สหรัฐฯ – โบรกเกอร์คริปโตยักษ์ใหญ่อย่าง โคอินเบส(COIN) เจอปัญหาระบบล่มก่อนประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 เพียงไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้ผู้ใช้บางส่วนไม่สามารถ ‘ซื้อขาย’ หรือ ‘โอนเหรียญคริปโต’ ได้ชั่วคราว สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุน และกดดันราคาหุ้นโคอินเบส(COIN) ให้ร่วงลงทันที
โคอินเบส(COIN) ‘ซื้อขาย–โอนเหรียญ’ สะดุด ยัน “เงินลูกค้ายังปลอดภัย”
เมื่อวันพุธ (เวลาท้องถิ่น) โคอินเบส(COIN) ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าลูกค้าบางส่วนกำลังเผชิญปัญหาไม่สามารถทำคำสั่งซื้อขายให้เสร็จสิ้นได้ โดยระบุว่ากำลังตรวจสอบสาเหตุ พร้อมย้ำว่าทรัพย์สินของลูกค้าทั้งหมด ‘ถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัย’
หลังจากนั้นไม่นาน บัญชีฝ่ายบริการลูกค้าของโคอินเบส(COIN) ระบุว่าได้ปล่อยแพตช์แก้ไขชั่วคราว และกำลัง ‘เฝ้าดูสถานะระบบแบบเรียลไทม์’ เพื่อประเมินว่าบริการกลับมาเป็นปกติหรือยัง อย่างไรก็ตาม โคอินเบส(COIN) ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดด้านเทคนิคหรือสาเหตุที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านความปลอดภัย ระบบรองรับปริมาณธุรกรรมไม่ไหว หรือข้อผิดพลาดจากการเชื่อมต่อกับบริการภายนอก ทำให้ความสงสัยของตลาดยังไม่ถูกเคลียร์เต็มที่
‘ความคิดเห็น’ เหตุขัดข้องแบบไม่แจ้งล่วงหน้าในจังหวะตลาดอ่อนไหว มักถูกตีความเป็น “ธงแดงด้านระบบ” เพราะนักลงทุนสถาบันให้ความสำคัญกับเสถียรภาพและความโปร่งใสของโครงสร้างพื้นฐานเป็นอันดับต้นๆ
หุ้นโคอินเบส(COIN) ดิ่ง 8% ลงมาบริเวณ 140 ดอลลาร์
กระแสกังวลจาก ‘เหตุระบบล่ม’ รวมกับความระแวงต่อผลประกอบการไตรมาส 4 ทำให้ราคาหุ้นโคอินเบส(COIN) แกว่งแรงในวันพุธ โดยระหว่างการซื้อขาย ราคาหุ้นรูดลงมาบริเวณ 140 ดอลลาร์ต่อหุ้น ลดลงราว 8% ภายในไม่กี่ชั่วโมง เข้าสู่โหมด ‘ผันผวนสูง’ ก่อนประกาศงบไตรมาสสำคัญ
ข้อมูลกราฟรายวันสะท้อนให้เห็นว่า มาร์เก็ตแคปและมูลค่าประเมินของโคอินเบส(COIN) เริ่มหักหัวลงอย่างชัดเจน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ราคาหุ้นได้ ‘รับแรงหนุน’ จากการดีดตัวของราคาบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) มาตลอดปีที่ผ่านมา
ตอนนี้คำถามในตลาดคือ การย่อตัวครั้งนี้จะเป็นเพียง ‘อีเวนต์สั้นๆ’ ที่นักลงทุนลืมในไม่ช้า หรือจะกลายเป็น ‘สัญญาณกลับตัว’ ของแนวโน้มระยะกลาง–ยาว ของโคอินเบส(COIN)
โมเนส คราสปี หั่นโคอินเบสจาก ‘ซื้อ’ เป็น ‘ขาย’ แบบข้ามขั้น
ก่อนหน้าการประกาศงบเพียงไม่นาน สถาบันวิจัย โมเนส คราสปี ปรับมุมมองต่อโคอินเบส(COIN) แบบแรงๆ จากคำแนะนำ ‘ซื้อ’ ลงมาเป็น ‘ขาย’ ในทีเดียว 2 ขั้น สะท้อนภาพว่ามุมมองต่อ ‘อนาคตธุรกิจและกำไร’ เปลี่ยนไปในทิศทางลบ ไม่ใช่แค่การขยับราคาเป้าหมายเล็กน้อย
กัส กาลลา นักวิเคราะห์ของสถาบัน ระบุว่ากรอบคาดการณ์เดิมที่เชื่อว่าโคอินเบส(COIN) จะค่อยๆ ฟื้นตัวได้จนถึงปี 2026 นั้น “เมื่อมองย้อนกลับไปถือว่าเป็นมุมมองที่ ‘ไร้เดียงสา’” โดยเขาอ้างอิงประวัติศาสตร์ตลาดหมีคริปโตว่า มักลากยาวและเจ็บลึกกว่าที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดเสมอ ทำให้รอบนี้ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็น ‘ช่วงปรับฐานที่ยาวนานกว่าที่คิด’ เช่นกัน
โมเนส คราสปี ยังปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 2026–2027 ของโคอินเบส(COIN) ลงมาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยคาดการณ์ของวอลล์สตรีท พร้อมตั้งราคาเป้าหมายใหม่ที่ 120 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งต่ำกว่าระดับราคาในปัจจุบัน พร้อมทิ้งน้ำหนักว่า ระดับราคาที่ต่ำลงในอนาคตอาจเป็น ‘จุดเข้าซื้อที่น่าสนใจมากกว่า’
ปัจจัยสำคัญที่ใช้ประเมิน ได้แก่ แนวโน้มรายได้ของโคอินเบส(COIN) หลังผ่านรอบ ‘ฮาล์ฟวิ่งบิตคอยน์(BTC)’ สภาพแวดล้อมด้านกำกับดูแลในสหรัฐฯ และศักยภาพการเติบโตของธุรกิจนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมเทรด เช่น สเตกกิ้งและบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลให้สถาบัน
โคอินเบส(COIN) แบกรับ 3 แรงกดดันใหญ่: ระบบ, กำกับดูแล, ผลประกอบการ
เหตุขัดข้องรอบนี้ ทำให้ความสามารถของโคอินเบส(COIN) ในการบริหาร ‘ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและปฏิบัติการ’ ถูกตั้งคำถามอีกครั้ง โดยเฉพาะในมุมของเทรดเดอร์และนักลงทุนระยะยาว ที่ให้ความสำคัญกับ ‘เสถียรภาพการเชื่อมต่อ’ และ ‘ความปลอดภัยของสินทรัพย์’ เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของความเชื่อมั่นต่อแพลตฟอร์ม
ขณะเดียวกัน ความไม่ชัดเจนด้าน ‘กฎระเบียบคริปโตในสหรัฐฯ’ บวกกับความผันผวนเฉพาะตัวของวัฏจักรตลาดคริปโต และความเสี่ยงที่อัตราการเติบโตของรายได้จะชะลอลง กำลังกดดันโคอินเบส(COIN) พร้อมกันในหลายทิศทาง จนกลายเป็น ‘โจทย์ใหญ่ที่แก้ไม่ง่ายในระยะสั้น’
ในการประกาศผลประกอบการรอบนี้ ตลาดจับตาเป็นพิเศษทั้ง
- รายได้ค่าธรรมเนียมซื้อขาย
- สัดส่วนลูกค้าสถาบันที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง
- แนวโน้มรายได้จากบริการอื่นๆ เช่น การสเตกกิ้งและการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล
- รวมถึงสัญญาณเชิงนโยบายของผู้บริหารต่อความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
‘อนาคตความเชื่อมั่น’ ต่อโคอินเบส(COIN) จะขึ้นอยู่กับว่า บริษัทจะอธิบายเหตุการณ์นี้อย่างโปร่งใสแค่ไหน วางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอย่างไร และผลประกอบการไตรมาส 4 จะออกมาแข็งแรงพอที่จะลบภาพลบในระยะสั้นได้หรือไม่
‘ความคิดเห็น’ หากโคอินเบส(COIN) รับมือวิกฤตเล็กๆ ครั้งนี้ได้ดี ทั้งด้านการสื่อสารและการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐาน อาจพลิกมาเป็น ‘จุดบวก’ ในการแข่งขันสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวในหมู่กระดานเทรดคริปโตทั่วโลก แต่หากปล่อยให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำโดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน ความเสียหายด้านภาพลักษณ์อาจลุกลามเกินกว่าที่ตัวเลขงบการเงินจะชดเชยได้ง่ายๆ
ความคิดเห็น 0