Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เคิร์ฟไฟแนนซ์ปะทะแพนเค้กสวอป ปมโค้ด StableSwap จุดชนวนดีเบตเรื่องไลเซนส์ซอฟต์แวร์ในตลาดดีไฟ

เคิร์ฟไฟแนนซ์(Curve Finance) ออกโรงวิจารณ์ แพนเค้กสวอป(CAKE) ว่านำโค้ดของตนไปใช้ในฟีเจอร์ ‘StableSwap’ โดยไม่ได้รับอนุญาต ท่ามกลางการแข่งขันด้านสภาพคล่องสเตเบิลคอยน์ในตลาดดีไฟ(DeFi) ที่ร้อนแรงขึ้น ทำให้ประเด็นเรื่องการออกแบบ ‘AMM แบบ StableSwap’ และการเคารพไลเซนส์ซอฟต์แวร์ถูกจับตามองมากขึ้น

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (เวลาท้องถิ่น) เคิร์ฟโพสต์แถลงผ่าน X (เดิม ทวิตเตอร์) ระบุว่าแพนเค้กสวอปนำโค้ดที่มีสถานะเป็น ‘โปรไพรเอทารี’ ไปใช้โดยไม่มีการขออนุญาตอย่างเหมาะสม ซึ่งเข้าข่ายละเมิดไลเซนส์ของซอฟต์แวร์ พร้อมเตือนว่าการเพิกเฉยต่อเงื่อนไขไลเซนส์อาจสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายให้แพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องในระยะยาว ‘ความคิดเห็น’ ประเด็นนี้สะท้อนว่าตลาดดีไฟเริ่มจริงจังกับขอบเขตการใช้โค้ดโอเพนซอร์สมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแข่งกันเรื่องผลตอบแทนหรือสภาพคล่องอย่างเดียว

ด้านแพนเค้กสวอปออกมาชี้แจงว่า ได้ติดต่อเคิร์ฟแบบไม่เปิดเผยก่อนแล้วเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว แสดงท่าทีต้องการหาทางออกผ่านการพูดคุยโดยตรงระหว่างทั้งสองทีม มากกว่าจะปล่อยให้เป็นดราม่าสาธารณะบนโซเชียล

หลังจากนั้นทีมเคิร์ฟก็อ่อนน้ำเสียงลงเช่นกัน โดยโพสต์เพิ่มเติมเชิญชวนให้ทั้งสองโปรเจกต์ “มาเป็นเพื่อนกันแล้ว ‘buidl’ ไปด้วยกัน” บ่งชี้ว่าฝั่งเคิร์ฟเองก็ไม่ต้องการให้ข้อพิพาท ‘StableSwap’ ลุกลามเป็นศึกยืดเยื้อ แต่เลือกให้ความสำคัญกับการหาจุดร่วมในเชิงเทคนิคและธุรกิจมากกว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็น ‘ละเมิดไลเซนส์หรือไม่’ ยังไม่จบง่าย เพราะต้องพิจารณาทั้ง ‘ความใกล้เคียงของโค้ดและดีไซน์ทางคณิตศาสตร์’ ควบคู่กับการตีความเงื่อนไขไลเซนส์ หากสุดท้ายมีการทำข้อตกลงหรือออกแนวปฏิบัติร่วมกัน ก็อาจกลายเป็น ‘บรรทัดฐานใหม่’ ให้โปรเจกต์ดีไฟอื่นต้องอ้างอิงในอนาคต

ในมุมกว้าง เหตุการณ์นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสงครามแบรนด์ระหว่างเคิร์ฟไฟแนนซ์(Curve Finance) และแพนเค้กสวอป(CAKE) เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงคำถามสำคัญว่า โค้ดแกนกลางของ AMM และไลเซนส์ซอฟต์แวร์ควรถูกเคารพอย่างไรในโลกที่คุ้นชินกับ ‘โอเพนซอร์ส’ การกำหนดเส้นแบ่งว่าอะไรคือการรีมิกซ์ที่ยอมรับได้ และอะไรคือการคัดลอกที่เกินขอบเขตไลเซนส์ จึงเริ่มกลายเป็นประเด็นหลักของดีไฟยุคใหม่

‘ความคิดเห็น’ หากศึกนี้จบลงด้วยการประนีประนอม เช่น การระบุเครดิตหรือการปรับเงื่อนไขการใช้งาน ก็อาจช่วยลดความตึงเครียดระหว่าง “วัฒนธรรมโอเพนซอร์ส” กับ “การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา” ลงได้บ้าง แต่หากไม่มีข้อสรุปชัดเจน ก็มีโอกาสที่ประเด็นลักษณะเดียวกันจะปะทุซ้ำในโปรเจกต์อื่น โดยเฉพาะในกลุ่มโปรโตคอลสเตเบิลคอยน์ที่ใช้โมเดล ‘StableSwap’ คล้ายกันจำนวนมากในปัจจุบัน

‘StableSwap’ ของแพนเค้กสวอป เน้นสเตเบิลคอยน์สวอป–สลิปเพจน้อย ค่าธรรมเนียมไดนามิก

แพนเค้กสวอปเป็นดีเซนทรัลไลซ์เอ็กซ์เชนจ์(DEX) แบบมัลติเชน ที่ให้บริการทั้งการแลกเปลี่ยนโทเคน การให้สภาพคล่อง ฟาร์มผลตอบแทน มาร์เก็ตฟิวเจอร์สแบบไร้วันหมดอายุ (perpetual) และตลาดทายผล โดยล่าสุดได้เปิดตัวฟีเจอร์ ‘StableSwap’ บนแพลตฟอร์ม ‘Infinity’ เพื่อเจาะตลาดการเทรดคู่สเตเบิลคอยน์โดยเฉพาะ

จุดขายหลักของ StableSwap บนแพนเค้กสวอป คือ ‘สลิปเพจต่ำมาก’ และโครงสร้าง ‘ค่าธรรมเนียมแบบไดนามิก’ ที่ปรับตามสภาพตลาด แนวคิดคือ สเตเบิลคอยน์ส่วนใหญ่ถูกตรึงใกล้ระดับ 1 ดอลลาร์ ดังนั้น ทรานแซกชันที่ดีควรลด “ราคาไถล” จากจุดที่ผู้ใช้คาดหวังให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมกับให้รางวัลแก่ผู้ให้สภาพคล่องที่เข้ามาช่วยรักษาเสถียรภาพของพูล

ในการเทรดสเตเบิลคอยน์ แม้ราคาแทบไม่ผันผวน แต่สลิปเพจเล็กน้อยและค่าธรรมเนียมเพียงไม่กี่เบสพอยต์ก็มีผลกับกลยุทธ์การทำอาร์บิทราจและฟาร์มยีลด์อย่างชัดเจน แพนเค้กสวอปจึงต้องการใช้ ‘StableSwap’ เป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงสภาพคล่องสเตเบิลคอยน์เข้าสู่แพลตฟอร์มมากขึ้น ซึ่งไปทับซ้อนกับจุดแข็งดั้งเดิมของเคิร์ฟไฟแนนซ์โดยตรง

ทำไมเคิร์ฟถึงถูกมองเป็น ‘มาตรฐาน’ สภาพคล่องสเตเบิลคอยน์

เคิร์ฟไฟแนนซ์(Curve Finance) ครองตำแหน่งโปรโตคอลสภาพคล่องสเตเบิลคอยน์หลักของดีไฟมานาน ด้วยแบบจำลองพูล ‘StableSwap’ ที่ใช้ ‘เส้นโค้งพันธุ์ผสม (Hybrid Bonding Curve)’ ผสานข้อดีของคงค่าสินทรัพย์ (constant sum) และคงค่าผลคูณ (constant product) เข้าด้วยกัน ทำให้การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ที่มีมูลค่าใกล้เคียงกัน เช่น สเตเบิลคอยน์ 1 ดอลลาร์ต่อ 1 ดอลลาร์ เกิดขึ้นโดยมีสลิปเพจน้อยมาก เมื่อเทียบกับ AMM ทั่วไป

โครงสร้างดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้ผู้ใช้เทรดได้ใกล้ราคา “หน้าเหรียญ” ที่สุด แต่ยังทำให้โปรโตคอลอื่นนำพูลของเคิร์ฟไปใช้เป็น ‘แบ็กเอนด์สภาพคล่อง’ เช่น ในกลยุทธ์ยีลด์ฟาร์มมิงหรือโปรโตคอลปล่อยกู้ ส่งผลให้โมเดล StableSwap ของเคิร์ฟถูกเรียกกันอย่างกว้างขวางว่าเป็น ‘มาตรฐานโดยพฤตินัย’ ของการสวอปสเตเบิลคอยน์ในโลกดีไฟ

ด้วยเหตุนี้ หลายคนในอุตสาหกรรมมองว่า แก่นของความขัดแย้งรอบนี้จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันแย่งยูสเซอร์หรือ TVL ระหว่างเคิร์ฟและแพนเค้กสวอป แต่คือคำถามว่า ‘ดีไซน์ทางคณิตศาสตร์และโค้ดที่ฝังอยู่ใน AMM ควรถูกใช้อย่างไร ภายใต้กรอบไลเซนส์ที่ชัดเจน’ ในระบบนิเวศที่ทุกคนคุ้นเคยกับการฟอร์กและรีมิกซ์โค้ดโอเพนซอร์ส

ในวงการบล็อกเชนซึ่งยึดวัฒนธรรมโอเพนซอร์สมาอย่างยาวนาน ไลเซนส์จึงทำหน้าที่เป็น “เส้นเขตแดน” ของการพัฒนา การแจกจ่ายซอฟต์แวร์ และการสร้างโปรเจกต์ต่อยอด (derivative works) การละเลยรายละเอียดในสัญญาอนุญาต แม้จะเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน ก็อาจนำไปสู่ข้อพิพาทที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของโปรเจกต์ได้เช่นกัน

สำหรับกรณีเคิร์ฟ–แพนเค้กสวอป(CAKE) ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต่างส่งสัญญาณพร้อมเจรจา ทำให้โอกาสที่เรื่องจะลุกลามเป็นคดีความหรือสงครามโซเชียลยืดเยื้อดูไม่สูงในระยะสั้น แต่ในเชิงโครงสร้างตลาดแล้ว การแย่งชิงสภาพคล่องสเตเบิลคอยน์ยังคงทวีความเข้มข้น และฟีเจอร์แกนกลางอย่าง ‘StableSwap’ ก็มีแนวโน้มถูกจับตาในเชิงเทคนิคและกฎหมายมากขึ้นเรื่อย ๆ

‘ความคิดเห็น’ เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นตัวอย่างให้โปรเจกต์ดีไฟอื่นต้องกลับไปทบทวนว่า โค้ดที่ตนใช้อ้างอิงมาจากไหน อยู่ภายใต้ไลเซนส์แบบใด และควรให้เครดิตหรือเจรจากับทีมต้นทางอย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงที่จะกลายเป็นประเด็นร้อนเหมือนเคสของ Curve Finance และ PancakeSwap ในครั้งนี้ และในมุมของนักเทรด–ผู้ให้สภาพคล่องเอง การตามดูผลลัพธ์ของคดีนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอาจกระทบต่อทิศทางนวัตกรรม AMM และการแข่งขันในตลาดสเตเบิลคอยน์ในระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1