พายเน็ตเวิร์ก(Pi Network) และเหรียญประจำเครือข่ายอย่าง ‘พายคอยน์(PI)’ กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังราคาเหรียญพุ่งแรงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จนขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน อย่างไรก็ตาม สัญญาณ ‘ร้อนแรงเกินไป’ ทั้งจากฝั่งข้อมูลออนเชนและปริมาณเหรียญที่ไหลเข้า ‘ตลาดซื้อขายคริปโต’ กลับเพิ่มความกังวลว่าราคาอาจเผชิญภาวะ ‘ย่อตัวแรง’ ได้ทุกเมื่อ แม้บางกระแสยังเชื่อว่ามีโอกาสเห็นการปรับขึ้นรอบใหม่ในระยะสั้นก็ตาม
ตลอด 7 วันที่ผ่านมา ‘พายคอยน์(PI)’ ทำผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดในกลุ่มเหรียญมาร์เก็ตแคประดับท็อป 100 ราคาปรับตัวขึ้นราว 30% ภายในสัปดาห์เดียว และช่วงต้นสัปดาห์นี้เหรียญยังทะลุระดับ 0.23 ดอลลาร์ต่อเหรียญ (ราว 340 บาท อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ = 1,479 วอน) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ปัจจุบันตามข้อมูลของ ‘คอยน์เกค코(CoinGecko)’ ราคาเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 0.21 ดอลลาร์ (ประมาณ 311 บาท)
การพุ่งขึ้นรอบนี้ถูกโยงเข้ากับความคืบหน้าด้านเทคนิคของ ‘คอร์ทีม(Core Team)’ ที่ดูแลการพัฒนาเครือข่ายพายเน็ตเวิร์ก โดยมีการยืนยันว่ากระบวนการอัปเกรดโปรโตคอลเวอร์ชัน v19.9 เสร็จสมบูรณ์แล้ว และเวอร์ชันถัดไปอย่าง v20.2 มีแผนเปิดตัวราววันที่ 12 มีนาคม (เวลาท้องถิ่น) ซึ่งนับเป็นช่วงก่อนหน้า ‘Pi Day 2026’ วันที่ 14 มีนาคม เพียง 2 วัน ทำให้ตลาดมองว่าอาจมีการเล่นเก็งกำไรก่อนและหลังอัปเดตดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่กรณีศึกษาที่เสนอให้ ‘โหนดของพาย(Pi Node)’ สามารถถูกนำไปใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน ‘คอมพิวติ้ง AI แบบกระจายศูนย์’ และรองรับการเทรนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งช่วยเพิ่มสตอรี่เชิงเทคโนโลยีให้กับเหรียญมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ด้านข้อมูลบนเชนและกระดานเทรดกลับสะท้อนภาพที่ระมัดระวังมากกว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด มี ‘พายคอยน์(PI)’ มากกว่า 6.2 ล้านเหรียญถูกโอนเข้าสู่ ‘ตลาดซื้อขายคริปโต’ หลายแห่ง ส่งผลให้ยอดคงเหลือของเหรียญบนกระดานรวมกันพุ่งขึ้นแตะระดับราว 450 ล้านเหรียญ แพลตฟอร์มที่ถือครองเหรียญมากที่สุดในตอนนี้คือ ‘Gate.io’ ซึ่งถืออยู่ประมาณ 53% ของยอดบนตลาดทั้งหมด ตามมาด้วย ‘Bitget’ ที่ถืออยู่ราว 148.8 ล้านเหรียญ
การไหลเข้าของเหรียญสู่กระดานเทรดไม่ได้แปลว่าจะมีแรงขายแน่นอนเสมอไป แต่ ‘ความคิดเห็น’ ส่วนใหญ่ในวงการเทคนิคอลยังคงมองว่าพฤติกรรมลักษณะนี้มักถูกตีความว่าเป็น ‘การเตรียมพร้อมขายทำกำไร’ โดยเฉพาะในจังหวะที่ราคาปรับตัวแรงต่อเนื่องในระยะสั้น
ด้านอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคสำคัญอย่าง ‘ดัชนี RSI (Relative Strength Index)’ ก็เริ่มส่งสัญญาณร้อนแรงเกินไปเช่นกัน RSI ใช้วัดความเร็วและความแรงของการเปลี่ยนแปลงราคา โดยทั่วไปหากค่าขึ้นเหนือระดับ 70 มักถูกจัดให้อยู่ในโซน ‘ซื้อมากเกินไป (Overbought)’ และมีโอกาสเกิดการย่อตัวหรือพักฐาน ปัจจุบันค่า ‘RSI ของพายคอยน์(PI)’ อยู่บริเวณ 71 จุด ส่งผลให้นักวิเคราะห์บางส่วนประเมินว่าตลาดอาจต้องมีช่วง ‘พักหายใจ’ ในระยะสั้น เพื่อระบายแรงเก็งกำไรที่สะสมมาหลายวัน
ในอีกด้านหนึ่ง กระแสคาดหวัง ‘ขาขึ้นต่อ’ ก็ยังไม่หายไปจากคอมมูนิตี้บนแพลตฟอร์มโซเชียล โดยเฉพาะใน X (ชื่อเดิม ทวิตเตอร์) บัญชีเทรดรายหนึ่งอย่าง ‘Vuori Trading’ ประเมินว่า ‘พายคอยน์(PI)’ มีโอกาสขยับขึ้นไปได้ไกลถึง 0.64 ดอลลาร์ (ประมาณ 947 บาท) ขณะที่บัญชีด้านอัลต์คอยน์ ‘ALTS GEMS Alert’ ตั้งเป้าหมายราคาสั้น ๆ ไว้ที่โซน 0.30 ดอลลาร์ (ราว 444 บาท) พร้อมมองว่าหากทะลุระดับดังกล่าวอย่างมั่นคง อาจเห็นโมเมนตัมรอบใหม่ตามมา
ในมุมมองของตลาด ‘อัปเดต v20.2’ ที่กำลังจะมาถึงในสัปดาห์นี้ถูกมองว่าอาจเป็น ‘ตัวจุดประกาย’ สำคัญของราคาในระยะสั้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลว่า เมื่อข่าวดีถูกประกาศอย่างเป็นทางการครบถ้วนแล้ว นักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรล่วงหน้าอาจเทขายทำกำไรพร้อมกัน จนกลายเป็นแพทเทิร์นแบบ ‘ขายเมื่อมีข่าวดี (sell-the-news)’ ซึ่งมักเกิดขึ้นบ่อยในตลาดคริปโต
ท้ายที่สุด ทิศทางระยะสั้นของ ‘พายคอยน์(PI)’ จึงอาจขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลัก คือ
- กระแสเหรียญที่ไหลเข้า–ออก ‘ตลาดซื้อขายคริปโต’ หลังการอัปเดต v20.2 จะสงบลงหรือไม่
- ค่าดัชนี ‘RSI และตัวชี้วัดความร้อนแรง’ อื่น ๆ จะปรับตัวลงจากโซน Overbought ได้เร็วเพียงใด
หากกระแสเหรียญไหลเข้ากระดานชะลอตัว และอินดิเคเตอร์ความร้อนแรงเริ่มเย็นลง มีโอกาสที่ตลาดจะสร้างฐานใหม่และเปิดทางให้การขึ้นรอบถัดไป แต่หากปริมาณเหรียญบนกระดานยังเพิ่มต่อเนื่องควบคู่กับ RSI ที่ทรงตัวสูง ความเสี่ยงต่อการปรับฐานแรงของ ‘พายคอยน์(PI)’ ก็ยังคงต้องถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดเช่นเดิม
ความคิดเห็น 0