Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) แกว่งตัวในกรอบ 60,000–68,000 ดอลลาร์ แรงชอร์ตหนาแน่นลุ้นชอร์ตสควีซรอบใหญ่

ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ยังคงเหวี่ยงแรงและถูกกดกลับลงมาอยู่ใน ‘โซนความต้องการ’ อีกครั้ง แม้จะมีแรงดีดตัวระยะสั้น แต่สัญญาณยืนยันการกลับตัวของเทรนด์ยังไม่ชัด ทำให้มุมมองส่วนใหญ่ยังมองเป็นช่วง ‘แกว่งตัวในกรอบ’ พร้อมการรีบาวด์แบบจำกัด มากกว่าจะเป็นรอบขาขึ้นใหม่อย่างเต็มตัว

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) จากข้อมูลตลาดสปอตและอนุพันธ์ บิตคอยน์(BTC) บนกราฟวันยังไม่สามารถยืนเหนือแนวโน้มกลางของช่องขาลงบริเวณ 68,000 ดอลลาร์ได้ ระหว่างทางราคาเคยพยายามเบรกขึ้นหลายครั้งแต่ถูกขายทุบลงมาซ้ำ ๆ สะท้อนว่า ‘แรงขาย’ ยังคงทำงาน และโครงสร้างภาพใหญ่ยังโน้มเอียงไปทางอ่อนตัว

ในจังหวะร่วงแรงรอบล่าสุด ราคาไหลลงไปทดสอบโซนความต้องการหลักช่วงต้น 60,000 ดอลลาร์ ก่อนจะมีแรง ‘รับซื้อ’ กลับเข้ามา ทำให้เกิดการเด้งฟื้นแบบจำกัด แต่ยังไม่เห็นการตามน้ำของเม็ดเงินใหม่มากพอที่จะผลักให้เทรนด์กลับเป็นขาขึ้น ราคาจึงเลือกเดินเกมแบบ ‘ไซด์เวย์’ อยู่ใต้เส้นกลางของช่องขาลงเหมือนเป็นช่วงพักหายใจ

ตราบใดที่โครงสร้างนี้ยังไม่ถูกเปลี่ยน การรีบาวด์ขึ้นด้านบนจะถูกมองเป็นเพียง ‘การดีดตัวระหว่างพักฐาน’ ไม่ใช่การกลับตัวอย่างแท้จริง ตลาดจึงให้ความสำคัญกับกรอบ 60,000 ดอลลาร์ฝั่งล่างในฐานะ ‘โซนความต้องการ’ และ 68,000 ดอลลาร์ฝั่งบนในฐานะ ‘แนวต้านเชิงไดนามิก’ โดยมีโอกาสสูงที่ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบนี้ไปก่อน จนกว่าจะมี ‘การหลุดกรอบอย่างเด็ดขาด’ ไปด้านใดด้านหนึ่ง

หากคิดเป็นเงินสกุลวอนเกาหลี ระดับ 60,000 ดอลลาร์อยู่ราว 85,194,000 วอน และ 68,000 ดอลลาร์อยู่ราว 96,553,200 วอน (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ = 1,419.90 วอน)

มองในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง ‘บิตคอยน์(BTC)’ เพิ่งหลุดลงมาจากโครงสร้างรูปแบบ ‘สามเหลี่ยมสมมาตร’ ทางด้านล่าง ทำให้ภาพระยะสั้นเทไปทางฝั่งขายอย่างชัดเจน เดิมทีราคาเคลื่อนไหวในช่วงที่ความผันผวนหดตัว แต่เมื่อหลุดกรอบลงมา แรงโมเมนตัมฝั่งลงก็เร่งตัว และสร้างรูปแบบ ‘ทำโลว์ต่ำลงเรื่อย ๆ’ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าฝั่งหมีได้เปรียบ

อย่างไรก็ตาม การร่วงลงมาถูกเบรกไว้แถว ๆ 62,000 ดอลลาร์ ทำให้แรงขายเริ่มผ่อนลง จากจุดนั้นมีแรงซื้อรอรับเข้ามา พยุงราคาและดันให้เกิดการเด้งเชิงเทคนิคกลับขึ้นไป ในเชิงโครงสร้าง ยังมีโอกาสที่ราคาจะยกตัวกลับขึ้นไป ‘รีเทสต์’ บริเวณเส้นล่างของสามเหลี่ยมเดิม ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นแนวรับมาก่อน แต่ตอนนี้เปลี่ยนสถานะเป็นแนวต้าน

‘ประเด็นสำคัญ’ คือการรีเทสต์ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร ถ้าบิตคอยน์(BTC) สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นแนวโน้มที่หลุดลงมา และสร้างฐานราคาใหม่ได้อย่างชัดเจน การเด้งขึ้นครั้งนี้อาจขยายตัวกลายเป็นการฟื้นตัวที่มีน้ำหนักมากขึ้น แต่ถ้าราคาไม่ผ่านและถูกกดลงซ้ำ การรีบาวด์ก็จะถูกตีความเป็นเพียงการดีดตัวสั้น ๆ ก่อนลงต่อ

ในกรณีที่แรงขายกลับมารุนแรงอีกครั้ง โซน 60,000–62,000 ดอลลาร์จะกลายเป็น ‘แนวรับคลัสเตอร์สำคัญ’ ของเทรนด์ระยะสั้น ซึ่งตลาดจะจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าระดับนี้จะเอาอยู่หรือไม่ เพราะหากรับไม่อยู่ โครงสร้างอ่อนตัวอาจขยายวงกว้างขึ้นไปอีก

ด้าน ‘ตัวชี้วัดด้านจิตวิทยา’ ในตลาดอนุพันธ์ หลังการร่วงแรงรอบล่าสุด ค่า Funding Rate ของสัญญาฟิวเจอร์สตามกระดานเทรดหลัก ๆ ได้พลิกเป็นลบ แปลว่าฝั่ง ‘ชอร์ต’ หรือฝั่งที่เดิมพันขาลงเริ่มมีน้ำหนักมากกว่า และบรรยากาศโดยรวมเริ่มระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ราคาไหลลงมาแตะเขต 60,000 ดอลลาร์ ค่า Funding ที่ติดลบเพิ่มขึ้นบ่งชี้ว่า การเก็งกำไรฝั่งลงได้ถูกเติมเข้ามาอย่างจริงจัง

จากสถิติในอดีต การที่ Funding ติดลบต่อเนื่องไปสักระยะ ในขณะที่ราคายังทรงตัวอยู่เหนือโซนรับสำคัญ มักสร้างเงื่อนไขให้เกิด ‘ชอร์ตสควีซ’ หรือการบีบปิดสถานะชอร์ตจนราคาดีดแรงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ระดับ Funding ปัจจุบันยังไม่จัดว่าติดลบแบบ ‘สุดขั้ว’ แต่ใกล้เคียงกับภาวะ ‘ติดลบในระดับปานกลาง’ มากกว่า แสดงว่าแม้บรรยากาศจะเริ่มเปลี่ยนไปทางลบ แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ตลาดแตกตื่นเทขายหรือเข้าสู่โหมดตื่นตระหนกเต็มตัว

สุดท้ายแล้ว ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ น่าจะถูกกำหนดจากสองปัจจัยผสมกัน คือ หนึ่ง ราคาจะยืนเหนือโซนแนวรับหลักอย่าง 60,000 ดอลลาร์ได้นานแค่ไหน และสอง การเทน้ำหนักไปฝั่งชอร์ตในตลาดอนุพันธ์จะมากขึ้นอีกเพียงใด ถ้าบิตคอยน์(BTC) สามารถทรงตัวเหนือ 60,000 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง สถานะชอร์ตจำนวนมากอาจกลายเป็นเชื้อเพลิงของการดีดตัวกลับ แต่ถ้าแรงขายบีบให้ราคาหลุดลงลึกกว่าเดิม Funding Rate มีโอกาสดำดิ่งติดลบมากขึ้น และหนุนให้แนวโน้มอ่อนตัวเดินหน้าต่อ

‘ความคิดเห็น’ ภาพรวมตอนนี้บิตคอยน์(BTC) กำลังเคลื่อนไหวในโซนกลาง ระหว่างแนวต้านหลักด้านบนกับแนวรับสำคัญด้านล่าง การชักเย่อระหว่างโครงสร้างราคาของตลาดสปอต กับจิตวิทยาในตลาดอนุพันธ์ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการ ‘เบรกกรอบ’ ครั้งถัดไป ว่าจะเปิดทางไปสู่รอบฟื้นตัวที่ลึกขึ้น หรือขยายขาลงให้ลากยาวต่อไปอีกระยะ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1