Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) เผชิญเดดครอส-เสี่ยงพักฐานลึก ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันพุ่ง

บิตคอยน์(BTC) เปิดฉากสัปดาห์ที่สองของเดือนมีนาคมท่ามกลาง ‘ความตึงเครียด’ ที่สูงขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางกลับมาเด่นชัด ดันให้ความผันผวนของ ‘ราคาน้ำมัน’ เพิ่มขึ้น กดดัน ‘เงินเฟ้อ’ และทำให้ ‘แนวโน้มดอกเบี้ยเฟด’ สั่นคลอนไปพร้อมกัน สายตาตลาดจึงหันไปจับจ้องปัจจัยมหภาคมากกว่าการเคลื่อนไหวย่อยๆ ของราคา

สัปดาห์ที่ผ่านมา บิตคอยน์(BTC) ล้มเหลวในการยืนเหนือการ ‘เบรกขึ้น’ หนึ่งรอบอย่างถาวร แรงขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์ ฉุดราคาบนกระดานบิต스탬프ลงไปแถว 65,600 ดอลลาร์ (ราว 9.76 ล้านบาท) แม้จะรีบาวด์กลับมาได้บางส่วน แต่แท่งเทียนรายสัปดาห์ก็ยังปิดตัวลงใต้แนวต้านระยะยาวสำคัญ และไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โปเนนเชียล 200 สัปดาห์(200 สัปดาห์ EMA) ซึ่งมักถูกจับตาในภาวะ ‘ตลาดขาลง’ ทำให้ภาพรวมยังคงเป็นภาระต่อจิตวิทยาตลาด

เทรดเดอร์ เลค트 แคพิทัล(Reckt Capital) มองว่า “การฟื้นตัวช่วงต้นสัปดาห์ก่อนหน้าแทบถูก ‘ลบคืน’ ไปเกือบหมด” พร้อมระบุว่า ‘200 สัปดาห์ EMA’ ยังคงทำหน้าที่เป็น ‘เพดานราคา’ อย่างชัดเจน และตราบใดที่ยังไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้ “ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” เขายังชี้ว่าระหว่างที่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกผันผวนหนักจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง บิตคอยน์(BTC) เคยดีดแรงขึ้นไปถึง 74,000 ดอลลาร์ (ราว 11.02 ล้านบาท) ก่อนจะถูกแรงขายถาโถมอย่างรวดเร็วตามคาดในช่วงสุดสัปดาห์ ด้านเทรดเดอร์ เจล레(Jelle) ก็ย้ำมุมมองว่า “ภาพรวมยังไม่เปลี่ยน นี่คือ ‘ตลาดหมีที่น่าเบื่อ’ จนกว่าจะมีสัญญาณพิสูจน์เป็นอย่างอื่น”

แต่ใช่ว่าทุกคนในตลาดจะยืนฝั่ง ‘มองลบ’ ทั้งหมด เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ มิคาเอล ฟาน เดอ ป็อปเป(Michaël van de Poppe) ประเมินว่า “บิตคอยน์(BTC) แม้จะยังติดอยู่ในกรอบไซด์เวย์ แต่ถ้าดูจากสภาพแวดล้อมตอนนี้ ถือว่ายัง ‘แข็งแรงกว่าที่คิด’” เขาหยิบยกการที่ราคาน้ำมันเช้าวันจันทร์พุ่งอีก 15% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่ทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิดอ่อนตัวลง และดัชนีแนสแด็กร่วงแรง มาเป็นหลักฐานประกอบ ในเวลาเดียวกัน นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งยังมองว่าหากสถานการณ์มหภาคแย่ลง ระดับ ‘50,000 ดอลลาร์’ (ราว 7.44 ล้านบาท) หรือต่ำกว่านั้น ยังถูกมองเป็นโซน ‘ฐานระยะกลาง’ ที่ต้องจับตา

‘ราคาน้ำมัน’ แปรปรวน ดัน CPI สหรัฐฯ สัปดาห์นี้เป็นตัวแปรใหญ่

สัปดาห์นี้ ตลาดจะได้เห็นข้อมูลเงินเฟ้อชุดใหญ่จากสหรัฐฯ ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) เดือนกุมภาพันธ์, ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล(PCE) เดือนมกราคม (ประกาศล่าช้า) และตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ฉบับปรับทบทวน แม้เฟดจะให้ความสำคัญกับ ‘PCE’ ในฐานะตัวชี้วัดเงินเฟ้อหลัก แต่ในระยะนี้สายตานักลงทุนกลับเทไปที่ ‘CPI’ มากกว่า เนื่องจากตอบสนองต่อ ‘ราคาน้ำมัน’ ได้ไวกว่า

จุดโฟกัสอยู่ที่ความเสี่ยงด้าน ‘อุปทานน้ำมัน’ จากตะวันออกกลาง ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ถูกตีความว่ามีโอกาสลุกลามเป็น ‘ช็อกด้านอุปทาน’ จนราคาน้ำมันไวต่อข่าวมากขึ้น สำนักวิจัยเทรดดิ้ง เดอะ โคเบย์시 เลตเตอร์(The Kobeissi Letter) เตือนว่าหากเกิดสถานการณ์ ‘ปิดช่องแคบฮอร์มุซ’ ขึ้นจริง อาจกลายเป็น “ภาวะขาดแคลนอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” พร้อมประเมินว่า อาจทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลงมากกว่า ‘วันละ 20 ล้านบาร์เรล’

อย่างไรก็ดี แรงพุ่งของราคาน้ำมันในวันจันทร์เริ่มชะลอ หลังกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือ G7 ส่งสัญญาณพร้อมระบาย ‘น้ำมันสำรองฉุกเฉิน’ สูงสุดราว 400 ล้านบาร์เรลสู่ตลาด แต่ตลาดจำนวนมากยังแยกมองระหว่าง ‘การคลายความกังวลระยะสั้น’ กับ ‘แรงกระเพื่อมระยะยาว’ บริษัทจัดการลงทุน โมเสก แอสเซท คอมพานี(Mosaic Asset Company) ระบุในจดหมายข่าวว่า การที่ ‘ราคาน้ำมันและก๊าซ’ ปรับขึ้น เป็นปัจจัยที่บั่นทอนการบริโภค และเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ พร้อมชี้ว่า ‘ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อขาขึ้น’ จะยิ่งทำให้แนวโน้ม ‘นโยบายการเงิน’ ของเฟดเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พวกเขาเตือนให้ระลึกว่า ในปี 2022 ช่วงที่ CPI พุ่งแตะ 9% ก็เกิดขึ้นเคียงคู่กับการพุ่งของสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิด และตอนนี้ ‘หุ้นกลุ่มพลังงาน’ ที่กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง กำลังส่ง ‘สัญญาณ’ ด้านเงินเฟ้ออีกรอบ

บิตคอยน์เจอ ‘เดดครอส’ สองชุด สัญญาณเทคนิคเอนข้างระวัง

ด้าน ‘ปัจจัยเทคนิค’ ภาพรวมยังเอนเอียงไปทาง ‘ระมัดระวัง’ มากขึ้น ไม่ใช่แค่การปิดแท่งสัปดาห์โดยไม่สามารถยึด 200 สัปดาห์ EMA กลับมาเป็นแนวรับ แต่ยังมีสัญญาณ ‘เดดครอส’ ใหม่เพิ่มเข้ามา เมื่อเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา 21 สัปดาห์(21 สัปดาห์ SMA) ตัดลงใต้ 100 สัปดาห์ SMA ซึ่งตามตำราแล้วถือเป็นสัญญาณอ่อนแอ และมักเพิ่มโอกาส ‘การปรับฐานต่อ’

คีธ อแลน(Keith Alan) ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มเทรดดิ้ง มาทีเรียล อินดิเคเตอร์ส(Material Indicators) เตือนมาก่อนหน้านี้ว่า หากไม่มีปัจจัยบวกขนาดใหญ่เข้ามาผลักดัน “เดดครอสรอบนี้อาจกลายเป็น ‘สัญญาณนำ’ ของช่วงขาลงถัดไป” ต่อให้มีเด้งระยะสั้น ก็อาจแค่เป็น ‘รีบาวด์ช่วยชีวิต’ ขึ้นไปทดสอบกรอบบนของกล่องราคาเท่านั้น

ในไทม์เฟรมรองก็มีความกังวลคล้ายกัน กราฟ ‘3 วัน’ ของบิตคอยน์(BTC) กำลังเผชิญเดดครอสเมื่อเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 แท่ง ตัดลงใต้ 200 แท่ง ซึ่งกลายเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่นักเทคนิค แพลตฟอร์มวิเคราะห์ เทรดดิ้งชอร์ต(TradingShort) ยกตัวอย่างในอดีตช่วงตลาดหมี ที่เมื่อเกิดเดดครอสในกราฟ 3 วันแล้ว มักมีรอบปรับฐานตามมาราว 50% พร้อมวางกรอบราคา ‘40,000 ดอลลาร์’ (ราว 5.96 ล้านบาท) ถึง ‘36,000 ดอลลาร์’ (ราว 5.36 ล้านบาท) เป็นโซน ‘เป้าหมายเชิงเทคนิค’ ที่ต้องเฝ้าระวัง

ดัชนีอนุพันธ์ส่งสัญญาณ ‘ใกล้จุดต่ำ’ โมเมนตัมไบนานซ์อ่อนแรง

ฝั่งตลาดอนุพันธ์กลับเริ่มส่งสัญญาณที่ ‘เบาลง’ กว่าเดิมเล็กน้อย ซึ่งอาจตีความได้ว่าเปิดโอกาสให้เกิด ‘แรลลีย่อตัว’ หรือ ‘รีบาวด์คลายความตึงเครียด’ บริษัทวิเคราะห์ออนเชน คริปโทควนต์(CryptoQuant) เผยว่า ดัชนีที่รวมข้อมูลตลาดอนุพันธ์บน ไบนานซ์ เพื่อคำนวณเป็น ‘ดัชนีตลาดอนุพันธ์ไบนานซ์’ กำลังมีรูปแบบคล้ายกับช่วงที่ราคาเคยทำจุดต่ำในอดีต

อัมร์ ทาฮา(Amr Taha) นักวิเคราะห์ของคริปโทควนต์ ระบุว่าค่าดัชนีล่าสุดร่วงลงมาแตะ ‘0.35’ ซึ่งเทียบได้กับโซนเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2024 และยังต่ำกว่าระดับ ‘0.43’ ที่เคยเกิดในเดือนเมษายน 2025 ด้วยซ้ำ เขาอธิบายว่า ในเชิงประวัติศาสตร์ ตัวเลขในช่วงนี้มักปรากฏใกล้ๆ ‘โซนทำจุดต่ำ’ และหลายครั้งต่อมาราคาก็ตามด้วยการขึ้นไปทำ ‘จุดสูงใหม่’ อย่างไรก็ตาม ทาฮาย้ำว่า “ไม่มีอะไรรับประกันว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย” เพียงแต่การที่ ‘โมเมนตัมในตลาดอนุพันธ์’ อ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นจุดที่ควรจับตาอย่างยิ่ง

เหนือ 70,000 ดอลลาร์ ‘วาฬ’ ยังไม่เร่งขาย สัญญาณทำกำไรยังไม่ชัด

ฝั่งตลาดสปอต จุดที่น่าสนใจคือพฤติกรรมของ ‘วาฬบิตคอยน์’ แม้ราคาจะผันผวนผ่านแนว 70,000 ดอลลาร์ขึ้นลงหลายครั้ง แต่กลับไม่เห็นกระแสการโอนเหรียญเข้ากระดานเทรดเพื่อ ‘ขายทำกำไร’ อย่างเด่นชัด คริปโทควนต์เปิดเผยว่า การไหลเข้าของบิตคอยน์(BTC) สู่ไบนานซ์ที่พุ่งขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม มาจากเหรียญที่เพิ่งเคลื่อนไหวภายใน ‘7 วันล่าสุด’ เป็นส่วนใหญ่ ต่างจากเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเคยเห็นเหรียญที่นิ่งอยู่ในกระเป๋ามานาน ‘6–12 เดือน’ ถูกส่งกลับเข้าบัญชีไบนานซ์ในปริมาณมาก ทาฮาอธิบายว่า การฝากเหรียญเก่าจำนวนมากเข้าเอ็กซ์เชนจ์ มักถูกตีความว่าเป็นการสะท้อน ‘การเปลี่ยนใจ’ ของนักลงทุนบางส่วนที่เริ่มเตรียมตัวขายหรือป้องกันความเสี่ยง

แต่ระหว่างวันที่ 1–8 มีนาคม ปริมาณการไหลเข้าของกลุ่มวาฬบนไบนานซ์กลับลดลง จาก 8.8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 13.09 ล้านล้านบาท) เหลือเพียง 6.6 พันล้านดอลลาร์ (ราว 9.82 ล้านล้านบาท) หมายความว่าในช่วงที่ราคาแกว่ง 65,000–72,000 ดอลลาร์ (ราว 9.68–10.72 ล้านบาท) กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ไม่ได้เร่งโอนเหรียญเข้ากระดานเพื่อเทขายมากเป็นพิเศษ

ท้ายที่สุด สัปดาห์นี้ตลาดบิตคอยน์(BTC) กำลังรอดู ‘ทิศทางของปัจจัยมหภาค’ ที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ ‘ตะวันออกกลาง → ราคาน้ำมัน → เงินเฟ้อสหรัฐฯ → เฟด’ ขณะที่สัญญาณเทคนิคยังโน้มไปทาง ‘ระมัดระวัง’ แต่ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์และพฤติกรรมวาฬ กลับสะท้อนบรรยากาศที่ใกล้เคียง ‘รอดูท่าที’ มากกว่าตื่นตระหนก CPI และ PCE ที่จะประกาศออกมา รวมถึงทิศทางราคาน้ำมันในระยะสั้น จะเป็นตัวกำหนดว่า ‘ความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยง’ จะยกระดับขึ้นอีก หรือจะกลายเป็นจังหวะให้ตลาดได้ ‘พักหายใจ’ และอาจหนุนให้บิตคอยน์(BTC) ได้เริ่มรีบาวด์อีกระลอกหนึ่ง

ความคิดเห็น: ในระยะสั้น บิตคอยน์(BTC) ยังอยู่ในสมรภูมิที่ตัวเลข ‘เงินเฟ้อ’ และ ‘ดอกเบี้ยเฟด’ ครองเกม นักลงทุนจึงอาจต้องโฟกัสที่การบริหารความเสี่ยง และจับตาแนวรับสำคัญมากกว่าพยายามทายจุดต่ำสุด ขณะที่ข้อมูลฝั่งวาฬและอนุพันธ์อาจเป็นตัวช่วยระบุจุดที่แรงกดดันเริ่มคลายตัวได้ดีกว่าการมองกราฟเทคนิคเพียงอย่างเดียว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1