ่มถูกกดทับอย่างชัดเจน
‘คำ’เฟดคงดอกนานขึ้น กดดันบิตคอยน์–โอกาสลดดอกมีนาคมเกือบปลิว
ทันทีหลังการประกาศปรับตัวเลขจ้างงาน การเก็งกำไรว่า ‘เฟดจะลดดอกเบี้ยเดือนมีนาคม’ แทบถูกเททิ้งในตลาดอนุพันธ์ สถิติจากตลาดฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยชี้ว่า ความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยเดือนมีนาคมร่วงฮวบจากราว 22% เหลือเพียงราว 9% ภายในไม่กี่นาที เท่ากับว่าภาพ ‘ลดดอกมีนาคม’ ถูกดันออกไปนอกฉันทามติของตลาดแล้ว
การเลื่อนคาดการณ์ลดดอกเบี้ยออกไปย่อมเป็นลบต่อราคาบิตคอยน์โดยตรง เพราะในสภาพแวดล้อมที่สภาพคล่องล้นระบบ สินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์มักได้อานิสงส์ แต่เมื่อภาพเริ่มเปลี่ยนเป็น ‘ดอกเบี้ยทรงสูงนานขึ้น’ หรืออย่างน้อย ‘ดอกเบี้ยไม่ลงเร็ว’ ความต้องการถือบิตคอยน์ก็ย่อมถูกกดดัน โดยเฉพาะเมื่อราคาก่อนหน้าเพิ่งยืนแถวระดับใกล้จุดสูงสุดตลอดกาลและกำลังอยู่ในช่วงพักฐาน การเปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ยจึงกลายเป็นแรงขายก้อนใหม่ที่ถาโถมเข้ามา
ฝั่งข้อมูลออนเชนและตลาดอนุพันธ์ก็มองเห็นสัญญาณความกังวลชัดขึ้น ‘คำ’ บิตคอยน์เพอร์เพทชวลฟิวเจอร์ส (perpetual futures) ที่นักลงทุนรายใหญ่หรือ ‘วาฬ’ เข้าไปเก็งกำไร เพิ่มขึ้นผิดปกติ สะท้อนว่าตลาดกำลังเร่งเปิดสถานะเพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลง (hedge) มากขึ้น นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่าสถาบันการเงินและเทรดเดอร์มืออาชีพกำลังจัดพอร์ตใหม่ เพื่อรับมือความเสี่ยงฝั่งขาลงในระยะสั้นอย่างจริงจัง
งานวิจัยบางแห่งเตือนด้วยว่า บริเวณราคาที่ต่ำกว่าระดับปัจจุบันยังมี ‘กอง’ บิตคอยน์รอขายอยู่จำนวนมาก หากความผันผวนเร่งตัวลงข้างล่าง มีโอกาสเกิด ‘ขายตัดขาดทุนแบบตื่นตระหนก’ หรือ forced selling ณ ราคาบางระดับได้ง่าย หมายความว่าด้านอุปทานยังมีแรงขายแฝงตัวอยู่ไม่น้อย
“ตรงนี้คือจุดต่ำสุดหรือยัง?” ตลาดจับตาพันธบัตรเป็นตัวชี้ขาด
ในอีกมุมหนึ่ง เสียงจากบางส่วนในตลาดมองการร่วงรอบนี้ของบิตคอยน์เป็นเพียงการพักฐาน ‘ที่จำเป็น’ ภายในเทรนด์ขาขึ้นระดับกลางเท่านั้น มีมุมมองว่า หากราคาทนรับแรงกระแทกจากข่าวมหภาคชุดใหญ่ แล้วไม่หลุดลงไปลึกกว่าโซนสำคัญ ก็อาจยืนยันได้ว่าบริเวณนั้นคือ ‘ฐานรับซื้อแข็งแรง’ แต่จนถึงตอนนี้ เมื่อดูจากพฤติกรรมราคาเพียงอย่างเดียว เสียงข้างมากยังไม่กล้าฟันธงว่า “ตรงนี้คือก้นหลุมแน่นอน”
ตัวแปรสำคัญที่หลายฝ่ายมองว่าจะ ‘ชี้นำทิศทาง’ ราคาบิตคอยน์ในระยะต่อไปกลับไม่ใช่ตลาดคริปโตเอง แต่คือตลาดพันธบัตร โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุยาว หากยีลด์ 10 ปีถูกดันขึ้นต่อเนื่อง สภาพคล่องสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงก็จะตึงตัวขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกัน หากตัวเลขเศรษฐกิจและสัญญาณจากเฟดช่วยให้ยีลด์เริ่มนิ่งหรืออ่อนตัวลงอีกครั้ง กระแส ‘ชอบเสี่ยง’ ก็มีโอกาสไหลกลับมายังบิตคอยน์และอีเธอเรียม(ETH) รวมถึงคริปโตหลักตัวอื่น ๆ
สรุปแล้ว การปรับฐานรอบนี้ของราคาบิตคอยน์ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาพสะท้อนของ ‘วิกฤตความเชื่อมั่นในข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ’ ที่ทำให้ภูมิทัศน์มหภาคเต็มไปด้วยหมอกควันแห่งความไม่แน่นอน ‘คำ’ความคิดเห็น ในมุมของนักลงทุนระยะยาว ช่วงเวลาที่ตลาดสับสนกับข้อมูล และไม่แน่ใจว่าควรเชื่ออะไร มักกลายเป็นช่วงที่ให้โอกาสเข้าเก็บของในระยะยาวอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นตลาดบิตคอยน์ยังมีแนวโน้มเหวี่ยงแรงต่อไป และท้ายที่สุด ‘ยีลด์พันธบัตร’ กับท่าทีของเฟดนี่แหละ ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าราคาจะเลือกไปทางไหนเป็นด้านหลัก
ความคิดเห็น 0