Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ศาลสหรัฐยกฟ้องคดีไบแนนซ์เอี่ยวก่อการร้าย CZ ยันเว็บเทรด CEX ไม่มีแรงจูงใจหนุนทุนมืด

จางเผิง จาว(CZ) อดีตซีอีโอของไบแนนซ์(Binance) ออกมายืนยันว่า ‘เว็บเทรดแบบรวมศูนย์(CEX)ไม่มี ‘แรงจูงใจ’ ที่จะช่วยเหลือผู้ก่อการร้ายเลยแม้แต่น้อย’ หลังศาลสหรัฐมีคำสั่งยกฟ้องคดีแบบกลุ่มที่กล่าวหาว่าไบแนนซ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนเงินทุนให้กลุ่มก่อการร้าย

เขาระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ‘ไม่มีเว็บเทรด CEX รายไหนมีเหตุผลจะไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ก่อการร้าย’ พร้อมชี้ว่าตามโครงสร้างรายได้ของแพลตฟอร์มแล้ว เงินทุนที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายแทบไม่ก่อให้เกิดรายได้ ‘ค่าธรรมเนียม’ ให้เว็บเทรดเลย โดยกลุ่มที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้มักเพียงนำเงินเข้าแพลตฟอร์มชั่วคราวแล้วรีบถอนออก ทำให้เว็บเทรดต้องเผชิญ ‘ความเสี่ยงสูงแต่แทบไม่มีผลตอบแทน’ ในมุมมองของธุรกิจ

‘ความคิดเห็น’ ประเด็นของ CZ สะท้อนมุมมองของผู้ให้บริการ CEX ว่าการขาดการเชื่อมโยงเชิงเศรษฐศาสตร์ระหว่างธุรกรรมต้องสงสัยกับรายได้จริงของแพลตฟอร์ม เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เว็บเทรดไม่มีเหตุผลจะ ‘ช่วยอำนวยความสะดวก’ ให้กลุ่มก่อการร้ายโดยเจตนา

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ศาลแขวงสหรัฐเขตตอนใต้แห่งนิวยอร์ก(Southern District of New York) เพิ่งมีคำวินิจฉัยไม่รับฟ้องคดีแบบกลุ่มต่อไบแนนซ์, จางเผิง จาว และ BAM เทรดดิง เซอร์วิสเซส(BAM Trading Services) ผู้ให้บริการไบแนนซ์ยูเอส(Binance.US) ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเงินทุนของกลุ่มก่อการร้ายผ่านการซื้อขายคริปโต

จากเอกสารของศาล ฝ่ายโจทก์อ้างว่าตนเป็นตัวแทนผู้เสียหาย 535 ราย ที่เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีจากการก่อการร้าย 64 เหตุการณ์ในช่วงปี 2016–2024 โดยมีทั้งเหยื่อที่บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต กลุ่มที่ถูกระบุชื่อในคำฟ้องรวมถึง เฮซบอลเลาะห์, ฮามาส, ISIS, อัลกออิดะห์ และญิฮาดอิสลามปาเลสไตน์ เป็นต้น โดยฝ่ายโจทก์ระบุว่าผู้โจมตีหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องได้รับประโยชน์จากธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนไบแนนซ์ และเรียกร้องค่าเสียหายโดยอ้างอิงกฎหมาย ‘ต่อต้านการก่อการร้าย(ATA)’ และกฎหมาย ‘ว่าด้วยความรับผิดของผู้สนับสนุนการก่อการร้าย(JASTA)’ ของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาฌองเน็ตต์ เอ. วาร์กัส(Jeannette A. Vargas) เห็นว่าคำฟ้องไม่สามารถแสดง ‘ความเชื่อมโยงเชิงเหตุและผลที่เพียงพอ’ ระหว่างการดำเนินงานของไบแนนซ์กับแต่ละเหตุโจมตีได้อย่างน่าเชื่อถือ แม้ในคำฟ้องจะมีเนื้อหาพาดพิงถึงการขาดระบบกำกับดูแล(คอมพลายแอนซ์) ที่รัดกุม หรือการเปิดช่องให้มีการใช้แพลตฟอร์มในทางที่ผิดกฎหมาย แต่ก็ยังไม่สามารถเชื่อมโยงให้เห็นได้ชัดว่า ‘การกระทำเฉพาะ’ ของเว็บเทรดนำไปสู่ ‘เหตุโจมตีจากการก่อการร้ายแต่ละครั้ง’ อย่างตรงไปตรงมา

ด้วยเหตุนี้ คดีจึงถูกยุติลงในระดับ ‘ขั้นตอนการยื่นคำฟ้อง (pleading stage)’ ตั้งแต่แรกเริ่ม ทว่า ผู้พิพากษายังเปิดโอกาสให้ฝ่ายโจทก์สามารถยื่นคำฟ้องฉบับแก้ไขได้ภายใน 60 วัน ซึ่งหมายความว่าฝ่ายโจทก์ต้องหาหลักฐานหรือข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์สายสัมพันธ์ระหว่าง ‘แพลตฟอร์มของไบแนนซ์’ กับ ‘การก่อการร้ายเฉพาะเหตุการณ์’ ให้ชัดเจนกว่าเดิม หากต้องการให้คดีกลับมาเดินหน้าต่อ

ในอีกด้านหนึ่ง ไบแนนซ์ยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการเมืองสหรัฐในประเด็นการทำธุรกรรมเกี่ยวข้องกับประเทศและองค์กรที่ถูกคว่ำบาตร โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องการเกี่ยวพันกับ ‘ธุรกรรมที่เชื่อมโยงอิหร่าน’ ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาจากสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม (เวลาท้องถิ่น) ไบแนนซ์ได้ส่งจดหมายตอบกลับถึงริชาร์ด บลูเมนธัล(Richard Blumenthal) และรอน จอห์นสัน(Ron Johnson) สองสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ เพื่อโต้แย้งข้อสงสัยเรื่องการสนับสนุนธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน โดยระบุชัดว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าว ‘ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง’ และ ‘ปราศจากหลักฐานที่น่าเชื่อถือ’ พร้อมชี้ว่าหนังสือสอบถามของวุฒิสมาชิกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์อ้างอิงรายงานข่าวที่ไบแนนซ์มองว่าเป็นข้อมูลที่ ‘พิสูจน์ได้ว่าผิด(demonstrably false)’

รายงานข่าวก่อนหน้านั้นระบุว่า ไบแนนซ์เคยประมวลผลธุรกรรมคริปโตเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.485 ล้านล้านวอน หรือราว 3.6 หมื่นล้านบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณในช่วงเวลานั้น) ให้กับองค์กรที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับอิหร่านอย่าง เฮกซา เวล(Hexa Whale) และเบลสด์ ทรัสต์(Blessed Trust) รวมถึงมีการปลดพนักงานที่พยายามร้องเรียนปัญหาด้านคอมพลายแอนซ์ภายในองค์กรด้วย ซึ่งไบแนนซ์ยืนยันว่าเนื้อหาดังกล่าวไม่มีมูล

‘ความคิดเห็น’ เคสนี้สะท้อนโจทย์สำคัญเกี่ยวกับ ‘ขอบเขตความรับผิดชอบของเว็บเทรดแบบรวมศูนย์(CEX)’ ในโครงสร้างอุตสาหกรรมคริปโต ปัจจุบัน หน่วยงานกำกับและฝ่ายการเมืองในหลายประเทศยังคงตั้งคำถามว่าเว็บเทรดควรถูกถือว่ามีหน้าที่รับผิดชอบต่อธุรกรรมที่ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มในระดับใด และต้องเข้มงวดแค่ไหนในการป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรหรือการจัดหาเงินทุนให้กลุ่มก่อการร้าย

ขณะที่ศาลสหรัฐเลือกใช้มาตรฐานพิจารณาที่เคร่งครัดในการเชื่อมโยง ‘การดำเนินการของไบแนนซ์’ เข้ากับ ‘เหตุโจมตีจากการก่อการร้ายแต่ละกรณี’ โดยตรง กระแสการกำกับดูแลด้านคอมพลายแอนซ์ของเว็บเทรดและการปิดช่องโหว่สำหรับการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรและกฎระเบียบ ‘ยังมีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง’ ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อบิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ที่พึ่งพาโครงสร้างตลาดผ่านเว็บเทรด CEX เป็นหลักในระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1