Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อัยการสหรัฐเตือนโรแมนซ์สแกมคริปโต ใช้ AI ปั่นความรักสูญเงินพุ่งเกิน 8 ล้านดอลลาร์

สำนักงานอัยการสหรัฐเตือนว่า ‘โรแมนซ์สแกม’ หรือกลโกงออนไลน์ที่หลอกใช้ *ความรัก* และ *ความเหงา* กำลังลุกลามสู่ ‘ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี’ อย่างรวดเร็ว โดยย้ำว่านี่ไม่ใช่แค่การหลอกคบหาแบบผิวเผิน แต่เป็นอาชญากรรมทางการเงินที่วางแผนยาวนาน สร้างความไว้ใจทีละขั้น ก่อนดึงให้เหยื่อโอน *คริปโต* และสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมากให้คนร้าย

สำนักงานอัยการเขต Northern District of Ohio เปิดเผยเมื่อไม่นานนี้ว่า มิจฉาชีพใช้แอปหาคู่ โซเชียลมีเดีย และแม้แต่ข้อความ SMS เป็นช่องทางเริ่มคุย จากนั้นจะใช้เวลาตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน ค่อย ๆ สร้างความผูกพันและควบคุมอารมณ์ของเหยื่อ ก่อนชวนลงทุนหรือขอให้โอน *คริปโตเคอร์เรนซี* ในชื่อการลงทุนหรือช่วยเหลือฉุกเฉิน โดยจะเร่งมือเป็นพิเศษในช่วงวันวาเลนไทน์ซึ่งผู้คนมักรู้สึกโดดเดี่ยว จึงถูกจัดเป็นอาชญากรรมแบบ “ออกแบบเฉพาะบุคคล”

เดวิด เอ็ม. ทอฟเฟอร์ อัยการเขต Northern District of Ohio ระบุว่า “คนร้ายพุ่งเป้าไปที่ *ความไว้ใจ* และ *ความรู้สึก* พวกเขาไม่ได้มองหาความรัก แต่มองหาแค่เงิน” พร้อมชี้ว่าโรแมนซ์สแกมลักษณะนี้มักเล่นงานผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะเปราะบางทางอารมณ์เป็นหลัก

ในการแถลงข่าว อัยการได้ยกตัวอย่างคดีล่าสุดหลายกรณี หนึ่งในนั้นคือ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2025 (เวลาท้องถิ่น) มีการฟ้องร้องนายเฟรเดอริก คูมี ชาวกานา ในข้อหามีส่วนร่วมขบวนการโรแมนซ์สแกมระดับองค์กร กลุ่มนี้ถูกสงสัยว่า ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา ได้หลอกผู้สูงอายุในสหรัฐไปมากกว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,155.8 ล้านบาท) ตามข้อมูลการสอบสวน คนร้ายใช้เครื่องมือ ‘AI’ ในการสร้างตัวตนปลอมที่ดูสมจริง ใช้ข้อความที่ปรับแต่งอัตโนมัติเพื่อให้เข้ากับแต่ละเหยื่อ ทำให้ดูเหมือนการสนทนาจริงจังต่อเนื่องตลอดเวลา เมื่อสร้างความเชื่อใจได้แล้วจึงเริ่มขอให้โอนเงินหรือลงทุน คูมีถูกจับที่ประเทศกานา และกำลังเผชิญข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและสมคบคิดฟอกเงิน

อีกคดีหนึ่งในรัฐโอไฮโอ มีหญิงรายหนึ่งได้รับข้อความลักษณะ “ส่งผิดเบอร์” จากคนแปลกหน้า ก่อนคุยกันต่อกลายเป็นความสัมพันธ์ออนไลน์เต็มรูปแบบ สุดท้ายเธอเสียหายรวม 663,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 958.9 ล้านบาท) คนร้ายคุยอย่างแนบเนียน ค่อย ๆ สนิทสนมและชักชวนให้เธอเปิดบัญชีในแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตอย่าง *คริปโตดอทคอม(Crypto.com)* และ *คอยน์เบส(Coinbase)* จากนั้นหลอกให้โอนคริปโตไปยัง “แพลตฟอร์มลงทุน” ที่อ้างว่าผลตอบแทนสูง แต่แท้จริงเป็นเว็บปลอม เมื่อโอนเงินเข้าไปแล้ว เหรียญทั้งหมดก็หายไป

อย่างไรก็ตาม ในคดีนี้ *สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ(FBI)* สามารถใช้การวิเคราะห์บล็อกเชนติดตามเส้นทางเงินได้บางส่วน ทีมสืบสวนไล่ตามกระเป๋าเงิน *สเตเบิลคอยน์ เทเธอร์(USDT)* และอาศัยความร่วมมือกับบริษัทผู้ออกเทเธอร์ จนสามารถสั่งอายัดและยึดเหรียญ USDT มูลค่ากว่า 8.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,184.7 ล้านบาท) คืนมาได้ ‘ความคิดเห็น’ กรณีนี้กลายเป็นตัวอย่างสำคัญว่า ต่อให้ตลาด *คริปโต* ถูกมองว่ามีความเป็นนิรนามสูง แต่หากหน่วยงานรัฐและเอกชนในระบบบล็อกเชนร่วมมือและลงมือเร็วพอ ก็ยังมีโอกาสดึงคืนเงินบางส่วนจากอาชญากร

กระแสการใช้ความสัมพันธ์เชิงรักเป็นเครื่องมือหลอกลวงในโลก *คริปโตเคอร์เรนซี* ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสหรัฐ รายงานจากบริษัทความปลอดภัยบล็อกเชน เพกชิลด์(PeckShield) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2026 ระบุว่า ในปี 2025 เพียงปีเดียว มูลค่าความเสียหายจากการแฮ็กและการฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับคริปโตทั่วโลกทะลุ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 57,792 ล้านบาท) โดยในจำนวนนี้เป็นความเสียหายจากการโกงล้วน ๆ ราว 1.37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 19,807.8 ล้านบาท)

เพกชิลด์ชี้ว่า ตัวเลขความเสียหายจากการโกงเพิ่มขึ้นราว 64% จากปีก่อนหน้า และแนวโน้มที่สำคัญคือรูปแบบกลโกงกำลังย้ายจาก ‘ฟิชชิง’ แบบหว่านแห มาสู่การหลอกแบบ ‘ปรับแต่งเฉพาะบุคคล’ คนร้ายจะเจาะจงหาเหยื่อที่มีสินทรัพย์สูงหรือมีประสบการณ์ลงทุน ใช้ทั้งโซเชียลมีเดีย แชตส่วนตัว และการโทรศัพท์เพื่อสร้างความไว้ใจแบบหลายชั้น จากนั้นค่อย ๆ ชักจูงให้เหยื่อโอนคริปโตไปยังกระเป๋าหรือแพลตฟอร์มที่ควบคุมโดยคนร้าย โรแมนซ์สแกมในโอไฮโอถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ‘กลโกงแบบปรับแต่งขั้นสูง’ นี้เช่นกัน

อัยการและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐเตือนว่า จุดแข็งของ *คริปโตเคอร์เรนซี* อย่างการโอนเงินรวดเร็ว ข้ามประเทศได้ง่าย กำลังกลายเป็นจุดที่อาชญากรใช้ประโยชน์ กระเป๋าเงินใหม่สร้างได้ด้วยที่อยู่ไม่กี่ตัวอักษร และหากเหรียญถูกส่งผ่านมิกเซอร์หรือแลกเปลี่ยนผ่านตลาดซื้อขายในต่างประเทศที่กำกับดูแลหลวม การติดตามจะยิ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ ‘ความรู้สึก’ และ ‘คริปโต’ กลายเป็นคู่ผสมที่อาจถูกใช้ในโรแมนซ์สแกมเวอร์ชันใหม่ ๆ ต่อไปในอนาคต

เพื่อรับมือกับภัยคุกคามนี้ อัยการโอไฮโอได้ออกแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนทั่วไป เริ่มจากการตรวจสอบภาพโปรไฟล์คู่สนทนาด้วยการ ‘ค้นหาภาพย้อนกลับ (reverse image search)’ เพื่อดูว่าเป็นภาพที่ถูกขโมยจากที่อื่นหรือไม่ หากอีกฝ่ายหลบเลี่ยงการวิดีโอคอลหรือปฏิเสธการพบเจอตัวจริงซ้ำ ๆ ควรยกระดับความระมัดระวังเป็นพิเศษ ที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามโอน *คริปโตเคอร์เรนซี* บัตรของขวัญ (gift card) หรือทำการโอนเงินผ่านระบบที่ดึงกลับได้ยากให้กับคนที่ไม่เคยพบตัวจริงเด็ดขาด

หากมีความเสียหายเกิดขึ้นแล้วหรือมีข้อสงสัยว่าอาจตกเป็นเหยื่อ เจ้าหน้าที่แนะนำให้เก็บหลักฐานทุกอย่างทั้งประวัติการแชตและธุรกรรมทางการเงินไว้ให้ครบ แล้วรีบแจ้งไปยังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตของ FBI (Internet Crime Complaint Center: IC3) ทันที สำหรับผู้สูงอายุจะมี “สายด่วนป้องกันการฉ้อโกงผู้สูงวัย” เปิดตลอดทุกวันเพื่อช่วยทั้งให้คำปรึกษาและพาเข้าสู่ขั้นตอนแจ้งความอย่างเป็นทางการ

หน่วยงานรัฐย้ำว่าหลังจากโอน *คริปโต* ออกจากกระเป๋าไปแล้ว ‘เวลา’ คือปัจจัยชี้ขาด หากสามารถระบุกระเป๋าเงินปลายทางได้ตั้งแต่ต้น ก็ยังมีโอกาสอายัดเหรียญในกลุ่ม *สเตเบิลคอยน์* ที่มีผู้ออกอย่างเทเธอร์(USDT) หรือบัญชีในบางกระดานเทรดได้ แต่ทันทีที่เหรียญถูกส่งต่อไปยังมิกเซอร์หรือเทรดผ่านเอ็กซ์เชนจ์ในประเทศที่กำกับดูแลหละหลวม โอกาสการกู้คืนก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว

คำเตือนที่ออกมาก่อนวันวาเลนไทน์ของปีนี้สะท้อนภาพว่า เมื่อ *ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี* ค่อย ๆ เข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลัก กลโกงทางการเงินที่อาศัย ‘ความรัก’ เป็นเหยื่อล่อก็จะยิ่งพัฒนาตามไปด้วย หากมีใครในโลกออนไลน์สัญญาผลตอบแทนสูงเกินจริงในเวลาอันสั้น หรือพยายามใช้ความใกล้ชิดทางอารมณ์มากดดันให้โอนเงินหรือโอน *คริปโต* ต้องเริ่มจากการตั้งข้อสงสัยก่อนว่า นั่นอาจไม่ใช่ ‘ความรัก’ แต่น่าจะเป็น ‘แผนฉ้อโกง’ ที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยลเพื่อเงินของคุณโดยเฉพาะ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1