‘คริปโตเคอร์เรนซี’ แพลตฟอร์มซื้อขายชื่อดังอย่าง KuCoin ได้รับคะแนน ‘พิสูจน์เงินสำรอง (Proof of Reserves: PoR)’ ด้านความโปร่งใสสูงสุดในบรรดาเว็บเทรดหลักทั่วโลก แซงหน้าคู่แข่งรายใหญ่ทั้งหลาย และกลายเป็นศูนย์กลางของการถกเถียงเรื่อง ‘ความมั่นคงของตลาดซื้อขายคริปโต’ ที่นักลงทุนจับตามองอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ (เวลาท้องถิ่น) จากรายงานประจำปี ‘Exchange Leader’ โดยบริษัทวิเคราะห์ออนเชน CryptoQuant ระบุว่า แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตสัญชาติเซเชลส์อย่าง KuCoin ได้คะแนนด้าน ‘PoR ความโปร่งใส’ อยู่ในอันดับสูงสุดของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด
รายงานอธิบายว่า KuCoin ดำเนินระบบ ‘PoR รายเดือน’ อย่างต่อเนื่อง และออกแบบให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบยอดคงเหลือของตัวเองได้โดยตรงผ่านเครื่องมือ ‘พิสูจน์การรวม (Merkle-tree inclusion proof)’ ที่ใช้โครงสร้างเมอร์เคิลทรี
นอกจากนี้ KuCoin ยังเปิดเผย ‘ที่อยู่กระเป๋าเงินของแพลตฟอร์ม’ ต่อสาธารณะ พร้อมรับการรับรองโดยบุคคลที่สามจากบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ Hacken ซึ่งถูกนำมาคิดเป็นส่วนหนึ่งของคะแนนความโปร่งใสด้วย
CryptoQuant ระบุเพิ่มเติมว่า KuCoin เผยแพร่รายงาน PoR ติดต่อกันยาวนานกว่า ‘39 เดือน’ โดยรายงานล่าสุดลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 และ ‘อัตราส่วนเงินสำรอง’ ของสินทรัพย์ที่เปิดเผยทั้งหมดอยู่ในระดับ ‘เกิน 100%’ ทุกประเภท ‘คำ’
‘คำ’ ในด้านความโปร่งใส อันดับ 2 ตกเป็นของ Bybit ซึ่งทำคะแนนได้ 93.2 คะแนน โดยอาศัยทั้งรูปแบบการเปิดเผย PoR อย่างสม่ำเสมอและการรับรองจาก Hacken เป็นฐานคะแนนสำคัญ
ส่วน Kraken ถูกจัดอยู่ในกลุ่มคะแนนระดับ A-tier แต่รอบการรายงานแบบ ‘รายไตรมาส’ (quarterly) ทำให้เสียเปรียบ KuCoin และ Bybit ที่ออก PoR ‘รายเดือน’ ตลอด จึงได้คะแนนต่ำกว่าในหมวดนี้
เว็บเทรดขนาดใหญ่อื่นๆ กลับทำคะแนน PoR ความโปร่งใสได้ไม่สูงนัก Binance ได้คะแนน 75.2 แม้ว่าจะมีการเปิดเผยที่อยู่กระเป๋าจำนวนมาก และมีเครื่องมือให้ผู้ใช้ตรวจสอบยอดคงเหลือบนแพลตฟอร์มได้ด้วยตัวเอง แต่รายงานชี้ว่า การไม่มี ‘การตรวจสอบงบการเงินแบบอิสระเต็มรูปแบบ’ ที่ครอบคลุมทั้ง ‘งบดุลของบริษัท’ เป็นปัจจัยลบที่ฉุดคะแนนลง
Coinbase ทำคะแนนได้เพียง 44.3 ถูกมองว่าขาดความโปร่งใสในเชิงออนเชน เนื่องจากยังไม่เปิดให้มีการพิสูจน์ยอดคงเหลือลูกค้าบนบล็อกเชนและไม่เปิดเผยการแมปที่อยู่กระเป๋าเงินอย่างครอบคลุม จึงถูกหักคะแนนค่อนข้างมาก
การประเมิน PoR ครั้งนี้เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบของ ‘Exchange Leader Index’ ดัชนีชี้วัดเว็บเทรดที่ CryptoQuant พัฒนาขึ้น โดยใช้ 6 แกนหลักในการเทียบกัน ได้แก่ ปริมาณการซื้อขาย (volume), ขนาดเงินสำรอง, ความโปร่งใส PoR, ความสมดุลของชุดผลิตภัณฑ์เทรด (trading mix), การเติบโตของปริมาณเทรด และการเติบโตของเงินสำรอง
จากดัชนีภาพรวมปี 2025 เว็บเทรดที่ถูกจัดให้เป็น ‘ท็อป 3’ คือ MEXC, Binance และ Bybit ตามลำดับ
รายงานฉบับเดียวกันยังสำรวจ ‘โครงสร้างการซื้อขาย’ ของแพลตฟอร์มหลัก และพบว่าตลาดได้ขยับจากการเน้น ‘สปอต (spot)’ ไปสู่ ‘อนุพันธ์ (derivatives)’ อย่างชัดเจนในเว็บเทรดขนาดใหญ่หลายแห่ง
MEXC, Bybit, Bitget, Binance, Gate และ Coinbase ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ ‘70–90% ของปริมาณซื้อขายทั้งหมด’ มาจาก ‘สัญญาฟิวเจอร์สแบบไร้กำหนดอายุ (perpetual futures)’ สะท้อนภาพตลาดที่หันไปพึ่งพาเลเวอเรจมากขึ้นเรื่อยๆ
ฝั่ง KuCoin กลับถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม ‘สมดุลระหว่างสปอตและอนุพันธ์’ โดย CryptoQuant จัด KuCoin เข้ากลุ่มเดียวกับ HTX และ Kraken ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายที่ ‘มีนัยสำคัญ’ ทั้งในตลาดสปอตและตลาดอนุพันธ์
ในบริบทที่ตลาดอนุพันธ์ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเมื่อความผันผวนของราคาเพิ่มสูง รายงานมองว่า โครงสร้างการซื้อขายที่ไม่เอนเอียงของ KuCoin อาจสะท้อน ‘ฐานอุปสงค์ที่เสถียรกว่า’ เมื่อเทียบกับเว็บเทรดที่พึ่งพาอนุพันธ์เป็นหลัก ‘ความคิดเห็น’
ด้าน ‘ขนาดตลาด’ Binance ยังคงครองอันดับ 1 อย่างชัดเจน โดยในปี 2025 มียอดปริมาณซื้อขายรวมราว 32.4 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4 ตรillion 8,114 ล้านล้านวอน (คำนวณที่ 1 ดอลลาร์ = 1,485 วอน)
ในจำนวนนี้ประมาณ 25 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 3 ตรillion 7,125 ล้านล้านวอน) มาจากการซื้อขายอนุพันธ์ และอีกราว 7 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1 ตรillion 395 ล้านล้านวอน) มาจากการซื้อขายสปอต
หากมองในมุม ‘อัตราการเติบโต’ จะเห็นความแตกต่างชัดเจนระหว่างแพลตฟอร์ม Gate มีการขยายตัวในตลาดอนุพันธ์เร็วที่สุด โดยปริมาณซื้อขายฟิวเจอร์สแบบไร้กำหนดอายุเพิ่มขึ้นมากกว่า ‘400% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า’
Coinbase เองก็เร่งตัวอย่างเห็นได้ชัดหลังปิดดีลซื้อกิจการ Deribit และการเพิ่ม ‘ดีลเทรดแบบ DEX บนเครือข่ายโซลานา(SOL)’ เข้ามาในระบบก็ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโต
ด้าน MEXC รายงานระบุว่าปริมาณซื้อขายสปอตเพิ่มขึ้นเกือบ ‘สองเท่า’ ในช่วงเวลาเดียวกัน
พื้นฐานที่ช่วยให้ ‘KuCoin’ คว้าคะแนน PoR ความโปร่งใสสูงสุด มาจากรูปแบบการดำเนินงานที่ยึด ‘การเปิดเผยรายเดือน’ และ ‘เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ตรวจสอบเองบนระบบเมอร์เคิลทรี’ เป็นหัวใจสำคัญ
ในสภาพตลาดที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ ‘ยุคอนุพันธ์เป็นศูนย์กลาง’ การประเมินเว็บเทรดจึงไม่ได้วัดกันแค่ ‘ใครมีปริมาณเทรดมากที่สุด’ อีกต่อไป แต่กำลังขยับไปสู่การให้ ‘น้ำหนักกับความโปร่งใสของเงินสำรองและกลไกการพิสูจน์’ ซึ่งอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตทั่วโลกในระยะถัดไป ‘คำ’
ความคิดเห็น 0