Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ท้าชนทองคำระยะ 2–3 ปี ท่ามกลางคดีคริปโตเดือดในสหรัฐ–ตัวเลขแฮ็กดิ่งต่ำสุดรอบ 2 ปี

ประเด็นร้อนในตลาดคริปโตสัปดาห์นี้หมุนรอบ ‘บิตคอยน์(BTC) vs ทองคำ’ ในมุมมองผลตอบแทนระยะกลาง ควบคู่กับการเคลื่อนไหวเข้มข้นของหน่วยงานกำกับและบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐ ทั้ง ‘FBI’, ‘SEC’, ‘IRS’ รวมถึงสัญญาณเชิงบวกจากตัวเลข ‘ความเสียหายด้านความปลอดภัย’ ที่ลดลงอย่างชัดเจน

린 올든(Lyn Alden) นักวิเคราะห์มหภาค มองว่าหากต้องเลือกลงทุนระหว่าง ‘บิตคอยน์(BTC)’ กับ ‘ทองคำ’ ในช่วง 2–3 ปีจากนี้ ตนจะเลือก ‘บิตคอยน์(BTC)’ เพราะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือกว่า ในขณะที่ฝั่งกฎหมายสหรัฐ สำนักงานสืบสวนกลาง(FBI) จับกุมผู้ต้องหาคดีขโมยคริปโตมูลค่า 4,600만ดอลลาร์(ประมาณ 683억 원) จากกระเป๋าที่อยู่ภายใต้โครงการคุ้มครองทรัพย์สินของรัฐบาล ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) ปิดดีลยุติคดีของ ‘저스틴 선(Justin Sun)’ ด้วยเงินชดเชย 1,000만ดอลลาร์(ประมาณ 149억 원) ด้านกรมสรรพากรสหรัฐ(IRS) เดินหน้าบังคับ ‘ส่งเอกสารภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์’ ให้เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับลูกค้าของกระดานเทรด

‘크립토 vs 금’ ใครชนะในอีก 2–3 ปี?

린 올든 ระบุผ่านพอดแคสต์ ‘뉴 에라 파이낸스(New Era Finance)’ เมื่อไม่นานนี้ว่า ในกรอบ ‘กลางถึงยาว’ ไปจนถึงปี 2029 ความเป็นไปได้ที่ ‘บิตคอยน์(BTC)’ จะทำผลตอบแทนชนะ ‘ทองคำ’ มีค่อนข้างสูง เขามองว่าราคาทองคำเพิ่งปรับขึ้นแรง ทำให้มีโอกาสที่เฟสถัดไปจะเป็นช่วงที่บิตคอยน์(BTC) กลับมาแสดงพลัง ‘รีบาวด์’ และ ‘เร่งตัว’ ขึ้นเหนือกว่า

เขาเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของสองสินทรัพย์นี้เหมือน ‘ลูกตุ้ม’ ที่ผลัดกันแข็งแรง เมื่อ ‘ทองคำ’ รันรอบขาขึ้นก่อน บิตคอยน์(BTC) มักตามมาด้วยระลอกฟื้นตัวที่ดุเดือดกว่า อีกมุมหนึ่ง 린 올든 ชี้ว่า แนวคิด ‘ผลตอบแทนลดลงทุกไซเคิล’ ที่หลายคนเชื่อเกี่ยวกับบิตคอยน์(BTC) อาจ ‘ถูกเจือจาง’ ในรอบถัดไป หากปัจจัยมหภาคและโครงสร้างตลาดเอื้อให้บิตคอยน์(BTC) ทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง

เสียงมองบวกต่อภาพระยะยาวของบิตคอยน์(BTC) ยังมาจากฝั่งอุตสาหกรรม แบรียน อาร์มสตรอง ซีอีโอของ ‘คอยน์เบส’ เคยกล่าวไว้ว่า ยิ่ง ‘กติกาและกรอบกำกับ’ ในสหรัฐชัดเจนมากเท่าไร ผู้เล่นสถาบันและรายใหญ่ก็ยิ่งกล้าเข้ามามากขึ้น และแรงส่งนี้มักขยายไปยังประเทศในกลุ่ม G20 ด้วย ในบางมุมของตลาด ยังมี narrative ที่มอง ‘บิตคอยน์(BTC) แตะ 1,000,000ดอลลาร์(ประมาณ 14억 8,500만 원) ภายในปี 2030’ แม้จะเป็นสมมติฐานเชิงรุกสูง แต่สะท้อนความคาดหวังต่อ ‘ศักยภาพระยะยาว’ ได้ดี

FBI รวบผู้ต้องหาขโมยคริปโต 4,600만ดอลลาร์ จากกระเป๋ารัฐ

ฝั่งอาชญากรรมไซเบอร์ สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ(FBI) เปิดเผยว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาในคดีขโมยคริปโตมูลค่ากว่า 4,600만ดอลลาร์(ประมาณ 683억 원) จากกระเป๋าที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานมาร์แชลสหรัฐ(US Marshals Service) ซึ่งอยู่ภายใต้ ‘โครงการคุ้มครองทรัพย์สินของรัฐบาลกลาง’

캐시 파텔(Kash Patel) ผู้อำนวยการ FBI โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม 엑스(X) ว่า ผู้ต้องหา ‘จอห์น ดากิตา(John Daghita)’ ถูกตั้งข้อหา ‘เข้าถึงกระเป๋า’ ที่ดูแลภายใต้โครงการดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเขาเป็นบุตรชายของ ‘ดีน ดากิตา(Dean Daghita)’ ซีอีโอของบริษัท Command Services & Support(CMDSS) ซึ่งมีบทบาทด้านบริการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ

ปฏิบัติการจับกุมเกิดขึ้นบนเกาะแซงมาร์แต็ง(Saint Martin) ในทะเลแคริบเบียน โดย FBI ประสานงานกับกองกำลังยุทธวิธีพิเศษของกองทหารรักษาการณ์แห่งชาติฝรั่งเศส ภาพถ่ายที่ 파텔 เผยแพร่แสดงให้เห็น ‘กระเป๋าเดินทางอัดแน่นด้วยเงินสด’ พร้อมด้วยอุปกรณ์ USB โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ที่คาดว่าเป็น ‘ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตของเทรเซอร์(Trezor)’ อย่างไรก็ตาม FBI ยังไม่เปิดเผยว่ามีการ ‘กู้คืนทรัพย์สินดิจิทัล’ ที่ถูกขโมยคืนมาได้มากน้อยเพียงใด

‘ความคิดเห็น’ ฝั่งตลาดมองคดีนี้เป็นการย้ำเตือนว่า แม้แต่สินทรัพย์คริปโตที่อยู่ในการดูแลของหน่วยงานรัฐและผู้ดูแลสถาบัน ก็ยังสามารถเป็น ‘เป้าหมายโจมตี’ ได้ จึงมีแนวโน้มที่ ‘แรงกดดันต่อมาตรฐานความปลอดภัยของระบบคัสโตดีและโครงสร้างพื้นฐานการเก็บรักษาทรัพย์สิน’ จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในบริบทที่สถาบันการเงินเริ่มถือครองคริปโตมากขึ้น

SEC ปิดคดี 저스틴 선 ด้วยดีล 1,000만ดอลลาร์

ในด้านกำกับดูแล สำนักงาน SEC ยุติคดีกับนักธุรกิจคริปโตชื่อดัง 저스틴 선(Justin Sun) ด้วยข้อตกลงมูลค่า 1,000만ดอลลาร์(ประมาณ 149억 원) เอกสารที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางแมนฮัตตันระบุว่า บริษัท เรนเบ리(Rainberry) ที่เกี่ยวข้องกับ 선 จะเป็นผู้ชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้ SEC เพื่อยุติข้อกล่าวหา และ SEC จะถอนฟ้องต่อ 저스틴 선 รวมถึง ‘มูลนิธิโทรน(Tron Foundation)’ และ ‘มูลนิธิบิตทอเรนต์(BitTorrent Foundation)’

คดีนี้เริ่มต้นในเดือนมีนาคม 2023 โดย SEC กล่าวหาว่าการขายโทเค็น ท론(TRX) และ บิตทอเรนต์(BTT) เข้าข่าย ‘การเสนอขายหลักทรัพย์โดยไม่จดทะเบียน’ และยังกล่าวหาว่ามีการ ‘วอชเทรด(wash trading)’ หรือการสร้างปริมาณการซื้อขายปลอมเพื่อปั่นภาพสภาพคล่องใน TRX ข้อตกลงครั้งนี้ใช้รูปแบบมาตรฐานของ SEC คือ ‘ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธข้อกล่าวหา’ (no admit, no deny) แต่ยอมจ่ายค่าปรับและยุติคดี

‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า นี่คือสัญญาณว่า ‘หน่วยงานกำกับ’ ยังคงใช้เครื่องมือด้านคดีความเพื่อวางระเบียบให้ตลาด แต่ในทางปฏิบัติพร้อมเปิดทางให้ ‘ปิดดีลแบบประนีประนอม’ แทนที่จะลากยาวจนกลายเป็นคดีตัวอย่างที่เสี่ยงสูงทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้บริษัทคริปโตที่มีข้อพิพาทกับ SEC อาจมอง ‘ช่องทางเจรจาแบบเดียวกัน’ มากขึ้น

IRS ดันเอกสารภาษีคริปโต ‘อิเล็กทรอนิกส์เป็นค่าเริ่มต้น’

กรมสรรพากรสหรัฐ(IRS) เดินหน้าออกกฎใหม่ที่มุ่งให้เอกสารภาษีของผู้ใช้งาน ‘กระดานเทรดคริปโต’ โดยเฉพาะฟอร์ม ‘1099-DA’ ซึ่งใช้รายงานธุรกรรมผ่านศูนย์ซื้อขายและโบรกเกอร์แบบรวมศูนย์ ถูกส่งในรูปแบบ ‘เอกสารอิเล็กทรอนิกส์’ เป็นหลัก

กติกาเดิมบังคับให้แพลตฟอร์มต้องจัดส่ง ‘เอกสารกระดาษ’ ให้ลูกค้าหากมีการร้องขอ แต่ข้อเสนอใหม่ของ IRS มีสาระสำคัญคือ

- ตัด ‘ภาระบังคับส่งเอกสารกระดาษ’ ของแพลตฟอร์มออก

- เปิดช่องให้โบรกเกอร์และกระดานเทรด ‘ยุติความสัมพันธ์กับลูกค้า’ ที่ปฏิเสธรับเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

- จำกัดสิทธิ์การ ‘ถอนความยินยอมย้อนหลัง’ ของลูกค้าที่เคยยอมรับการรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ไปแล้ว

ด้านหนึ่ง โครงสร้างใหม่นี้ช่วยลด ‘ภาระเอกสารและต้นทุนปฏิบัติการ’ ของผู้ให้บริการ แต่ในอีกด้านก็ทำให้ ‘ตัวเลือกของผู้ใช้’ แคบลง โดยเฉพาะผู้ที่ยังต้องการเอกสารกระดาษหรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงระบบดิจิทัล คาดว่าจะมีการโต้แย้งจากกลุ่มผู้บริโภคและอุตสาหกรรมในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ

X เปิดไฟเขียวโฆษณาคริปโตแบบเสียเงินทั่วโลก (ยกเว้นเขตเข้มงวด)

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย 엑스(X) ปรับนโยบายการติดป้ายกำกับคอนเทนต์ใหม่ และ ‘ยกเลิกคำสั่งห้ามทั่วโลก’ ต่อโฆษณาและการโปรโมตแบบเสียเงินที่เกี่ยวข้องกับ ‘คริปโต’ และ ‘การพนัน’ แต่ยังคงข้อจำกัดในบางภูมิภาคที่กฎด้านการโฆษณาบริการการเงินเข้มงวด เช่น สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป(EU) และออสเตรเลีย

ในกติกาใหม่ X เน้นให้ ‘อินฟลูเอนเซอร์และผู้สร้างคอนเทนต์’ ต้องรับผิดชอบตรวจสอบให้แน่ใจว่า โพสต์ที่เป็น ‘พาร์ตเนอร์ชิพแบบชำระเงิน’ ไม่ไปปรากฏในเขตอำนาจที่ห้ามโฆษณาคริปโตหรือผลิตภัณฑ์การเงินเสี่ยงสูง 니키타 비어(Nikita Bier) หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ X อธิบายว่า เป้าหมายคือการช่วยให้ธุรกิจเติบโตบนแพลตฟอร์ม พร้อม ‘เพิ่มความโปร่งใส’ ให้กับผู้ติดตามว่าคอนเทนต์ใดเป็นสปอนเซอร์

‘ความคิดเห็น’ เนื่องจาก X ยังเป็นช่องทางสื่อสารหลักของโปรเจกต์คริปโตและชุมชนทั่วโลก การคลายล็อกด้านโฆษณาพร้อมระบบป้ายกำกับใหม่ อาจมีผลต่อ ‘ภูมิทัศน์การตลาดของโทเค็นระยะเริ่มต้น’ อย่างเห็นได้ชัด ทั้งในแง่โอกาสในการเข้าถึงผู้ลงทุน และในแง่ ‘ความเสี่ยงด้านการหลอกลวง’ หากการบังคับใช้กฎป้ายกำกับไม่เข้มข้นพอ

ความเสียหายจากแฮ็ก–สแกม กุมภาพันธ์ หดเหลือ 2,650만ดอลลาร์

ด้านความปลอดภัย เฟคชิล드(PeckShield) บริษัทวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยบนบล็อกเชน เปิดเผยว่า มูลค่าความเสียหายจาก ‘แฮ็กและสแกม’ ในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 2,650만ดอลลาร์(ประมาณ 393억 원) ถือเป็นระดับ ‘ต่ำสุดตั้งแต่มีนาคม 2025’ จากจำนวนเหตุการณ์ที่บันทึกได้ 15 กรณี ความเสียหาย ‘ส่วนใหญ่กระจุกตัว’ ใน 2 เคสใหญ่

เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ในโปรโตคอลกู้ยืมแบบ DAO ของ ‘일드블록스(YieldBlox)’ มูลค่าความเสียหายคิดเป็น 1,000만ดอลลาร์(ประมาณ 149억 원) โดยถูกจัดอยู่ในประเภท ‘โจมตีด้วยการปั่นราคา/โจมตีออราเคิล’ (บิดเบือนกลไกกำหนดราคา) ส่วนเหตุการณ์ใหญ่อีกกรณีเกิดขึ้นกับโปรโตคอลระบุตัวตนแบบกระจายศูนย์ ‘이오텍스(IoTeX)’ มูลค่าความเสียหาย 890만ดอลลาร์(ประมาณ 132억 원) โดยต้นเหตุถูกเชื่อมโยงกับ ‘การรั่วไหลของคีย์ส่วนตัว’

เมื่อตัดเทียบกับเดือนมกราคม ความเสียหายรวมในเดือนกุมภาพันธ์ลดลงถึง 69.2% จากระดับ 8,600만ดอลลาร์(ประมาณ 1,277억 원) เฟคชิลด์ประเมินว่า ปัจจัยสำคัญมาจากการที่เดือนกุมภาพันธ์ ‘ไม่มีกรณีเมกาแฮ็ก(Mega Hack)’ ที่มีมูลค่ามหาศาลมาคอยดึงสถิติเฉลี่ยขึ้น และในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง ผู้โจมตีบางส่วนอาจชะลอการโจมตีเพื่อรอดูทิศทาง ส่งผลให้เกิดช่วง ‘พักตัวของกิจกรรมโจมตี’ ชั่วคราว

สรุปราคา: บิตคอยน์(BTC) ใกล้ 6.8만ดอลลาร์ มาร์เก็ตแคปทะลุ 2.32조ดอลลาร์

สถานะตลาดปลายสัปดาห์ บิตคอยน์(BTC) ซื้อขายบริเวณ 6만7,998ดอลลาร์(ประมาณ 1억 102만 원) ขณะที่ อีเธอเรียม(ETH) อยู่ที่ 1,976ดอลลาร์(ประมาณ 293만 원) และ ริปเปิล(XRP) ที่ 1.36ดอลลาร์(ประมาณ 2,020원) มูลค่าตลาดรวมคริปโตอยู่ที่ราว 2조3,200만ดอลลาร์(ประมาณ 3,445조 원)

ในกลุ่ม 100 เหรียญชั้นนำ เหรียญที่ ‘โดดเด่นด้านบวก’ ได้แก่ 휴머니티 프로토콜(H)(+38.42%) 파이(PI)(+36.21%) และ OKB(OKB)(+28.32%) ส่วนฝั่ง ‘ขาลงแรง’ มี 피핀(PIPPIN)(-44.32%) 디크레드(DCR)(-12.32%) และ 월드 리버티 파이낸셜(WLFI)(-10.93%)

ทรัมป์เร่งดันกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต “ต้องทำให้เสร็จโดยเร็วที่สุด”

ด้านการเมือง สัปดาห์นี้เสียงที่ดังที่สุดมาจาก ‘ประธานาธิบดีทรัมป์’ กับสารพัดข้อความเกี่ยวกับ ‘วาระคริปโต’ เขาระบุว่า สหรัฐจำเป็นต้อง ‘จัดการเรื่องโครงสร้างตลาด(Market Structure) ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด(ASAP)’ พร้อมเน้นว่า ‘ธนาคารกำลังทำกำไรเป็นสถิติ แต่เราจะไม่ยอมให้ธนาคารบ่อนทำลายวาระคริปโตที่แข็งแกร่งของเรา’

ทรัมป์ยังได้เรียกร้องให้ผลักดัน ‘คลาสซิตี้แอ็กต์(Clarity Act)’ ซึ่งถูกมองว่าเป็นร่างกฎหมายที่มุ่ง ‘สร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบสำหรับคริปโต’ ให้เดินหน้าอย่างรวดเร็ว เนื้อหาของคำพูดสะท้อนมุมมองว่า สหรัฐต้องเร่ง ‘ดึงคริปโตเข้าสู่กรอบกฎหมายอย่างชัดเจน’ โดยไม่ปล่อยให้ ‘อิทธิพลธนาคารแบบดั้งเดิม’ ชะลอหรือบิดทิศทาง และไม่เปิดโอกาสให้ประเทศอื่นแย่งชิงบทบาทผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัล

3 ปีคือเส้นแบ่ง: มุมมองเชิงข้อมูลต่อการถือบิตคอยน์(BTC) ระยะยาว

ในเชิงข้อมูล การวิเคราะห์พฤติกรรมราคาบิตคอยน์(BTC) ชี้ให้เห็นแพตเทิร์นสำคัญว่า ‘ระยะถือครอง 3 ปี’ เป็นเส้นแบ่งที่ชัดเจนของผลตอบแทน ตัวอย่างตั้งแต่ปี 2017 พบว่า นักลงทุนที่ ‘ซื้อแถวจุดสูงสุด’ มักเผชิญกับโอกาสขาดทุน 40–50% หากถือเพียงในช่วง 2 ปีแรก แต่หาก ‘ยืดกรอบการลงทุนเกิน 3 ปี’ โอกาสที่พอร์ตจะกลับมาอยู่ในแดนบวกเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ในทางกลับกัน ผู้ที่ ‘ทยอยสะสมในช่วงใกล้จุดต่ำของตลาดหมี’ มักเห็นผลตอบแทนเป็นตัวเลข ‘สามหลัก’ ในช่วง 2–3 ปีถัดมา ขึ้นอยู่กับรอบไซเคิลและระดับความเสี่ยงที่รับได้ ข้อมูลชุดนี้ถูกใช้มากขึ้นเพื่อสนับสนุน narrative ว่า บิตคอยน์(BTC) เหมาะกับ ‘การมองเป็นสินทรัพย์ระยะยาว’ มากกว่าการเก็งกำไรสั้นๆ

สรุปภาพรวม: บิตคอยน์(BTC) vs ทองคำ, กฎระเบียบ, ความปลอดภัย – ทั้งหมดเชื่อมโยงสู่ “ความผันผวน”

เมื่อรวบรวมทุกประเด็น สัปดาห์นี้ตลาดเผชิญทั้ง

- ‘ดีเบตเรื่องศักยภาพผลตอบแทน’ ระหว่าง ‘บิตคอยน์(BTC)’ และ ‘ทองคำ’ ในกรอบ 2–3 ปี

- ‘ข่าวระเบียบและการบังคับใช้กฎหมาย’ จาก FBI, SEC, IRS ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

- ตัวเลข ‘ความเสียหายจากแฮ็ก–สแกม’ ที่ลดลงแรงสะท้อนช่วงพักตัวของฝั่งโจมตี

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า ‘ทิศทางราคาในระยะกลาง–ยาว’ ของบิตคอยน์(BTC) และคริปโตโดยรวม จะถูกกำหนดไม่เพียงแค่ด้วยปัจจัยมหภาคและวัฏจักรตลาด แต่ยังรวมถึง ‘ความเร็วของการออกกฎหมาย’, ‘ความเข้มข้นของการบังคับใช้’ และ ‘มาตรฐานด้านความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน’ ซึ่งยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่พร้อมจะ ‘ขยายความผันผวน’ ได้ทุกเมื่อ หากเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ ขึ้นในช่วงถัดไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1