เมื่อเร็วๆ นี้ ตลาดสกุลเงินดิจิทัลกำลังเผชิญกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางนโยบาย ทำให้มีการปรับตัวของ ‘ริสก์พรีเมี่ยม’ ในอัตราที่รวดเร็ว ตามรายงานของ เอเอ็มแมเนจเมนท์ เหตุผลหลักมาจากประเด็นการฟ้องร้องที่เกี่ยวกับ เจน สตรีท ซึ่งทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงกลยุทธ์การเทรดขององค์กรที่ส่งผลต่อโครงสร้างตลาดคริปโต สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของ ‘สภาพคล่องของสถาบัน’ ต่อการเคลื่อนไหวในตลาด และเตือนให้ผู้เข้าร่วมตลาดตระหนักถึงสถานการณ์
ขณะเดียวกันความตึงเครียดด้านการทหารในตะวันออกกลางและข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดของอิหร่านเต็มไปด้วยแรงกดดันยกสูงราคาน้ำมัน สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อและเส้นทางการขึ้นดอกเบี้ย ในขณะเดียวกัน การพิจารณานโยบายภาษีของ ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็เสริมสร้างความไม่แน่นอนทางนโยบายเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นโลกไม่มีทิศทางที่ชัดเจนและมีการเคลื่อนไหวที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม บิตคอยน์(BTC) ยังคงรักษาอันดับที่ 11 ในการจัดอันดับมูลค่าตลาดสินทรัพย์โลก ยกเว้นทองคำและเงิน
ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่ามีความเป็นไปได้ถึง 95% ที่จะยังคงอัตราดอกเบี้ยตายตัวจากการประชุม FOMC ในเดือนมีนาคม เนื่องจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่ง ประกอบกับคำแถลงการณ์ที่รอบคอบจากเจ้าหน้าที่ FED แม้ว่ามีการยืนยันการไหลเข้าจากกลุ่มสถาบันประมาณ 787.3 ล้านดอลลาร์ อันเป็นผลจากการสิ้นสุดการไหลออกติดต่อกันถึง 5 สัปดาห์ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์เชิงโครงสร้างในทันที
สำหรับมูลค่าตลาดทั้งหมดของสกุลเงินดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็น 2.27 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.18% จากสัปดาห์ก่อน โดยเทเธอร์(USDT) ครองตลาดอยู่ที่ 8.16% การเคลื่อนไหวดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า หากบิตคอยน์ตัดตลาดในช่องปัจจุบัน อาจจะมีการฟื้นตัวขึ้นเป็นระลอก สรุปได้ว่า ขณะนี้ตลาดกำลังอยู่ในช่วงระหว่างการประเมินว่าจะสามารถรักษาริสก์พรีเมี่ยมได้ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางนโยบายที่ยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่
ความคิดเห็น 0