สหรัฐฯ กำลังเห็นกระแสเงินไหลออกจากกองทุนอีทีเอฟ(ETF) ‘บิตคอยน์(BTC) แบบสปอต’ และ ‘อีเธอเรียม(ETH) แบบสปอต’ อย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 90 วันที่ผ่านมา โดยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วันของ ‘กระแสเงินสุทธิ (netflow)’ ส่วนใหญ่ติดลบ แสดงให้เห็นว่ากระแสเงินใหม่เข้าสินทรัพย์ทั้งสองผ่านช่องทาง ETF แทบหยุดลงแล้ว ‘ความคิดเห็น’ ภาพรวมนี้กำลังกลายเป็นสัญญาณเตือนว่าความร้อนแรงของกระแสลงทุนผ่าน ETF เริ่มเข้าสู่ช่วงพักตัวจริงจัง
ตามข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ออนเชน *กลาสโน드(Glassnode)* กระแสเงินสุทธิของอีทีเอฟบิตคอยน์และอีทีเอเรียมแบบสปอตในสหรัฐฯ เมื่อวัดด้วยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (30-day SMA) อยู่ในแดนลบต่อเนื่องหลายเดือน ซึ่งหมายถึง ‘เงินไหลออกสุทธิ’ ทั้งที่ช่วงเปิดตัวแรกๆ เคยเห็นการไหลเข้าของเม็ดเงินอย่างแข็งแกร่ง แต่ตั้งแต่ปลายปี 2025 เป็นต้นมา หลังจากราคาปรับฐานอย่างแรง ทิศทางก็กลับด้านเป็นการไหลออกแทบตลอดช่วงเวลา
อีทีเอฟแบบสปอตถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเก็งกำไรตามราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ และ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ โดยไม่ต้องถือเหรียญจริง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) อนุมัติอีทีเอฟบิตคอยน์แบบสปอตครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม 2024 และตามด้วยอีทีเอฟอีเธอเรียมแบบสปอตในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน โครงสร้างของกองทุนคือ เมื่อมีนักลงทุนซื้อหน่วย ETF ผู้จัดการกองทุนจะต้องนำเงินไปซื้อคริปโตตามสัดส่วนจริงและนำไปเก็บไว้กับผู้รับฝากทรัพย์สิน (custodian) เพื่อรองรับหน่วยลงทุนดังกล่าว
ด้วยโมเดลนี้ นักลงทุนสายการเงินดั้งเดิมที่ไม่คุ้นเคยกับการสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัล การใช้เว็บเทรด หรือโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน ก็สามารถเข้าถึง ‘บิตคอยน์(BTC)’ และ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ได้ง่ายขึ้นมาก ในช่วงแรกของการอนุมัติ ETF ผลของการลด ‘กำแพงการเข้าตลาด’ นี้ ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าอีทีเอฟแบบสปอตจำนวนมหาศาล เสริมแรงซื้อให้ตลาดคริปโตโดยรวมอย่างชัดเจน
‘บิตคอยน์·อีเธอเรียม ETF’ ไหลออกต่อเนื่อง 3 เดือนติด
ข้อมูลจากกราฟที่กลาสโนดเผยแพร่ชี้ให้เห็นว่า อีทีเอฟบิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐฯ มีค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วันของกระแสเงินสุทธิอยู่ในโซนสีแดง (เงินไหลออก) เกือบตลอดช่วง 3 เดือนหลังที่ผ่านมา ยกเว้นช่วงสั้นๆ ในเดือนมกราคมปีนี้ที่ราคาบิตคอยน์ดีดตัวขึ้น ส่งผลให้มีเงินไหลเข้าบ้าง แต่ทิศทางหลักตลอดช่วงดังกล่าวยังคงเป็นการไหลออก
เบื้องหลังแนวโน้มนี้มาจาก ‘การปรับฐานราคา’ เป็นหลัก เมื่อบิตคอยน์ปรับตัวลงจากบริเวณใกล้จุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) นักลงทุนระยะสั้นจำนวนมากเริ่มทยอยขายทำกำไรผ่าน ETF กระแสลดความเสี่ยงในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมยิ่งซ้ำเติมให้เม็ดเงินไหลออกจากอีทีเอฟแบบสปอต ทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่สามารถทำหน้าที่เป็น ‘ช่องทางการซื้อขนาดใหญ่’ ได้เหมือนในช่วงกระทิงก่อนหน้า
ฝั่ง ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ก็มีภาพที่คล้ายกัน กลาสโนดระบุว่า อีทีเอฟอีเธอเรียมแบบสปอตในสหรัฐฯ ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 เคยมีเงินไหลเข้าสุทธิอย่างต่อเนื่องในช่วงแรก แต่พอเข้าสู่ไตรมาส 4 ปี 2025 กระแสก็กลับมาเป็นการไหลออกอย่างชัดเจน ปัจจัยสำคัญมาจากการปรับฐานของราคาอีเธอเรียม ประกอบกับความไม่แน่นอนด้านมาโครเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนจำนวนหนึ่งเลือกลดสัดส่วนการถือครองผ่าน ETF
ทั้ง ‘บิตคอยน์(BTC)’ และ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ต่างเผชิญการไหลออกของเงินทุนรุนแรงที่สุดในช่วงไตรมาส 4 ปี 2025 และแม้กระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สถานการณ์ก็ยังไม่สงบลง โดยกลาสโนดชี้ว่า ยอดเงินไหลออกสุทธิยังอยู่ในระดับที่ “มองเห็นได้ชัดเจน” กลาสโนดสรุปว่า “กระแสเงินสุทธิของอีทีเอฟบิตคอยน์และอีเธอเรียมแบบสปอตยังคงติดลบ ทำให้ยังไม่เห็นสัญญาณชัดเจนของ ‘ดีมานด์ใหม่’ ในช่วงเวลานี้”
ดีมานด์ ETF แผ่ว กดดันทั้งราคาและความเชื่อมั่น
การไหลออกจากอีทีเอฟแบบสปอตสร้างแรงกดดันต่อตลาดในสองมิติ อย่างแรกคือเชิงโครงสร้าง เมื่อมีคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้น ผู้จัดการกองทุนจำเป็นต้องขาย ‘สินทรัพย์อ้างอิง’ บางส่วนเพื่อนำเงินสดไปจ่ายคืนผู้ถือหน่วย หากกระแสเงินไหลออกยืดเยื้อ จะกลายเป็นแรงขายเพิ่มในตลาดสปอตของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และ ‘อีเธอเรียม(ETH)’
อีกด้านหนึ่ง ETF ถูกใช้เป็นเครื่องชี้วัดอุณหภูมิของเม็ดเงินจากสถาบันและนักลงทุนสายไฟแนนซ์ดั้งเดิมมาโดยตลอด เมื่อข้อมูลแสดงให้เห็นช่วงเวลา ‘เงินไหลออกสุทธิ’ ที่ยืดเยื้อ จึงมักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณของการอ่อนแรงด้านจิตวิทยาการลงทุน และอาจทำให้ผู้เล่นรายอื่นไม่มีความมั่นใจที่จะเข้าซื้อในขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่มองว่า ‘เงินไหลออกจาก ETF’ คือสัญญาณการกลับทิศระยะยาว นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่า ในรอบตลาดก่อนหน้านี้ก็เคยเห็นรูปแบบคล้ายกัน คือหลังจากราคาพุ่งแรงในช่วงตลาดกระทิง จะเกิดระยะพักตัวที่เงินไหลออกจากกองทุน แต่เมื่อราคาลงไปสร้างฐานใหม่แล้วค่อยกลับมาเห็นเม็ดเงินระยะยาวไหลเข้ารอบใหม่ ‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้มองสถานการณ์ปัจจุบันว่าเป็นเพียง “การปรับฐานเชิงเทคนิคและจิตวิทยา” มากกว่าจะเป็นการจบวัฏจักรของดีมานด์ ETF
บิตคอยน์เด้งสั้น แต่ ETF ยังไม่กลับมาเป็นโหมดซื้อ
ณ เวลาที่เขียน บิตคอยน์(BTC) ซื้อขายอยู่บริเวณ 69,200 ดอลลาร์ หรือราว 9.9977 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา การดีดกลับในระยะสั้นนี้ส่วนหนึ่งมาจากการมองว่าราคาปรับลงแรงเกินไป ประกอบกับแรงเก็งกำไรเข้ามาพยุงราคา แต่ในมุมของตลาด ETF ยังไม่เห็นการตอบสนองในเชิง “เชื่อว่าขาขึ้นรอบใหม่เริ่มแล้ว” อย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจัยชี้ขาดต่อไป คือ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ จะสามารถฟื้นตัวขึ้นสู่แนวโน้มที่น่าเชื่อถือได้เร็วแค่ไหน หากราคากลับสู่กราฟขาขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างมั่นคง ก็ยังมีโอกาสที่เม็ดเงินจากสถาบันและนักลงทุนดั้งเดิมจะไหลกลับเข้ามาผ่านกองทุน ETF แบบสปอตอีกครั้ง ตรงกันข้าม หากราคายังคงเหวี่ยงแรงอยู่ในกรอบแคบเป็นเวลานาน แนวโน้ม ‘เงินไหลออกสุทธิ’ ของ ETF ก็อาจยืดเยื้อและกดดันตลาดต่อไป
จากข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ ตลาดอีทีเอฟบิตคอยน์และอีเธอเรียมแบบสปอตในสหรัฐฯ กำลังถอยออกมาจากช่วงเวลาที่มีเงินไหลเข้าอย่างรุนแรงในปีที่ผ่านมา เข้าสู่เฟส ‘พักตัวและปรับฐาน’ มากขึ้น คำถามคือ เม็ดเงินระยะยาวที่เข้ามาผ่านอีทีเอฟในรอบก่อนจะกลับมาเริ่มสะสมอีกครั้งที่ระดับราคาใด และจังหวะดังกล่าวจะไปสอดคล้องกับ ‘จุดกลับทิศ’ ของทิศทางตลาดคริปโตโดยรวมเมื่อไร ซึ่งกำลังจะกลายเป็นจุดโฟกัสหลักของนักลงทุนในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0