โปรโตคอลดิไฟ(DeFi) สินทรัพย์โลกจริง ‘만트라(Mantra)’ กำลังพยายามกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งด้วยการเปลี่ยน ‘โทเคน’ ครั้งใหญ่ หลังโทเคนเดิม ‘OM’ เคยร่วงกว่า 90% ภายในไม่กี่นาทีเมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดราคา OM พุ่งขึ้นกว่า 33% ในหนึ่งวันทันทีที่กระดานเทรดระดับโลก 엠이엑스씨(MEXC) ประกาศรองรับการสวอปโทเคน ส่งผลให้ตลาดหันกลับมาจับตา *Mantra* อีกครั้ง
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) สื่อดิไฟ *디파이언트* รายงานว่า กระดานเทรด 엠이엑스씨ประกาศสนับสนุนการสวอปโทเคนจาก OM ไปเป็นโทเคนใหม่ ‘MANTRA’ โดยนักลงทุนที่ฝาก OM ไว้ในกระดาน จะได้รับการแปลงเป็น MANTRA ในอัตรา ‘1 ต่อ 4’ ข่าวดังกล่าวช่วยดันมูลค่าตลาดของ OM จากราว 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 795 ล้านบาท) ขึ้นมาแถว 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 1,040 ล้านบาท)
ด้านราคา OM แม้จะดีดกลับระยะสั้นถึง 33% แต่ยังอยู่ห่างไกลจากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ทำไว้ช่วงกุมภาพันธ์ 2025 ที่ระดับ 8.5 ดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 12,280 บาท) ปัจจุบันราคาเพียงราว 0.06 ดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 87 บาท) ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดเกือบ 99% สะท้อนว่าความเสียหายจากการร่วงแบบ ‘ดิ่งหัว’ เมื่อปีที่แล้วยังฟื้นกลับมาได้ไม่มากนัก
‘การฟื้นโครงสร้างหลังการร่วง’ ต่อด้วยการรีแบรนด์โทเคนเต็มรูปแบบ
การเปลี่ยนโทเคนของ *Mantra* รอบนี้ไม่ได้เป็นแค่การรีดีไซน์เชิงการตลาด แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับการปรับโครงสร้างทั้งโปรเจกต์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา *Mantra* เพิ่งประกาศแผนปลดพนักงานจำนวนมากและปรับองค์กรมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยลดทีมพัฒนาและปฏิบัติการ หันมาโฟกัสที่ ‘การโทเคนไนซ์สินทรัพย์โลกจริง(RWA)’ และการจับมือกับสถาบันการเงินเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม มุมมองของตลาดต่อ *Mantra* ยังไม่อุ่นขึ้นเท่าไร สาเหตุสำคัญมาจาก ‘เหตุการณ์ OM ร่วงฟลาสแครช’ เมื่อปีที่แล้ว ที่ราคาโทเคนร่วงเกิน 90% ภายในเวลาไม่กี่นาที กวาดมูลค่าตลาดหายไปราว 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7.2 ล้านล้านวอน เหตุการณ์นั้นทิ้งรอยแผลลึกด้านความเชื่อมั่น แม้หลังจากนั้นจะมีรอบเด้งสั้น ๆ ตามมาหลายครั้ง แต่ราคาก็กลับร่วงซ้ำ ทำให้ภาพจำเชิงลบฝังแน่นในหมู่นักลงทุน
สำหรับการรีแบรนด์โทเคน OM→MANTRA รอบนี้ เสียงในตลาดจึงแบ่งออกเป็นสองด้าน ด้านหนึ่งมองว่าเป็นเพียงความพยายาม ‘ล้างภาพลบ’ ของโทเคนเดิม แต่อีกด้านก็เห็นว่าหากควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างธุรกิจจริงจัง ก็อาจเป็นโอกาสแก้เกมระยะยาวได้ *ความคิดเห็น* ปัจจัยบวกในระยะสั้นคือการได้ ‘สภาพคล่อง’ ผ่านการสนับสนุนจากกระดานเทรดแบบศูนย์กลาง(CEX) อย่าง 엠이엑스씨 แต่หากไม่มีผลงานชัดเจนในธุรกิจโทเคนไนซ์สินทรัพย์โลกจริง และโมเดลสร้างรายได้ออนเชนที่ยั่งยืน วงจรอาจจบลงแค่ ‘รอบเก็งกำไร’ อีกครั้ง
โทเคนใหม่ไม่ใช่ทางลัด: บทเรียนจาก 폴리곤(MATIC) และ 팬텀(FTM)
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ตลาดระมัดระวังต่อแผนของ *Mantra* คือบทเรียนจากโปรเจกต์ใหญ่ที่เคย ‘เปลี่ยนโทเคน + รีแบรนด์’ มาแล้วในช่วงไม่กี่ปีนี้ แต่ผลลัพธ์ด้านราคากลับไม่หวือหวาตามที่หวัง ตัวอย่างสำคัญคือ 폴리곤(MATIC) และ 팬텀(FTM)
ฝั่ง 폴리곤 เดิมใช้โทเคน ‘폴리곤(MATIC)’ ก่อนจะเดินหน้าปรับโครงสร้างด้านการกำกับดูแล(governance) และการสเตก(staking) แล้วผลักดันโทเคนใหม่ ‘POL’ เข้ามาแทน สมัยพีกสุดในเดือนธันวาคม 2021 โทเคน MATIC มีมูลค่าตลาดแบบ Fully Diluted Valuation(FDV) สูงถึง 29,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 42.1 ล้านล้านวอน) แต่ตอนนี้ POL มี FDV อยู่ราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 1.445 ล้านล้านวอน) เท่านั้น แม้เครือข่ายยังมีการใช้งานต่อเนื่อง ทว่ามูลค่าโทเคนก็ยังห่างไกลยุครุ่งเรือง
ในฝั่งเลเยอร์1 팬텀 ก็ประกาศเดินเกมคล้ายกันเมื่อปีที่แล้ว เปิดตัวเครือข่ายใหม่ชื่อ ‘소닉(Sonic)’ พร้อมย้ายศูนย์ถ่วงไปยัง ‘S 토큰’ ช่วงธันวาคม 2021 มูลค่า FDV ของ FTM เคยพุ่งถึงประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ราว 15.8 ล้านล้านวอน) แต่ปัจจุบัน FDV ของโทเคน S อยู่เพียงราว 171 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 2,471 พันล้านวอน) แม้จะอัปเกรดประสิทธิภาพเครือข่ายและปรับแบรนด์ครั้งใหญ่ แต่การเปลี่ยนโทเคนเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่สามารถดึงกลับไปสู่ระดับตลาดกระทิงเดิมได้
ภายใต้ตัวอย่างเหล่านี้ การย้ายจาก OM ไป MANTRA ของ *Mantra* จึงถูกมองในกรอบเดียวกัน คนในอุตสาหกรรมจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า ‘ต่อให้เปลี่ยนโทเคน พื้นฐานของโปรเจกต์ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเอง’ *คำสำคัญ* สุดท้ายแล้ว สิ่งที่จะตัดสินทิศทางระยะยาวคือการรีดีไซน์โทเคนอีโคโนมิกส์, ความสามารถในการสร้างรายได้จริงบนบล็อกเชน, ความพร้อมด้านการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และศักยภาพในการรวบรวมสินทรัพย์โลกจริง(RWA) เข้ามาโทเคนไนซ์
เด้งสั้นหรือจุดเริ่มใหม่? ‘บททดสอบความเชื่อมั่น’ ของ Mantra
การดีดตัว 33% ของ OM และการปรับขึ้นของมูลค่าตลาดล่าสุด นับเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยให้ *Mantra* มีเวลา ‘หายใจ’ มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ 엠이엑스씨 ประกาศรองรับการสวอปอย่างเป็นทางการ ประเด็นนี้ยังอาจเปิดโอกาสให้กระดานเทรดรายอื่นตัดสินใจเข้าร่วมตามมาได้ หากกระแส *โทเคนไนซ์สินทรัพย์โลกจริง(RWA)* ในดิไฟกลับมาคึกคักอีกครั้ง MANTRA ก็มีโอกาสถูกใช้เป็นเครื่องมือเก็งกำไรเชิงธีม หรือ ‘เบต้าเพลย์’ ของเซกเตอร์นี้
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความทรงจำจาก ‘การพังทลายแบบสุดขั้ว’ ของราคา OM และการปรับองค์กรซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้หลายฝ่ายมองว่าการย้ายโทเคนรอบนี้ อาจเป็น ‘สนามสอบครั้งสุดท้าย’ ของ *Mantra* ในสายตานักลงทุน ความจริงที่ต้องยอมรับคือ โทเคนที่ผ่านความผันผวนรุนแรงมาหลายระลอก มักถูกติดป้ายว่าเป็น ‘สินทรัพย์เสี่ยงสูง’ และภาพลักษณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลบล้าง
ท้ายที่สุด การเปลี่ยนโทเคนและการรีแบรนด์อาจช่วยหนุนราคาในระยะสั้น แต่การฟื้นความเชื่อมั่นในระยะกลางถึงยาวจะต้องมี ‘ดีมานด์บนเชนจริง’ การใช้งานโปรโตคอล, พาร์ทเนอร์เชิงสถาบัน และโครงสร้างที่เป็นมิตรกับกฎระเบียบมารองรับอย่างเป็นรูปธรรม กรณีของ 폴리곤 และ 팬텀 แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ‘การย้ายโทเคน’ อาจเป็นเพียง ‘เงื่อนไขจำเป็น’ แต่ไม่ใช่ ‘เงื่อนไขเพียงพอ’ นักลงทุนจึงกำลังจับตาดูว่า *Mantra* จะใช้รอบรีเซ็ตครั้งนี้พิสูจน์ตนเองในฐานะโปรโตคอลดิไฟสายสินทรัพย์โลกจริงได้หรือไม่ และจะสามารถแปลงความคาดหวังรอบใหม่ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้จริงแค่ไหน
ความคิดเห็น 0