ทรัมป์เดินหน้าส่งสัญญาณ ‘คริปโต-เฟรนด์ลี่’ ในยุคบริหารชุดใหม่ ขณะที่กรุงวอชิงตันกลับร้อนระอุด้วยศึกการเมืองรอบใหม่ เมื่อส.ส.สหรัฐ 29 คนออกมาเรียกร้องให้สภาคองเกรสสั่งห้าม ‘ดิจิทัลดอลลาร์(CBDC)’ แบบถาวร ไม่ใช่แค่จำกัดการออกเหรียญโดยธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ไปจนถึงปี 2031 ตามร่างกฎหมายที่ถูกแนบไว้ในแพ็กเกจนโยบายที่ดูเผิน ๆ ไม่เกี่ยวกับการเงินเลยแม้แต่น้อย
ศึกครั้งนี้เริ่มต้นจากร่างกฎหมายที่แทบไม่มีใครคาดคิด ‘กฎหมายถนนสู่ที่อยู่อาศัยศตวรรษที่ 21 (21st Century ROAD to Housing Act)’ ที่วุฒิสมาชิกสหรัฐเปิดตัวในสัปดาห์นี้ เป็นเอกสารหนากว่า 300 หน้า ว่าด้วยนโยบายที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ดูบนปกแล้วแทบไม่แตะเรื่องการเงินการคลัง แต่ภายในร่างกลับซ่อนข้อเสนอปรับปรุง ‘กฎหมายธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve Act)’ เอาไว้ โดยเพิ่มเงื่อนไขห้ามเฟดออก ‘สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง’ จนถึงปี 2031
มิคาเอล คลาวด์(Michael Cloud) ส.ส.สหรัฐ พร้อมเพื่อนร่วมสภาอีก 28 คน มองว่า ‘เส้นตาย 2031’ นี่เองคือปัญหาแกนหลัก ทั้งหมดจึงร่วมกันส่งหนังสือถึงไมก์ จอห์นสัน(Mike Johnson) ประธานสภาผู้แทนราษฎร และจอห์น ธูน(John Thune) ผู้นำเสียงข้างน้อยพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุอย่างชัดเจนว่า ‘การห้ามออกดิจิทัลดอลลาร์ต้องเป็นมาตรการถาวร’ เพราะการแบนแบบมีวันหมดอายุย่อมเปิดทางให้รัฐบาลชุดใหม่หรือสภาชุดหน้า หยิบโครงการ CBDC กลับมาดันอีกครั้งได้ทุกเมื่อ
หัวใจของจดหมายอยู่ที่ความกังวลเรื่อง ‘อำนาจควบคุมเงิน’ ของประชาชน หากสหรัฐเดินหน้าสร้าง ‘ดิจิทัลดอลลาร์’ จริง เฟดจะมีเครื่องมือที่ทำให้รัฐเข้าใกล้ข้อมูลธุรกรรมและพฤติกรรมการใช้เงินของชาวอเมริกันมากกว่าที่เคยเป็นมา ส.ส.กลุ่มนี้เตือนว่า CBDC อาจสั่นคลอนทั้ง ‘สิทธิในทรัพย์สิน’ และ ‘ความเป็นส่วนตัวทางการเงิน’ ของประชาชน เพราะจะทำให้เกิดการกระจุกตัวของอำนาจทางการเงินไว้ในมือองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอย่างเฟด คลาวด์ถึงขั้นเรียก CBDC ว่าเป็นสิ่งที่ ‘ขัดกับแก่นของความเป็นอเมริกัน(inherently anti-American)’ พร้อมชูประเด็นการละเมิดเสรีภาพพลเมืองขึ้นมาเป็นข้อโต้แย้งหลัก
‘ความคิดเห็น’ ประเด็นนี้สอดรับกับอารมณ์ต่อต้าน ‘รัฐเฝ้าระวัง’ ในหมู่นักการเมืองสายอนุรักษนิยมและผู้สนับสนุนคริปโตจำนวนมาก ที่มอง CBDC ว่าเป็นคนละขั้วกับคริปโตแบบกระจายศูนย์ เช่น บิตคอยน์(BTC) เพราะโครงสร้างของดิจิทัลดอลลาร์จะทำให้รัฐตรวจสอบและสั่งปิดกั้นธุรกรรมได้ง่ายขึ้น ต่างจากระบบที่พึ่งพาเครือข่ายสาธารณะ
‘ดิจิทัลดอลลาร์’ ถูกซ่อนในกฎหมายที่อยู่อาศัยอย่างไร
แม้จะเริ่มต้นจากร่างกฎหมายที่อยู่อาศัย แต่หนังสือของส.ส. 29 คนไม่ได้หยุดแค่การท้วงติงถ้อยคำในกฎหมายฉบับนี้ หากมองลึกลงไป นี่คือความพยายาม ‘ดึงนโยบายให้ย้อนกลับไปจุดที่แข็งที่สุด’ ซึ่งเคยผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว
เป้าหมายที่พวกเขาชี้ตรงไปคือร่าง ‘กฎหมายต่อต้านรัฐเฝ้าระวังผ่าน CBDC (Anti-CBDC Surveillance State Act, H.R. 1919)’ ของทอม เอมเมอร์(Tom Emmer) ที่ยื่นเมื่อมิถุนายน 2025 และผ่านการโหวตในสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม แต่สุดท้ายไม่สามารถเดินหน้าต่อในวุฒิสภา ทำให้โมเมนตัมของกฎหมายฉบับนี้ค่อย ๆ แผ่วลง
สำหรับผู้ลงนามในจดหมาย H.R. 1919 คือเวอร์ชัน ‘สายแข็ง’ ของการต่อต้าน CBDC ขณะที่ภาษาที่ถูกสอดแทรกไว้ในกฎหมายที่อยู่อาศัยล่าสุด ถูกมองว่าเป็นเวอร์ชัน ‘เจือจาง’ เพราะแม้จะห้ามเฟดออก CBDC จนถึง 2031 แต่ยังเปิดช่องให้เฟดยังสามารถ ‘วิจัยและศึกษา’ ดิจิทัลดอลลาร์ต่อไปได้ ในมุมมองของฝ่ายคัดค้าน นี่คือประตูสำคัญที่เปิดทางให้โครงการค่อย ๆ เดินหน้าในระดับเชิงเทคนิค ก่อนจะขยับไปสู่การทดลองนำร่องในอนาคต
ตรงกันข้าม H.R. 1919 ใช้ถ้อยคำรัดกุมกว่านั้น ไม่เพียงห้ามเฟดออก CBDC เพื่อให้ประชาชนใช้โดยตรง แต่ยังจำกัดขอบเขตการทดลองและความร่วมมือบางรูปแบบที่อาจกลายเป็นฐานให้ดิจิทัลดอลลาร์เกิดขึ้นในภายหลังได้ จดหมายล่าสุดจึงระบุชัดว่า ‘ควรฟื้นฟูถ้อยคำที่เข้มข้นตาม H.R. 1919 กลับมา’ แทนที่จะยอมให้ร่างที่อยู่อาศัยฉบับปัจจุบันเป็นกรอบกฎหมายหลักในประเด็นนี้
ฝั่งวุฒิสภาเองก็เคยมีความพยายามไปในทิศทางเดียวกัน ไมก์ ลี(Mike Lee) วุฒิสมาชิกสหรัฐ เคยเสนอร่าง ‘กฎหมาย No CBDC (No CBDC Act)’ เมื่อกุมภาพันธ์ 2025 โดยตั้งเป้าห้าม CBDC แบบเบ็ดเสร็จเช่นกัน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
‘ห้ามถึง 2031’ vs ‘ห้ามถาวร’ เดิมพันที่มากกว่าตัวเลขปี
ในเชิงเทคนิค การถกเถียงครั้งนี้เหมือนจะเป็นแค่การเถียงกันว่า ‘ห้ามนานแค่ไหน’ ระหว่างการใส่ ‘เงื่อนไขหมดอายุ (sunset clause)’ ปี 2031 กับการตัดสินใจห้ามแบบถาวร แต่ในแง่การเมืองและสถาปัตยกรรมสถาบัน นี่คือความต่างที่มีน้ำหนักมาก
การเขียนให้ข้อห้ามสิ้นสุดในปี 2031 หมายความว่าสหรัฐกำลัง ‘เก็บที่ว่าง’ เอาไว้ให้รัฐบาลในอนาคตกลับมาทบทวนแนวคิดเรื่องดิจิทัลดอลลาร์ได้อีกครั้ง หากสภาชุดใหม่หรือฝ่ายบริหารในยุคถัดไปมองเห็นประโยชน์ของ CBDC เพิ่มขึ้น จากปัจจัยอย่างวิกฤตเศรษฐกิจ การแข่งขันกับเงินดิจิทัลของประเทศอื่น หรือแรงกดดันจากตลาดการเงินโลก รัฐบาลชุดนั้นก็สามารถใช้ช่วงหลัง 2031 เป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกนโยบายได้ไม่ยาก
ในสายตาของส.ส. 29 คน นี่คือ ‘ประตูที่เปิดทิ้งไว้’ ซึ่งพวกเขาต้องการปิดให้สนิท พวกเขากังวลว่าหากเฟดยังสามารถวิจัยหรือทดลองโครงการ CBDC ได้ แม้จะยังไม่สามารถออกใช้จริง ก็จะทำให้ต้นทุนเชิงนโยบายในการเดินหน้าโครงการต่ำลงเรื่อย ๆ เพราะเมื่อเทคโนโลยีพร้อม โครงสร้างพื้นฐานพร้อม และเริ่มมีโครงการนำร่องเกิดขึ้น การถอยกลับไปสู่จุดที่ ‘ไม่ทำ CBDC เลย’ จะยิ่งยากขึ้นตามกฎของ ‘แรงเฉื่อยเชิงนโยบาย’
ในทางกลับกัน ถ้ากฎหมายกำหนดให้ ‘ห้ามออกดิจิทัลดอลลาร์แบบถาวร’ ก็เท่ากับตัดหนึ่งในทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของเฟดออกจากโต๊ะไปเลย ทำให้การอภิปรายเรื่อง CBDC ในสหรัฐ ‘จบเกมเชิงโครงสร้าง’ ลงตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่แค่พักเรื่องไว้ชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าสภาคองเกรสจะเลือกผลักดันร่างกฎหมายแบน CBDC ฉบับใหม่ขึ้นมาโดยตรง หรือจะใช้วิธีแก้ถ้อยคำในร่างกฎหมายที่อยู่อาศัยปัจจุบันให้มีความเข้มข้นขึ้นตามที่ส.ส. 29 คนเรียกร้อง สิ่งที่แน่ชัดคือ การที่มีจดหมายเปิดผนึกกดดันผู้นำสภาเช่นนี้ สะท้อนว่าศึก ‘ดิจิทัลดอลลาร์’ ไม่น่าจะจบลงง่าย ๆ ในระยะสั้น
ในขณะที่ฝ่ายบริหารภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณ ‘เป็นมิตรต่อคริปโต’ มากขึ้น สนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบเปิดและตลาดเสรี ฝั่งนโยบาย ‘ดิจิทัลดอลลาร์’ กลับถูกดันไปอีกสุดขั้วด้วยกระแสต่อต้าน CBDC ที่แข็งกร้าวขึ้น การต่อสู้เรื่องเพียงไม่กี่บรรทัดของถ้อยคำในกฎหมาย อาจกลายเป็นจุดตัดสำคัญของทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐ ว่าจะเลือกเดินหน้าไปสู่ยุค ‘สกุลเงินดิจิทัลของรัฐ’ หรือจะปิดประตูเส้นทางนี้อย่างถาวรแล้วปล่อยให้ ‘คริปโต’ ภาคเอกชนเป็นผู้เล่นหลักต่อไปบนเวทีการเงินดิจิทัลโลก
ความคิดเห็น 0