ในช่วงที่ราคาบิตคอยน์(BTC) ร่วงลงแรงเมื่อไม่นานมานี้ ‘ปริมาณเทรดสปอต’ ของบิตคอยน์บนกระดานเทรดแบบรวมศูนย์พุ่งขึ้นอย่างชัดเจน แต่จากมุมมองข้อมูลออนเชนพบว่า ความร้อนแรงดังกล่าวดับลงอย่างรวดเร็ว และยังไม่พัฒนาไปสู่ ‘ความต้องการซื้ออย่างต่อเนื่อง’ หรือกระแสสะสมระยะยาวของนักลงทุนในวงกว้าง
บริษัทวิเคราะห์ออนเชน ‘กลา ส์โนด(Glassnode)’ ระบุในรายงานประจำสัปดาห์ว่า ในช่วงที่ราคาบิตคอยน์(BTC) ถูกกดลงมาบริเวณ ‘60,000 ดอลลาร์’ (ราว 86.6 ล้านบาท) ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 วันของ ‘ปริมาณเทรดสปอต(Spot Volume)’ เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ปริมาณเทรดสปอตคือปริมาณบิตคอยน์ที่มีการซื้อขายจริงบนกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ ซึ่งโดยทั่วไปหากตัวเลขนี้สูงขึ้น มักตีความได้ว่าตลาดมี ‘ความสนใจและการมีส่วนร่วม’ เพิ่มขึ้น
จากกราฟที่กลา ส์โนดเผยแพร่ แสดงให้เห็นว่า ระหว่างที่ราคาบิตคอยน์ร่วงลงแตะโซน 60,000 ดอลลาร์ (ราว 86.6 ล้านบาท) ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 วันของปริมาณเทรดสปอตพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ปกติแล้ว ในภาวะตลาดขาขึ้น การกระโดดของปริมาณเทรดลักษณะนี้มักถูกอ่านเป็นสัญญาณของ ‘เม็ดเงินใหม่ที่เข้าซื้อด้วยความเชื่อมั่น’ หรือการสะสมรอบใหม่ แต่รอบนี้รูปแบบกลับต่างออกไป
รายงานชี้ว่า การดีดตัวของปริมาณเทรดในครั้งนี้สะท้อน ‘ภาวะตื่นตระหนก’ มากกว่าจะเป็นการเข้าซื้อใหม่ในวงกว้าง โดยเป็นผลจากแรงขายตัดขาดทุน (Stop-loss) การบังคับชำระบัญชี (Forced liquidation) และการปรับตำแหน่ง (repositioning) ของเทรดเดอร์ระยะสั้นที่เกิดขึ้นพร้อมกัน จึงดันให้ตัวเลขปริมาณเทรดพุ่งขึ้นชั่วคราว
สิ่งที่น่าสนใจคือ หลังจากปริมาณเทรดสปอตกระโดดขึ้นอย่างฉับพลัน ไม่นานก็พลิกกลับลงมาสู่ระดับใกล้เคียงเดิมอย่างรวดเร็ว กลา ส์โนดระบุว่า “การพุ่งขึ้นรอบแรกของปริมาณซื้อขายสปอตคมและสั้นมาก โดยแทบไม่มี ‘ธุรกรรมต่อเนื่อง’ ตามมา” สะท้อนว่า ‘แรงซื้อยังไม่แข็งแรงพอจะดูดซับแรงขาย’ ในตลาดได้อย่างมั่นคง
หากมองย้อนหลังไปยังวัฏจักรของบิตคอยน์(BTC) ในอดีต จะพบว่า แนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรงมักเดินคู่ไปกับ ‘การเพิ่มขึ้นของปริมาณเทรดสปอตอย่างต่อเนื่อง’ เพราะเหรียญจำเป็นต้องถูกส่งต่อจากมือของเทรดเดอร์ระยะสั้นไปยังนักลงทุนระยะยาวหรือผู้เล่นรายใหม่ในตลาดสปอต จึงจะเกิดโครงสร้างขาขึ้นที่ไม่พึ่งพาเลเวอเรจในตลาดอนุพันธ์มากเกินไป
แต่ในรอบนี้ กลา ส์โนดมองว่าลักษณะของปริมาณเทรดต่างออกไป รายงานระบุว่า “การเพิ่มขึ้นของปริมาณเทรดสปอตล่าสุด สะท้อนเพียงการ ‘ย้ายและล้างโพซิชันระยะสั้น’ มากกว่าจะเป็นการเข้าซื้อด้วยความเชื่อมั่นระยะยาว” พร้อมเสริมว่า “ตลาดยังไม่แสดงสัญญาณชัดเจนของ ‘การสะสมแบบยั่งยืน’ ที่จะผลักดันให้เกิด ‘สปอตแรลลี่’ รอบใหม่” ในมุมมองของข้อมูลออนเชน การเคลื่อนไหวรอบนี้จึงยังเป็นแค่ ‘การขยายตัวของการมีส่วนร่วมในช่วงตึงเครียด’ มากกว่าจะเป็น ‘จุดเปลี่ยนไปสู่ดีมานด์เชิงสร้างสรรค์’ ที่มั่นคง
‘ช่วง 60,000–72,000 ดอลลาร์’ กลายเป็นทั้งแนวต้านด้านอุปทานและแนวรับสำคัญ
ในรายงานฉบับเดียวกัน กลา ส์โนดได้วิเคราะห์ ‘UTXO Realized Price Distribution (URPD)’ หรือ ‘การกระจายตัวของราคา realiz ed ของ UTXO’ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่า บิตคอยน์จำนวนเท่าใดเคยมีการเคลื่อนย้าย (ซื้อ) ที่แต่ละระดับราคาในอดีต เพื่อหาว่าโซนราคาใดเป็น ‘ฐานอุปทาน’ หรือ ‘แนวรับ–แนวต้าน’ ที่หนาแน่น
กราฟ URPD ชี้ให้เห็นชัดว่า ช่วงราคา ‘60,000–72,000 ดอลลาร์’ (ราว 86.6–104.3 ล้านบาท) เป็นโซนที่บิตคอยน์จำนวนมากถูกสะสมในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 จนกลายเป็น ‘ฐานอุปทานหนาแน่น’ หรือที่เทรดเดอร์มักเรียกว่า ‘แนวราคาที่มีปริมาณค้างอยู่สูง’
กลา ส์โนดอธิบายว่า เมื่อราคาถอยกลับลงมาสู่กรอบนี้อีกครั้ง แต่ยังสามารถทรงตัวได้ในระดับหนึ่ง แสดงให้เห็นสัญญาณว่า ‘กลุ่มที่เคยซื้อในโซนนี้กำลังป้องกันตำแหน่งของตัวเองอย่างจริงจัง’ นั่นหมายความว่า ช่วง 60,000–72,000 ดอลลาร์ไม่ได้เป็นเพียง ‘กล่องราคาที่เต็มไปด้วยออร์เดอร์เก่า’ เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น ‘แนวรับทางจิตวิทยาและเทคนิค’ ของตลาดในปัจจุบันด้วย
อย่างไรก็ตาม การที่มี ‘ความพยายามป้องกันแนวรับ’ ไม่ได้แปลว่าแนวโน้มจะพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นในทันที สัญญาณออนเชนชี้ว่า ต้องมี ‘ปริมาณเทรดสปอต’ กลับมาขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และต้องเห็น ‘แรงสะสมจากนักลงทุนระยะยาว’ ชัดเจนขึ้น โซน 60,000–72,000 ดอลลาร์จึงจะสามารถพัฒนาเป็น ‘ฐานรองรับขาขึ้นใหม่’ ได้อย่างเต็มตัว
บิตคอยน์(BTC) กลับมาเผชิญแรงขาย ราคาถอยสู่โซน 65,900 ดอลลาร์
หากมองเฉพาะมิติของราคา บิตคอยน์กำลังเผชิญแรงกดดันจากฝั่งขายอีกระลอก บนกระดานเทรดหลัก บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวอยู่แถว ‘65,900 ดอลลาร์’ (ราว 95.1 ล้านบาท) กราฟราคาช่วง 5 วันที่ผ่านมาเผยให้เห็นว่า แม้จะมีการดีดตัวสั้น ๆ แต่ทุกครั้งที่พยายามรีบาวด์ ก็ถูกแรงขายกดลง และไหลลงสู่ระดับราคาที่ต่ำลงทีละน้อย
ในภาพรวม ช่วงปรับฐานรอบล่าสุดทำให้ ‘ปริมาณเทรดสปอตของบิตคอยน์’ เพิ่มขึ้นจนตลาดหันกลับมาจับตาอีกครั้ง แต่ข้อมูลออนเชนบ่งชี้ว่า ยังไม่พัฒนาไปเป็น ‘การหมุนกลับสู่โหมดซื้ออย่างยืนยาว’ ในขณะเดียวกัน โซน ‘60,000–72,000 ดอลลาร์’ ก็เริ่มแสดงบทบาทเป็นทั้ง ‘แนวรับและด่านทดสอบแนวโน้ม’ ที่สำคัญ เนื่องจากมีทั้งอุปทานสะสมเดิมและแรงป้องกันจากนักลงทุนที่ติดอยู่ในช่วงราคานี้
ปัจจุบัน ประเด็นที่ตลาดโฟกัสคือ เส้นทางราคาของบิตคอยน์(BTC) จะจบลงแค่ ‘รีบาวด์สั้น ๆ ที่เกิดจากการเทรดด้วยความกลัว’ หรือจะสามารถ ‘เปลี่ยนผ่านไปสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ที่มีปริมาณสปอตหนุนหลัง’ ได้อย่างแท้จริง เนื่องจากสัญญาณจากข้อมูลออนเชนยังไม่ชัดพอจะฟันธงไปในทิศทางใด นักลงทุนจึงควรจับตา ‘ปริมาณเทรดสปอต’ ควบคู่กับ ‘พฤติกรรมการป้องกันแนวรับในช่วง 60,000–72,000 ดอลลาร์’ อย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจเพิ่มหรือลดความเสี่ยงในพอร์ตของตัวเอง
ความคิดเห็น 0