สภาคองเกรสสหรัฐเริ่มขยับลุยคุม ‘การพนันความตาย’ ในตลาดทำนายเหตุการณ์อย่างจริงจัง โดยกฎหมายใหม่มุ่งห้ามสัญญาที่เดิมพันกับการก่อการร้าย การลอบสังหาร สงคราม และการเสียชีวิตของบุคคล ซึ่งครอบคลุมทั้งแพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหรัฐ และตลาดทำนายเหตุการณ์บน ‘คริปโต’ ที่ใช้สัญญาอัจฉริยะ เป็นสัญญาณว่าศึก ‘กฎระเบียบ’ ในวงการนี้กำลังเดือดรอบใหม่
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม (เวลาท้องถิ่น) แอดัม ชิฟฟ์(Adam Schiff) สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ร่วมกับ ไมก์ เลวิน(Mike Levin) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอร่างกฎหมายชื่อ ‘DEATH BETS Act’ ต่อสภาคองเกรสสหรัฐ
แก่นหลักของกฎหมายฉบับนี้ คือการห้ามแพลตฟอร์มที่ขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าแห่งสหรัฐ (CFTC) เปิดสัญญา ‘ตลาดทำนาย’ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย การลอบสังหาร ความขัดแย้งทางทหาร และการเสียชีวิตของบุคคลอย่างชัดเจน
เป้าหมายของกฎหมายไม่ได้จำกัดเฉพาะตลาดทำนายเหตุการณ์แบบเดิมในสหรัฐอย่าง ‘คัลชี(Kalshi)’ เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตในฐานะ ‘ตลาดสัญญาที่กำหนด (DCM)’ เช่น โพลีมาร์เก็ต(Polymarket) ที่เพิ่งรุกเข้าตลาดสหรัฐด้วยแพลตฟอร์มบน ‘บล็อกเชน’ อีกด้วย
ภายใต้กฎหมายสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐ (Commodity Exchange Act) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน CFTC สามารถจำกัดหรือสั่งห้ามสัญญาทำนายเหตุการณ์ได้ หากเห็นว่าขัดต่อ ‘ประโยชน์สาธารณะ’ แต่ชิฟฟ์มองว่าโครงสร้างปัจจุบันเปิดช่องให้หน่วยงานกำกับมี ‘ดุลยพินิจ’ มากเกินไป
ชิฟฟ์ระบุว่า “ในสถานการณ์ที่ CFTC กำลังเขียนกติกาตลาดทำนายเหตุการณ์ขึ้นมาใหม่ เราไม่ควรปล่อยให้มีดุลยพินิจแบบนี้อีกต่อไป” พร้อมย้ำว่า “ร่างกฎหมาย ‘DEATH BETS’ จะปิดช่องและ ‘ห้ามอย่างชัดเจน’ ต่อสัญญาเหล่านี้”
‘ความคิดเห็น’ จุดยืนของชิฟฟ์สะท้อนความพยายามตั้ง ‘เส้นแดง’ ทางกฎหมาย แทนการปล่อยให้หน่วยงานกำกับใช้ดุลยพินิจเป็นกรณี ๆ ไป ซึ่งมักจบลงด้วยความไม่แน่นอนสำหรับทั้งอุตสาหกรรมและนักลงทุน
การรุกคุม ‘คริปโต’ ตลาดทำนายเหตุการณ์
ร่างกฎหมายฉบับนี้ต่อยอดมาจากจดหมายเปิดผนึกที่สมาชิกวุฒิสภาพรรคเดโมแครตกลุ่มหนึ่ง ส่งถึง CFTC เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ (เวลาท้องถิ่น) โดยเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับฯ สั่งหยุด ‘สัญญาทำนาย’ ที่เดิมพันกับ ‘การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของบุคคล’ รวมถึง ‘สงคราม’ ทันที
ในจดหมายได้ยกตัวอย่างกรณีของ ‘โพลีมาร์เก็ต’ ซึ่งเปิดสัญญาทำนายเหตุการณ์บนเชนที่ถูกมองว่า ‘ล่อแหลม’ โดยเฉพาะ เช่น
- สัญญาทำนายว่า ‘จรวดภารกิจ Artemis II ของ NASA จะระเบิดหรือไม่’
- สัญญาทำนาย ‘โอกาสที่รัฐบาล นิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา จะล่มสลาย’
- สัญญาทำนายว่า ‘กองทัพรัสเซียจะยึดครองเมืองมิร์โนโฮรอด ในยูเครน ได้หรือไม่’
ชิฟฟ์วิจารณ์ทิศทางของตลาดทำนายเหตุการณ์ในตอนนี้ว่า “กำลังกลายเป็น ‘แดนป่าเถื่อน (Wild West)’” และเน้นว่า “การเอาชีวิตคนมาเป็น ‘เดิมพัน’ ไม่มีทั้งเหตุผลอันชอบธรรมและไม่มีประโยชน์ต่อสาธารณะ” เขายังเสริมด้วยว่า “ระหว่างที่หน่วยงานกำกับละสายตา ตลาดเหล่านี้ก็ถูกปล่อยให้กลายเป็น ‘เขตไร้กฎหมาย’ อย่างรวดเร็ว”
‘ความคิดเห็น’ การที่ตลาดทำนายบนคริปโตถูกดึงเข้ามาอยู่กลางเป้าหมายชัดเจนแบบนี้ แปลว่าอุตสาหกรรมไม่สามารถหวังใช้ ‘บล็อกเชน’ เป็นพื้นที่หนีการกำกับดูแลไปได้ง่าย ๆ อีกต่อไป
เดิมพันสงครามอิหร่าน มูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์
กระแสวิจารณ์ต่อ ‘พนันสงคราม’ ปะทุแรงขึ้น หลังมีข้อมูลด้านปริมาณการซื้อขายสัญญาที่เกี่ยวข้องกับ ‘อิหร่าน’ ถูกเปิดเผยในช่วงที่ผ่านมา
บนแพลตฟอร์มคัลชี มีสัญญาทำนายเหตุการณ์ว่า ‘อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จะลงจากอำนาจหรือไม่’ ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายสะสมก่อนถูกระงับสูงถึงประมาณ 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 797 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าตลาดทำนายเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านดึงเม็ดเงินเดิมพันรวมกันในระดับ ‘หลายร้อยล้านดอลลาร์’ ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์ธุรกรรมบนเชนชี้ว่า ก่อนการโจมตีทางทหารของสหรัฐเล็กน้อย มีเจ้าของกระเป๋าเงินอย่างน้อย 10 ราย ทำกำไรจากสัญญาเหล่านี้ระหว่าง 1.2–1.4 ล้านดอลลาร์
เลวินกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “โครงสร้างที่เปิดให้คนทำกำไรจาก ‘โอกาสเกิดสงคราม’ หรือ ‘ความเป็นไปได้ที่ทหารสหรัฐจะเสียชีวิต’ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้”
เขายังระบุอีกว่า “เฉพาะการเดิมพันช่วงก่อนและระหว่างการโจมตีทางอากาศของสหรัฐต่ออิหร่าน มีมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์แล้ว” พร้อมอธิบายว่าร่างกฎหมาย DEATH BETS คือ ‘เส้นแบ่งที่ชัดเจน’ ว่าตลาดทำนายเหตุการณ์จะไปได้ไกลแค่ไหน
ศึกใหม่ในสมรภูมิกฎระเบียบ ‘ตลาดทำนายเหตุการณ์’
ร่างกฎหมาย DEATH BETS ไม่ได้มุ่ง ‘ห้าม’ ตลาดทำนายเหตุการณ์บนคริปโตทั้งหมด แต่เป็นความพยายามตั้งเกณฑ์ใหม่ว่า ‘อะไรบ้างที่เป็นเหตุการณ์ต้องห้าม’ ในฐานะวัตถุแห่งการเดิมพัน
หากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน แพลตฟอร์มที่อยู่ใต้การกำกับของ CFTC ทั้งแบบดั้งเดิมและที่เชื่อมกับ ‘คริปโต’ จะต้องรีด ‘ความเสี่ยงเชิงจริยธรรม’ ออกจากตลาด เพื่อให้ถูกมองว่าเป็น ‘ตลาดที่ปลอดภัยมากขึ้น’ แต่แลกกับการที่ขอบเขตของเหตุการณ์ที่สามารถเปิดให้เดิมพันอาจแคบลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีการคาดการณ์ว่า ความต้องการ ‘เดิมพัน’ กับเหตุการณ์ที่ห้ามตามกฎหมาย เช่น สงครามหรือการเสียชีวิตของบุคคล อาจไหลออกไปยังแพลตฟอร์มในต่างประเทศที่กำกับดูแลหลวมกว่า หรือไหลเข้าสู่ ‘ตลาดทำนายเหตุการณ์แบบกระจายศูนย์’ ที่ใช้คริปโตเป็นหลัก ซึ่งควบคุมได้ยากกว่ามาก
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจำนวนไม่น้อยมองตรงกันว่า การผลักดัน DEATH BETS Act เป็นสัญญาณว่าศูนย์กลางของสมรภูมิกฎระเบียบคริปโตในสหรัฐ กำลังขยับจากประเด็นอย่าง ‘บิตคอยน์(BTC)’ หรือ ‘กองทุน ETF’ มาสู่คำถามใหม่ที่ละเอียดอ่อนกว่าอย่าง ‘อนุญาตให้คนเดิมพันกับอะไรได้บ้าง’ ซึ่งอาจกลายเป็นแนวรบสำคัญรอบต่อไปของวงการคริปโตและตลาดทำนายเหตุการณ์ทั่วโลก
ความคิดเห็น 0